[Fic DM/HP] LAST FLY - Second.1 Track: Fly me to the moon

posted on 08 Mar 2010 13:17 by redwest

[Fic DM/HP] LAST FLY Part 2.1

~Fly me to the moon~

 

คำว่าปาร์ตี้ภายในครอบครัวของพวกคุณหมายถึงอะไรครับ

ใช่การรวมญาติประมาณสิบยี่สิบคนมาจัดปาร์ตี้ ทำอาหารกิน พบปะพูดคุยกันเหมือนผมหรือเปล่า

แล้วคุณรู้ไม๊ครับ...ว่าไอ้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมมันคืออะไร

 

 

ที่แน่ๆ...มันห่างไกลจากที่พวกคุณคิดไว้เยอะ!!

 

 

 

ปาร์ตี้ค็อกเทลขนาดย่อมที่ถูกจัดขึ้นประหนึ่งงานเลี้ยงในโรงแรมหรู เสียก็แต่ว่าแขกที่มางานมีไม่ถึงพันคนก็แค่นั้น นอกนั้น ทั้งอาหารเครื่องดื่ม และนักดนตรี...ที่ตระกูลนี้เค้ามีจัดไว้ให้อย่างพร้อมสรรพ!!

 

โต๊ะคอกเทลล้อมกรอบรอบห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ ที่แฮรี่เดาเอาว่าคงเพราะเวทมนต์กระมังเพราะดูจากพื้นที่ของตัวบ้านในห้องที่เค้าเข้ามามันไม่น่าจะมีห้องที่กินพื้นที่ขนาดนี้อยู่ได้สิ

 

เวทีกลางที่น่าจะใช้เป็นพื้นที่แข่งเกมส์ประจำตระกูลเพราะดูจากเด็กๆหัวทองหลายคนที่กำลังเรียงแถวต่อคิวลงชื่ออยู่ที่โต๊ะข้างเวทีพร้อมทั้งหลายคนที่กำลังซ้อมฝึกหัดคาถาของตนอยู่

 

พระเจ้า!แล้วผมคิดผิดซะที่ไหน

 

....‘เล็ก'ของมัน....คืองานเลี้ยงที่มีผู้ร่วมงานประมาณเกือบร่วมร้อยชีวิตได้ นี่มันไปขุดเอาเพื่อนสนิทมิตรสหายของญาติโกโหติกาของมันมาด้วยหรือไงว่ะเนี่ย! !

 

 

เท่านั้นยังไม่พอ ญาติๆของแฟนผมแต่ละคนทำไมถึงได้หน้าตาดีเกินมาตรฐานคนปกติเค้าได้ขนาดนี้ว่ะ! !

พวกคุณลองคิดสภาพว่ามีหนุ่มหน้าหล่อผมทองสุดพร้อมกับดวงตาสุดเซ็กซี่ตามแบบฉบับของคนตระกูลนี้เดินวนรอบตัวพวกคุณอยู่สักสิบคนสิ อ่อ แล้วก็มีสาวสวยทรงโต ผมทอง ตาโต ขายาวหุ่นดีระดับนางแบบอีกสักประมาณสิบกว่าคนผลัดกันเดินไปมาประหนึ่งเดินแคทวอร์คให้คุณดูด้วยนะ

นอกจากนี้แม่มดพ่อมดชื่อดังที่แฮรี่เคยเห็นตามนิตยสารพ่อมดแม่มดรายสัปดาห์เค้าพึ่งรู้ว่า...กว่าครึ่งมันเป็นคนของตระกูลนี้! ใครจะรู้ว่ะว่าถ้าผมทองก็ต้องอยู่ในตระกูลมันซะหมด

 

 

 

ให้ตายเหอะจะเป็นลมเอาให้ได้....นี่มันปกติที่ไหน! ! ! !

 

ทำไมไม่บอกกันก่อนห่ะ! !เค้าจะได้เตรียมตัวรับมือพวกที่หน้าตาดีเกินปกติแบบนี้น่ะ! !

