[SF] 愛しているから (JINxKAME) Warning Nc15

posted on 01 Mar 2010 02:15 by redwest

 

愛しているから

Aishiteru kara : Because I Love you (Fic happy birthday Kame-chan ^^)

Paring: Akanishi JIN x Kamenashi KAZUYA

Rate: NC15

By killau

 

เสียงกระดิ่งคล้องประตูร้านดังขึ้น พร้อมกับหญิงเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่ย่างเท้าเข้ามาอย่างมุ่งมั่น

ดวงตาคมสวยที่ถูกกรีดทับด้วยอายไลเนอร์สีดำเข้มมองสอดส่ายไปรอบๆร้าน และเมื่อพบคนที่ตนต้องการ

จึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับวางกระดาษขาวแผ่นเล็กๆที่มีเพียงแค่ตัวเลขชุดหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าหญิงสาววัยกลางคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

 

 

"คุณป้าค่ะ ช่วยดูดวงของคู่นี้ให้หน่อยได้ไหมค่ะ"

 

หญิงวัยกลางคนในเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มยกยิ้มให้ลูกข้าประจำก่อนที่จะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู

ก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆเปิดหนังสือตำราคู่มือเล่มเก่าด้านข้างและจดขยุกขยิกอยู่สักพัก

 

แล้วจึงวางดินสอลง พร้อมกับน้ำเสียงขำขันเล็กน้อย

 

"หืม.....หนู คราวนี้ล้อป้าเล่นใช่ไหมจ๊ะ..."

 

"ค่ะ?"

 

"คือ...คนคู่นี้เค้าไม่ได้เป็นเพศเดียวกันหรือจ๊ะ"

 

เมื่อเห็นเด็กสาวยังคงเอียงคอทำหน้างงงวย เจ้าของร้านจึงค่อยๆเลื่อนกระดาษที่ตนขยุกขยิกเขียนเมื่อครู่ออกมาให้ดู พร้อมกับคำอธิบายสั้นๆ

 

"ก็ดวงชะตาของคนคู่นี้....ตามคำทำนายแล้ว ชาติที่แล้วคนทั้งคู่เป็นคู่รักที่รักกันมาก แต่แล้วกลับทำสิ่งผิดพลาดร้ายแรงเอาไว้ ทำให้ชาตินี้คนทั้งคู่จะต้องเกิดมาเป็นเพศเดียวกันและต่างก็มีคนรักด้วยกันทั้งคู่หนิจ๊ะ"

 

 

.........

 

...............................

 

..........................................

 

 

กลางดึกสงัด พระจันทร์ดวงโตที่ส่องแสงนวลตาพาดผ่านหน้าต่างบานกว้างของคอนโดกลางกรุงโตเกียว ส่องให้เห็นเจ้าของห้องตัวบางที่กำลังหลับสนิทอยู่ในห้วงนิทรา จมูกโด่งเป็นสัน ผิวหน้าเนียนสวย คิ้วบางโก่งรับดวงตา ริมฝีปากบางเฉียบเฉี่ยว เครื่องหน้าที่เหมาะเจาะนี้คงจะทำให้ร่างที่หลับอยู่ดูราวกับรูปปั้นได้ หากคิ้วมนคู่นั้น ณ เวลานี้จะไม่ได้ผูกขมวดเป็นปมจนทำให้เค้าโครงหน้าดูบิดเบี้ยวไปหมด เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นตามไรผม หรือว่าเพราะอากาศในห้องนี้จะร้อนอบอ้าวเกินไปกันนะ หากแต่ดูจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีอยู่ และร่างบางที่มีเพียงแค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวติดตัวแล้วล่ะก็คงไม่น่าจะเป็นไปได้

 

แล้วจะเหลืออะไรซะอีกเล่าที่จะทำให้เจ้าของห้องคนนี้ต้องนอนกระสับกระส่ายไปมา

 

นอกเสียจาก

 

 

.....ฝันร้าย.....

 

.........

 

...............................

 

..........................................