 

 

ทั้งที่ๆแฮรี่อยากจะตะโกนออกมาดังๆอย่างที่ใจคิดแต่ว่าบรรยากาศมันดันไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่น่ะสิ

เพราะทันทีที่ขาของคนทั้งคู่ก้าวเข้าไปในงาน เสียงพูดคุยที่ดังอยู่กับเงียบลงในทันที เสียงดนตรีแจ๊สร่วมสมัยยังคงดังอย่างต่อเนื่องแต่แฮรี่รู้สึกเหมือนกับว่าเสียงซุบซิบที่ดังอยู่รอบกายเค้ามันดังจนกลบทุกเสียงไปซะหมด

 

คนตัวบางพยายามจะดึงมือตัวเองออกจากการจับกุมของอีกคนข้างๆ

แต่แล้วสิ่งที่ได้รับกลับมากลับมีเพียงสายตาดุๆ

 

เฮ้อ....

 

แล้วจะให้เค้าทำยังไงว่ะ รู้ทั้งรู้ว่าเค้าเกลียดการเป็นเป้าสายตาจะแย่

 

"ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบัง"

 

เสียงทุ้มเข้มพูดขึ้นระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินผ่านผู้คนเข้าไปในงาน

 

เอาเข้าไป ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังน่ะใช่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้มันประเจิดประเจ้อนี่หว่า

 

แฮรี่อยากจะเถียงกลับไปอย่างนั้น ถ้าพวกเขาทั้งสองคนไม่เดินไปถึงตรงที่ที่พ่อกับแม่ของเจ้าหัวทองมันยืนอยู่ก่อนแล้ว

 

"ลงมากันแล้วเหรอ"

เสียงทุ้มกังวาลใสของผู้เป็นแม่ทักขึ้น

แฮรี่ทำเพียงแค่ก้มหัวเล็กๆดวงตาเขียวใสที่เต็มไปด้วยความประหม่าพยายามเสมองลงกับพื้น

 

"ก็ดี งั้นทิ้ง แขก ของแกไว้ที่นี่ แล้วไปทักลุงฟอร๊ซกับพ่อหน่อย เห็นเค้าบ่นถามหาแกอยู่"

เสียงของผู้เป็นพ่อดังขึ้นพร้อมกับช่วงขาที่กำลังจะก้าวนำออกไปถ้าหากไม่ถูกเสียงของผู้เป็นลูกเอ่ยขัดขึ้นมาซะก่อน

 

"ผมจะไปก็ต่อเมื่อผมจะแน่ใจได้ว่าแฮรี่จะไม่เป็นอะไรถ้าผมไม่อยู่"

นายลูเซียสหรี่ตามองหน้าลูกชายตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่เมื่อสายตาของร่างสูงตรงหน้ายังคงนิ่งสบเพื่อยืนกรานคำพูดของตน ทำให้ผู้เป็นมารดาต้องถอนหายใจก่อนจะเอ่ยตอบแทนสามีของตน

 

"....แม่จะดูแลเอง ลูกไปกับพ่อเค้าเถอะ"

 

มัลฟอยหันไปจ้องหน้าผู้เป็นมารดาของตน ก่อนจะหันไปทางร่างบางที่มองจ้องมาทางเค้าอยู่ก่อนแล้ว

และเมื่อนั้น

 

"ไปเถอะ ฉันอยู่ได้"

 

รอยยิ้มบางๆถูกส่งออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูจะลำบากใจไม่น้อยหากเค้ายังไม่ยอมไป

 

แม้ว่าจะไม่อยากแยกห่างจากเดรกโกขนาดไหน แต่แฮรี่ย่อมไม่อยากให้การมีตัวตนของตนทำให้ครอบครัวใครต้องแตกแยกกัน

 

มัลฟอยถอนหายใจหนักๆหนึ่งครั้ง ก่อนจะก้มลงมาจุมพิตที่ข้างแก้มใสอย่างเชื่องช้าและโอนโยน

"รอแป๊ปนะ เดี๋ยวฉันกลับมา"

 

ร่างสูงเดินตามผู้เป็นบิดาออกไป ทิ้งให้อีกคนต้องก้มหน้างุดหลบสายตาหลายคู่ที่กำลังพากันจ้องมองมาที่ตนรวมถึงลูกแก้วสีเทาเข้มของผู้หญิงคนที่ยืนอยู่กับเค้าด้วย

 

นางนาร์ซิสซายังคงจ้องมองร่างบอบบางตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์

ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว ตัวนางเองก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเจ้าหนูตัวเล็กคนนี้เท่าไหร่นัก

เพราะจากท่าทางการวางตัวที่อ่อนน้อมถ่อมตนตอนที่เจอเค้าทั้งสอง

และก็จากที่เจ้าตัวยอมปล่อยลูกเค้าให้ไปทักทายญาติพี่น้องก็ทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้มีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ไม่น้อย

ถึงแม้ดูภายนอก ร่างบางตรงหน้านี้ให้แนวหนุ่มน้อย..มากกว่านายน้อยก็เถอะ

คงเป็นเพราะใบหน้าที่ติดหวาน...เกินชายไปสักหน่อยนั่นกระมัง

 

ส่วนสูงและสัดส่วนเมื่อเทียบกับลูกชายตน...

ดวงตาสีเขียวมรกตกลมโต จมูกโด่งชันรับกับริมฝีปากเล็ก

ผิวพรรณนวลเนียน...แม้จะไม่ได้ขาวซีดเท่ากับคนในตระกูลมัลฟอย

แต่หากคิดถึงงานที่เจ้าหนูนี่ทำอยู่...นาร์ซิสซามั่นใจได้ว่าตนเองไม่เคยเจอมือปราบมารที่ไหนตัวขาวผ่องอมชมพูได้เท่านี้มาก่อน

 

 

 

..ไม่ได้เหมาะกับคำว่าสวยจนสะดุดตา...

 

 

แต่สำหรับคำว่าน่ารักไม่เป็นรองใคร....คงยากจะปฏิเสธว่ามันไม่เหมาะกับคนๆนี้เช่นกัน

 

มิน่าเจ้าลูกชายของหล่อนถึงได้หวงจนออกนอกหน้าซะขนาดนั้น

 

"เอ่อ..."

 

แฮรี่ที่ถูกอีกฝ่ายจ้องซะนานตัดสินใจที่จะพยายามหาข้ออ้างขอตัวออกไปข้างนอก แต่แล้ว..

 

 

 

 

"เธอ...สนใจจะพาคนแก่ออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้างไหม"

 

 

 

 

 

สายลมเย็นพัดผ่านดวงหน้าใส ไล้ผ่านไปตามเส้นผมทำให้แฮรี่รู้สึกดีไม่น้อย

ดูเหมือนหิมะที่ตกอยู่เมื่อตอนเย็นจะทิ้งความหนาวเย็นเอาไว้มากสักหน่อย

หากแต่ที่ที่มีแค่เสียงเพลงเบาๆจากด้านในและแสงไฟสลัวๆจากในงานส่องถึงเพียงเล็กน้อยตรงนี้กลับทำให้แฮรี่หายใจได้ทั่วท้องมากกว่า

 

 

"เหนื่อยเหรอจ๊ะ"

 

เสียงที่ดังขึ้นทำให้ร่างบางนึกได้ว่าตนไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวที่นี่

 

 

"เปล่าครับ......"

 

"งั้นก็...อึดอัด?"

ทั้งที่คนตรงหน้าทำเพียงแค่ยืนกอดอกมองมาที่ตน แต่ทำไมมันถึงกดดันได้ขนาดนี้นะ

 

"....ก็...นิดหน่อยฮะ"

 

 

ภาพหนุ่มน้อยร่างบางที่งุบงิบตอบประหนึ่งเด็กแอบทำผิดแล้วกลัวถูกจับลงโทษสามารถเรียกรอยยิ้มบางๆจากอีกฝ่ายได้

 

 

ตอนนี้แฮรี่แน่ใจแล้วว่าไอ้คุณชายมันไปได้รอยยิ้มหวาน..นั่นมาจากใคร ถ้าไม่ใช่จากคนนี้ๆ

 

 