 

 

เสียงพิณเบาๆที่ดังขึ้นคลอเสียงแห่งสายลมในค่ำคืนดึกสงัดเช่นนี้ ทำให้ชายหนุ่มร่างหนาที่กำลังนั่งชมจันทร์อยู่ที่ชานระเบียงที่เปิดกว้างทะลุกับสวนด้านหลังต้องผินหน้ากลับมามองทางต้นเสียงที่นั่งอยู่ที่มุมชานไกลออกไป

คิ้วดำเข้มรับกับใบหน้าคมขำสมกับเป็นชายชาตินักรบขมวดมุ่นเพียงนิด ก่อนจะเอ่ยถามออกไป

 

"เพลงใหม่หรือ...."

 

นิ้วเรียวที่กำลังบรรเลงอยู่เพลงอยู่หยุดลง เจ้าของร่างบางในชุดยูกาตะสีขาวสว่างตาเงยหน้าละจากพิณตัวงามในมือก่อนจะยกยิ้มเล็กๆให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้พูดอะไร แล้วจึงก้มหน้าลงเล่นเพลงของตนต่อ

 

เสียงพิณช้าๆแผ่วๆที่ถูกบรรเลงคลอรับลมต้นฤดูใบไม้ร่วงในค่ำคืนนี้ช่างชวนให้อีกฝ่ายลืมเลือนเรื่องราวหนักอกเมื่อครู่ยิ่งนัก

 

เมื่อคิดได้ดั่งนั้น ดวงหน้าเข้มจึงทำเพียงแค่กอดอกแล้วหลับตาลงปล่อยใจไปกับเสียงของสายลมที่คอยพัดอ่อนๆท่ามกลางกลิ่นของน้ำค้างยามค่ำคืน

 

ผิดกับอีกคนที่ค่อยๆเงยหน้าละจากพิณสีอ่อนตัวงาม แล้วมองไปยังแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่อยู่เบื้องหน้า

 

 

ทั้งที่ท่านกำลังทุกข์ใจ แต่นอกเสียจากเสียงเพลงเหล่านี้แล้ว....

.....ไม่มีอะไรที่ข้าคนนี้จะสามารถทำเพื่อท่านได้เลย...

.....ท่านชายของข้า.....

 

 

ดวงตาสวยเฉี่ยวหากแต่แฝงความเจ็บปวดเอาไว้ค่อยๆปิดลงพร้อมนิ้วมือเรียวที่กรีดลงบนสายพิณเป็นเสียงยาวเมื่อถึงท่อนจบของเพลง

 

แต่ทันใดนั้นนิ้วเรียวทั้งห้ากลับถูกหยิบยกขึ้นโดยอีกฝ่ายที่ไม่รู้ลุกขึ้นมานั่งใกล้ๆตั้งแต่เมื่อใด

จุมพิตเบาๆประทับลงบนหลังมือขาวใส ก่อนจะเคลื่อนมาประกบทับลงบนริมฝีปากสีแดงบางเฉียบคู่นั้น

 

ร่างบางสะดุ้งตาโต หากแต่ไม่นานดวงตาคู่นั้นกลับค่อยๆปิดลง พร้อมกับเอียงคอรับเอาริมฝีปากของอีกฝ่ายเข้ามา

แขนเรียวบางถูกจับยกขึ้นพาดที่ลำคอร่างหนา เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดชวนให้รู้สึกแปลกใหม่ยิ่งนัก

 

แสงจันทร์ส่องสว่างสะท้อนภาพคนสองคนกำลังแลกจูบอ่อนหวานให้แก่กันและกัน

 

 

จูบ...ที่ไม่ได้ดุดัน...แถมติดจะเอื่อยเฉื่อยด้วยซ้ำไป

แต่ทำไม....กลับหวานยิ่งนัก..

 

หรือเพราะว่ามันเป็นจูบจากท่านกัน

 

.....ท่านชายของข้า...

 

.........

 

...............................

 

..........................................