"รู้มั้ย...ลูกชายฉัน....เค้าแหกกฏการเป็นพ่อมดของตระกูลมัลฟอยด้วยการติดต่อค้าขายกับมักเกิ้ล..แม้ว่าพวกฉันจะคัดค้านยังไงก็ไม่ยอมฟัง....ตอนนั้นฉันไม่รู้เหตุผลหรอกว่าเค้าทำไปเพื่ออะไร ทั้งที่แม้ว่าเค้าจะเกลียดงานแบบเก่าแล้วหยุดอยู่กับบ้านเฉยๆโดยไม่ต้องทำงานอะไรเลย เค้าก็ยังอยู่ได้อย่างสบายๆด้วยซ้ำไป...แต่ตอนนี้ฉันว่าฉันรู้แล้ว ว่าลูกชายฉันทำไปเพื่ออะไร"

 

เสียงใสยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับดวงตาที่ทอดยาวออกไปที่ท้องฟ้ากว้าง

 

"การที่ได้เห็นลูกชายตัวเองเดินมาบอกว่าเค้ามีคนรัก...คนเป็นแม่ก็ย่อมดีใจเป็นธรรมดา...แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเส้นทางที่ลูกชายของตัวเองเลือกเดินมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ..."

 

"...แม้ว่าฉันอยากจะให้ลูกชายฉันมีความสุขแบบคนปกติ...แต่งงานกับผู้หญิงที่ตนรัก...สร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน...แต่ถ้าหาก‘เธอ‘คือสิ่งที่ลูกชายฉันเลือกและก็เชื่อว่าดีแล้ว..ฉันคงไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่านี้"

 

แม้ดวงตาคมสวยจะเศร้าเพียงใดแต่ริมฝีปากแดงสดก็ยังคงยกยิ้มบางให้อีกฝ่าย

 

"การเป็นนายหญิงของตระกูลไม่ใช่เรื่องง่ายเธอคงรู้ดี.....ถ้าเกิดคนทั้งตระกูลไม่ยอมรับ...ฉันมั่นใจว่าลูกชายฉันก็พร้อมจะตัดขาดกับตระกูลนี้ทันที....เพียงแต่ฉันแค่อยากให้เธอคิดสักนิดว่าอย่างนั้นมันดีแล้วเหรอ...."

 

 

แฮรี่อึ้งกับเรื่องราวที่ได้ฟังจากอีกฝ่าย ตัวเค้าเองไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะมาไกลถึงขนาดนี้

 

มือทั้งสองถูกยกขึ้นกุม

 

"........พิสูจน์ตัวเองให้ทั้งฉัน สามี และคนทั้งตระกูลได้เห็นสิ...ว่าเธอเหมาะและคู่ควรกับคำนั้น"

 

 

เสียงเปียโนจากในงานเลี้ยงยังคงดังเบาๆคลอเสียงของสายลมยามค่ำคืน

คำพูดของคนที่จากไปแล้วยังคงดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของร่างบาง

 

 

แล้วเค้าจะต้องทำยังไงเพื่อที่เหมาะสมกับคำนั้นๆกัน

 

คำที่เค้าไม่เคยนึกถึงมาก่อน

 

คำว่า "นายหญิง" ของตระกูล

 

 

...........................................................

 

...........................................................................

 

............................................................................................

 

อ้อมกอดอันคุ้นเคยถูกสวมมาจากด้านหลังก่อนที่ริมฝีปากเฉียบแดงจะก้มลงจุมพิตที่แก้มนวลใสอีกครั้ง

 

"จะออกมาทำไมไม่บอกกันก่อน ปล่อยให้ฉันหาซะทั่ว"

 

แม้จะเป็นถ้อยคำว่ากล่าวหากแต่น้ำเสียงที่ใช้กลับหวานจับใจคนฟังนัก

 

ร่างบางที่ยังคงเงียบไม่ตอบทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจจับตัวคนตรงหน้าหันกลับมา

ฝ่ามือใหญ่ไล้ไปตามดวงหน้าบางที่ยังคงก้มมองสบพื้น

 

"เกิดอะไรขึ้นแฮรี่ ใครทำอะไร"

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามอีกคราพร้อมกับหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ

 

เค้าไม่อยู่แค่แป๊ปเดียว ทำไมเด็กน้อยของเค้าถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้น่ะ

 

"..ไม่มีอะไรหรอกเดรก...ฉันแค่....รู้สึกหนักน่ะ"

 

เสียงหวานใสราวกับนกน้อยเอ่ยเบาๆเหมือนกับพูดกับตัวเองมากกว่า

 

"...หืม.."