 

 

 

"..短いキスをそっと交わすと月明かりの中に

 

やわらかく感じるたびこぼれる愛情"

 

 

จูบสั้นๆถูกส่งให้กันและกันอย่างแผ่วเบาท่ามกลางเเสงของดวงจันทร์

ความรู้สึกอ่อนละมุนที่สัมผัสได้ทุกครั้ง ทำให้รู้สึกได้ถึงความรักที่เอ่อล้นออกมา

 

 

.........

 

...............................

 

..........................................

 

ร่างเล็กที่นอนอยู่สะดุ้งตื่นจากความฝัน หากแต่เสียงเพลงในความฝันยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัว

 

 

..สงสัยจะเพี้ยน แต่งเพลงมากไปจนเอาไปฝันหรือไงว่ะ..

 

 

ร่างบางอดค่อนขอดในความเอาการเอางานที่มากไปของตัวเองไม่ได้

มือบางยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่เริ่มหยดไหลลงมาเข้าที่ตาและปากตนเองออก

 

หากแต่นิ้วเรียวกลับหยุดลงยู่ที่ริมฝีปากบาง

 

 

แต่ว่า...จูบนั่น....ทำไมสัมผัสของมันถึงคุ้นเคยนักนะ....

 

หนุ่มน้อยสะบัดหัวเบาๆเมื่อรู้สึกว่าตัวเองชักจะเพ้อเจ้อเข้าไปทุกที ฝ่ามือสองข้างยกขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันไปหยิบนาฬิกาข้างหัวเตียงขึ้นดู

 

...ตีสี่ครึ่ง...

 

นี่เค้าพึ่งนอนไปได้สามชั่วโมงครึ่งเองนะ มันจะอะไรกันนักหนาว่ะ

ช่วงนี้เค้าก็ยุ่งจะตาย ทั้งซ้อมคอนเล่นคอน กว่าจะกลับมาก็ดึกจะแย่แล้วดันมานอนไม่ค่อยหลับเอาอีก

ให้ตายเหอะ

 

 

....เพราะไอ้เพลงใหม่บ้านั่นแท้ๆ.....

 

 

.........

 

...............................

 

..........................................

 

 

"คาเมะ~"

 

เสียงเรียกของเพื่อนร่วมวงทำให้คนร่างบางที่กำลังคิดเกี่ยวกับฝันเมื่อคืนอยู่ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะรีบจับกีต้าในมือเอาไว้แน่น

 

...เกือบทำตกแล้วไหมล่ะ...ขืนตกล่ะก็...โดนหมอนั่นด่าเละ

 

ว่าแล้วก็หยิบกีต้าโปร่งตัวเก่งไปวางที่แท่นข้างตัวก่อนจะหันไปหาอีกฝ่ายที่ยื่นแค่หน้าเข้ามาในห้องซ้อม

 

"ว่าไงนากามารุ"

 

"เบื้องบนเรียกแหนะ เห็นว่าจะคุยเรื่องโซโล่ในคอนว่ะ"

 

"โอเค ไปเดี๋ยวนี้แหละ"

 

คาเมะหันไปจดโน๊ตที่พึ่งนึกได้เมื่อกี้อีกไม่กี่ตัวลงบนกระดาษตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป

 

 

ทันทีที่ร่างบางหมุนเก้าอี้นั่งลง คำถามก็ถูกส่งออกมา

 

"ได้ข่าวว่านายกำลังแต่งเพลงใหม่เหรอ....แต่โซโล่ในคอนก็มีแล้วไม่ใช่เหรอไง"

 

ร่างบางไม่ได้แสดงอาการอะไรนอกจากการเหล่มองไปทางอื่นพร้อมกับริมฝีปากชี้งอนที่บิดไปมา

 

"เฮ้อ...ฉันเข้าใจว่าเรื่องโซโล่นายก็คงอยากทำให้ดี แต่คิดดูสิ แค่เพลงที่นายมีตอนนี้มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอไง ที่ฉันพูดน่ะ ไม่ใช่ว่าไม่สนับสนุนหรืออะไรนะ แต่นายน่ะได้ส่องกระจกบ้างไหมช่วงนี้ว่าตัวนายเองน่ะโทรมขนาดไหน"

 

และเมื่อเห็นร่างตรงหน้ายังคงนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร ผู้จัดการอย่างเค้าก็คงจะต้องพูดออกไปให้อีกฝ่ายได้เก็บเอากลับไปคิดซะบ้าง

 

"เฮ้อ....คาเมนาชิ.....นายจะไม่สบายทั้งที่ๆทัวร์คอนอย่างนี้น่ะเหรอ ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ แต่เอาเถอะ ฉันก็แค่เรียกมาถามดูเพราะเป็นห่วง แต่ถ้านายดื้อดึงที่จะแต่งมันต่อไปล่ะก็...ก็ตามใจนายก็แล้วกัน แต่จำไว้อย่าง...คอนเสริตครั้งนี้ แฟนๆทั่วประเทศรอคอยกับมันมาขนาดไหนนายก็คงจะรู้....อย่าทำให้พวกเค้าผิดหวังด้วยการล้มลงกลางคอนล่ะกัน"

 

 

"...ผมทราบดีฮะ...พวกเค้าจะไม่มีทางผิดหวังเด็ดขาด"

ตอบแค่นั้นเสร็จก็ลุกออกไปทันที ทำให้ผู้ที่เหลืออยู่ต้องส่ายหัวกับตัวเอง

 

 

"เฮ้อ...ดื้อไม่เข้าเรื่อง...รู้ไหมว่ามันทำให้คนอื่นเค้าเป็นห่วงขนาดไหน....ใช่ไหม.....จิน"

 

ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกปิดไปกว่าครึ่งด้วยหมวกสีดำใบเก่ง ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีขาวคอวีและกางเกงยีนส์สีซีดที่ยืนกอดอกอยู่ในมุมอับของกำแพงอีกด้านค่อยๆเดินออกมา ก่อนจะมองไปที่ประตูที่คนตัวบางพึ่งจะเดินออกไป

แม้จะไม่ได้ตอบอะไรออกไป แต่ดูจากกระพุ้งแก้มที่ถูกดุนด้วยปลายลิ้นนั่นทำให้รู้ได้ว่าดวงตาสีเข้มภายใต้หมวกใบนั้นคงกำลังฉายแววครุ่นคิดอยู่เช่นเดียวกัน

 

.........

 

...............................

 

..........................................

 

 

"เจ้า!!...ทำอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร จะเอาใครมาทำภรรยาแม่ไม่ว่า แต่นี่....เจ้าถึงกับกล้าไปคว้าเอาเด็กนั่น..."

 

"ท่านแม่คาซึเค้า..."

"อย่าพูดชื่อมันออกมาให้แม่ได้ยินนะ! !.. ตั้งแต่ตอนแรกที่ลูกไปรับมันมาอุปการะนี่แม่ก็เกินจะทนแล้ว กะอีแค่เด็กข้างถนนคนนึงที่เล่นพิณเป็นนิดหน่อย...แล้วดูสิ ถึงตอนนี้...หึ...รู้ถึงไหนอายถึงนั่น...นี่เจ้าจะทำให้แม่ต้องตรอมใจตายหรืออย่างไร"

 

"ท่านแม่..."

 

สายตาเจ็บปวดอย่างเหลือล้นของบุตรที่ทอดส่งเรียกร้องขอความเห็นใจจากผู้ซึ่งเป็นมารดากลับถูกตอบกลับมาด้วยคำพูดที่ทำให้เจ้าตัวถึงกับต้องชะงักงัน

 

"...เลือกเอาว่าระหว่าง...คำว่า..แม่...กับชื่อของมัน..."

"....จะต้องมีเพียงชื่อเดียวจะได้ออกจากปากเจ้านับจากนี้เป็นต้นไป!"

 

...............................

 

.........