 

"...ไม่มีอะไรหรอกเดรก...ขอพักแป๊ปนะ"

 

ว่าแล้วก็ปล่อยตัวทิ้งลงกับอกกว้างตรงหน้า เปลือกตาทั้งสองปิดทับดวงตาสีเขียวมรกต

 

เดรกโกไม่ได้พูดหรือถามอะไรอีกหลังจากนั้น มือหนาข้างหนึ่งละจากแผ่นหลังบางที่ตนโอบกอดขึ้นลูบไปตามศรีษะทุยเบาๆ

 

 

เสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่ดังเป็นจังหวะอยู่ข้างหูทำให้แฮรี่ลืมเรื่องที่กำลังคิดอยู่ได้บ้าง

 

 

ไม่รู้ว่าเราสองคนยืนกอดกันอยู่นานเท่าไหร่ จนเมื่อเสียงเพลงจากข้างในเปลี่ยนเป็นเสียงเพลงเปียโนสบายๆของเพลงที่คุ้นเคย และนักร้องสาวเสียงใสที่ดังคลออยู่คงเป็นใครสักคนในตระกูลนี้ที่ถูกเปลี่ยนขึ้นมาร้องแทน

 

 

 

 

 

"....Fly me to the moon

 

And let me play among the stars

 

Let me see what spring is like

 

On Jupiter and Mars...."

 

 

 

 

"....เสียงดีกันทั้งตระกูลเลยเหรอไง"

 

 

เสียงเอ่ยเบาๆที่ดังมาจากคนร่างบางที่ยังหลับตาอยู่ ทำให้เดรกโกอดยิ้มไม่ได้

 

 

"....อยากเต้นรำไม๊"

 

 

 

 

"....In other words hold my hand"

 

มัลฟอยพูดพร้อมกับดึงมือบางขึ้นมา นิ้วทั้งห้าถูกกางออกเพื่อสอดประสานกัน ริมฝีปากบางแดงบรรจงจูบลงที่หลังมือ

 

ร่างบางเหม่อมองริมฝีปากที่ไล้จูบตามปลายนิ้วทั้งห้าและแล้ว...

 

 

"...In other words darling... kiss me"

 

 

เสียงนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมกับริมฝีปากของคนร่างสูงที่เคลื่อนสัมผัสลงที่ริมฝีปากของคนร่างเล็กอย่างแผ่วเบา..อ่อนโยน

 

ฝ่ามือสอดประสานกัน มือหนาโอบประคองเอวเล็ก และมือของอีกคนที่วางลงที่ไหล่กว้าง

ขาที่ก้าวนำจังหวะไม่ช้าไม่เร็วเกินไปทำให้อีกฝ่ายที่แม้จะเต้นรำได้ไม่เก่งนักยังตามได้ทัน

 

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง ดวงตาของทั้งคู่มองสบแค่กันและกัน

 

 

 

"Fill my heart with song

And let me sing forevermore"

 

 

แม้เสียงเพลงที่ดังอยู่แฮรี่จะรู้ความหมายของมันอยู่แล้ว ใช่...แฮรี่จำมันได้แทบจะขึ้นใจด้วยซ้ำ...

ก็เพลงนี้น่ะ คนตรงหน้ามักจะเล่นเปียโนร้องกล่อมเค้าเสมอนี่นา

 

แต่ทำไมนะ...เค้าไม่เคยสังเกตเองหรือว่าเดรกโกไม่เคยทำมันนะ...

 

ก็ดวงตาของคนตรงหน้าที่ส่งมาตอนนี้...

 

มันสื่อความหมายได้มาก...มาย...จนเค้าทำตัวไม่ถูกเลยละ

 

"You are all I hope for

All I worship and adore"

 

 

 

เสียงทุ้มที่ร้องเบาๆ...เหมือนจะเอ่ยย้ำกับตัวเอง....

 

 

"In other words please be true"

 

แต่ความหมายของน้ำเสียงและสายตานั่น...มันกลับทำให้แฮรี่รู้สึกว่า การมีอยู่ของเค้า..มันสำหรับคนตรงหน้านี่จริงๆ มือที่จับประคองหน้าเค้าราวกับของขวัญล้ำค่าที่แตกสลายได้ง่ายๆนั่น.....

 

 

 

"In other words I love you"

 

 

เสียงทุ้มที่เอ่ยกระซิบข้างหู.....

 

ริมฝีปากพรมจูบลงบนหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม

 

ก่อนจะไล่ลงไปที่จมูกโด่ง

 

...และริมฝีปากเล็กเชิดนั่น....

 

 

 

 

แม้เสียงเพลงข้างในจะจบลงไปแล้ว หากแต่ทั้งสองร่างยังคงตระคองกอดและมอบจุมพิตอันอ่อนหวานให้แก่กัน

 แฮรี่ปล่อยมือที่รั้งคอร่างสูงออกก่อนจะผละออกจากจูบที่เริ่มจะร้อนขึ้นทุกที

 

ร่างสูงเพียงแค่ยกคิ้วสีทองขึ้นข้างนึงอย่างสงสัย แต่แล้วเสียงเล็กที่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับดวงรอยยิ้มที่เลยไปถึงดวงตาสีเขียวมรกตนั่นแทบจะทำให้เค้าเป็นบ้า....

 

 

 

"In other words I love you"

 

..

 

....

 

.......

 

To be continue

Talk: ไม่ได้สั้นนะ..เพราะเค้ารวมตอนต่อไปด้วย

แต่ที่ต้องแยกเป็นสองอันเรามีเหตุผลน้า...

เพราะเพลงมันคนละเพลงน่ะสิ..อย่างง..ไปตามอ่านตอนต่อไปเล้ย

เอ้ย...อย่าลืมเม้นก่อนสิจ๊ะ...ฮี่ๆๆ

Credit: Fly Me To The Moon - version Olivia

 

edit @ 23 Mar 2010 15:16:03 by KILLAU

Comment

Comment:

Tweet

รี่น่ารักสุดๆๆ

#6 By Leo_Knight on 2011-02-06 18:59

ใช่ ๆ พี่
เพลงมานไม่ขึ้นอ่ะ

ฮ่า ๆ

ไม่เปนไร เบลล์เคยฟังเพลง fly me to the moon
แต่ว่าเพลง lucky ไม่เคยฟัง ~
หาใน youtube เอาละกัน !
555

#5 By Zodiac (115.87.85.74) on 2010-03-09 12:36

เพลงไม่ขึ้นอะ...
เง้ออออออออออออออ ... หนักอกหนักใจใช่มั๊ยเเฮร์
งือออออออ คุณหญิงแม่เปิดใจยอมรับแล้ว
แฮร์ต้องพิสูจน์ใช่มั๊ย ? โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เดรกอยู่ข้างน้องด้วยนะ ....

รอตอนต่อไปค๊าบบบบบบบบบบบบ
ปล.เพลงไม่ขึ้นรึป่าวฮะ?

#4 By zσмвіε' on 2010-03-08 21:39

เฮ้ย กลับมาแล้ว!!!
กีวี่คิดถึงจางงงง~~ //กอดๆๆๆ
ว่างแล้วหรอ?
ฟิกติดไว้ก่อนนะ5555 DM/HP(รู้สึกเราจะพูดประโยคนี้กันตลอด ฮาๆ)
อยากอ่านทอมแดนด้วยอ่า...
เดี๋ยวไปเมนต์เอนทรี่นู้นด้วยดีกว่าcry

#3 By Giwi on 2010-03-08 17:47

ตอนนี้พี่..(เรียกพี่ไปล่ะกันนะ ฮา)
กำลังมีปัญหาหนักอก..
เพลงมันไม่ขึ้นใช่ไม๊หนู T^T

#2 By KILLAU on 2010-03-08 14:08

คนแรก ลั้นลาา า ~
หวานกานซะขนาด *-*
เบลล์เคยฟังนะ fly me to the moon อ่ะ
เพราะ + หวาน
ฮ่า ๆ เด่วอ่านตอนต่อไปก่อน

#1 By Zodiac (124.121.221.147) on 2010-03-08 14:01