 

"คุณคาซึยะเจ้าค่ะท่านชายเชิญออกไปพบเจ้าค่ะ"

ร่างบางที่กำลังนั่งเล่นอยู่ริมบ่อน้ำในสวนด้านหลังหันมาส่งยิ้มให้ผู้มาใหม่แล้วจึงค่อยลุกขึ้นเดินออกไป

 

ศาลากลางน้ำถูกครอบครองด้วยชายร่างสูงที่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว จมูกโด่งเป็นสันรับกับคิ้วดกดำพาดผ่านดวงตา ท่านชายงดงามเสมอในสายตาของคาซึยะ หากแต่ยามนี้ดวงตาคมที่ในยามปกติมักจะเจือไปด้วยร่องรอยแห่งความสุขเมื่ออยู่กับเค้ากลับดูนิ่ง...สงบ..จนคาซึยะไม่กล้าที่จะเปล่งเสียงเรียกออกไปเหมือนอย่างเคย

 

"...เอ่อ....ท่าน.."

 

แม้จะเป็นเพียงเสียงเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบา แต่เสียงแหบห้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของอีกคนกลับเป็นตัวปลุกอีกฝ่ายขึ้นจากภวังค์ได้ในทันที

 

ร่างสูงหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนตัวบางที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังตน

ดวงตาค้มเข้มไม่แสดงอารมณ์อะไรอย่างอื่น หากแต่ริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยคำพูดออกมานั้น กลับเปรียบเสมือนค้อนที่ทุบลงอย่างแรงกลางหัวใจ

 

"....คาซึยะ....จากนี้ต่อไป....เจ้า....ย้ายไปอยู่ที่ตำหนักด้านหลังล่ะกันนะ"

 

คาซึยะช้อนหน้าขึ้นมองคนรัก...ไม่สิ...คนที่ตนรัก..

แต่ร่างสูงตรงหน้าหาได้มีอาการอย่างที่คิดเลยสักนิด

 

..ไม่มีรอยยิ้มที่คุ้นเคย..

 

...แม้แต่ร่องรอยแห่งความเสียใจเศร้าโศก....ท่านก็จะไม่มีให้ข้าแม้แต่นิดเลยสินะ...

 

 

ดวงตาเรียวสวยถูกกลบไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมา..ท่วมไปถึงหัวใจดวงน้อยๆ

 

ท่าทางเย็นชาแบบนี้ของท่าน...ข้าไม่คุ้นกับมันเลยจริงๆ

.........

 

...............................

 

..........................................

 

 

"笑い声とか悲しい顏もた沢山見て来たけど

 

はじめて見るその姿は...僕をとまどわせた..."

 

 

ทั้งเสียงหัวเราะ และใบหน้าที่โศกเศร้า แม้จะเห็นมันมาเยอะแล้ว...

แต่ท่าทางแบบนั้นที่เห็นเป็นครั้งแรก..........มันทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก

 

..........................................

 

...............................

 

.........

 

"ท่านคาซึยะเจ้าค่ะ...อย่าทำอย่างนี้เลยนะเจ้าค่ะ ทานอะไรหน่อยเถอะนะเจ้าคะ"

 

คำปฏิเสธเดิมๆถูกส่งมาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่หม่นหมองลงทุกวันๆ

"ขอโทษนะมามิ แต่ฉัน..ไม่หิวจริงๆ.."

 

เมื่อตอบเสร็จร่างบางก็ก้มหน้าก้มตาเล่นพิณของตัวเองต่อ

ปล่อยให้สาวน้อยต้องน้ำตาคลอกับภาพตรงหน้า

 

พิณที่ท่านชายให้ไว้ ท่านคาซึยะไม่เคยให้มันห่างตัวเลย

 

แม้จะเป็นวังหลัง หากแต่ความสะดวกสบายหาได้น้อยกว่าวังหน้าไม่

ท่านชายยังคงส่งสาวรับใช้มาดูแลปรนิบัติเค้าเหมือนเดิมทุกอย่าง

จะมีก็เพียงแต่เจ้าพิณตัวนี้......

 

....เสียงของมัน..

 

...ไม่เคยได้ส่งไปถึงเจ้าของพิณตัวจริงอีกเลย.....

 

 

 

 

 

..........................................

 

............................