[Fic DM/HP] Desert Rose: Part XV (END)

posted on 29 Oct 2008 00:48 by redwest
 

[Fic DM/HP] Desert Rose: Part 15 By Killau

 

TAKE ‘US'  TO YOUR HEART

 

 

เช้าที่สดใสกลางทะเลทรายเริ่มขึ้นเหมือนทุกวัน ดวงอาทิตย์ที่ร้อนเจิดจ้าแสงของมันปลุกให้ร่างบางที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมา หากแต่ในเช้านี้วิวแรกที่มองเห็นกลับเป็นใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มอีกคนที่นอนหลับอยู่ข้างกัน แฮรี่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ตื่นมาแล้วยังคงเจอใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตานี่นอนอยู่

 

....สายขนาดนี้แล้วยังไม่ตื่น สงสัยวันนี้คงได้พัก...

 

ที่ว่าสายขนาดนี้ไม่ใช่ว่าปกติแฮรี่เป็นคนตื่นสายหรอกนะ เพียงแต่ว่าวันไหนหากเดรกโกไม่กลับมาดึกมาก ทุกคืนคุณหมอจำเป็นจะต้องสั่งให้เค้าออกกำลังกายบำบัดอาการป่วยทุกคืนโดยไม่กลัวว่ากระดูกจะได้รับการการะทบกระเทือนจากการเขย่าขย่มกันเลยทีเดียว แถมกว่าจะได้นอนนู่นก็ล่วงไปเกือบเช้าซะทุกที เค้ายังแปลกใจอยู่เลยว่าหมอนี่มันไปทำงานไหวได้ยังไงฟ่ะ ขนาดเค้ายังตื่นนอนซะสายทุกที

 

ร่างบางนอนคิดกับตัวเองขณะที่นอนจ้องดวงตาเข้มที่ปกติมันจะจ้องมาตรงมาที่เค้าเสมอ

 

..เอ๊ะ!..เดี๋ยวนะ....จ้องตางั้นเหรอ....เฮ้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

"นี่นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

 

คนตัวบางสะดุ้งโหยงออกห่างอีกคนทันที ดวงหน้าขาวเรียวร้อนผ่าวขึ้นมา อาการของคนตรงหน้าเรียกเสียงหัวเราะออกมาจากอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

 

"ก็นานพอที่จะแอบมองคนที่เค้ามาแอบหลงแอบเพ้อแอบมองฉันได้ก็แล้วกัน"

พูดไปก็ยิ้มไปชวนให้อีกคนหมั่นไส้ในความมั่นใจเกินร้อยของคนตรงหน้า

 

"ใครเค้ามองเค้าเพ้อเค้าหลงนายกัน หลงตัวเองชัดๆ"

แม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่ร่างบางกลับก้มหน้างุดๆ อาการเขินอายที่ชอบมีให้เห็นบ่อยๆมันทำให้เดรกโกอดอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้

 

แน่นอนว่าแต่ก่อนตอนเด็กเค้าชอบที่จะเห็นร่างบางโกรธ หรือทำหน้าทะมึงถึงเวลาเจอเค้า เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่พอจะยืนยันการมีตัวตนของตนในสายตาของคนตรงหน้า มันเป็นสิ่งเดียวที่เค้าตอนเด็กพอจะคิดจะทำได้ในช่วงเวลานั้น แต่หากเทียบกับตอนนี้ การได้เจอที่ทุกวันที่โรงเรียนกับตอนนี้ที่ได้ตื่นขึ้นมามองหน้ามองตากันทุกเช้าทุกวันแบบนี้

 

มันคนละความรู้สึกกันเลย!

 

เค้าดีใจที่ตัวเองได้มีโอกาสรับรู้หลากหลายความรู้สึกของคนตรงหน้า ทั้งโกรธ ยิ้ม เขิน เศร้า และสุข.....

และเดรกโกก็ไม่คิดที่จะเก็บมันไว้กับตัวเองฝ่ายเดียวอีกต่อไป เค้าเรียนรู้มามากพอที่จะแบ่งแชร์ความรู้สึกให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับรู้มากขึ้น เค้าไม่อยากจะเอานิสัยช่างเก็บของตัวเองมาทำให้เกิดช่องว่างที่เป็นบ่อเกิดแห่งความเข้าใจผิดระหว่างเค้ากับคนรักอีกต่อไป

 

ท่อนแขนแกร่งดึงร่างบางเข้ามาซุกในอ้อมกอดก่อนจะจุมพิตเบาๆที่กระหม่อมอย่างรักใคร่พร้อมคำหวานที่เอื้อนเอ่ยออกมา

 

"ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสรับรู้ความรู้สึกนี้นะแฮรี่"

 

 

 

 

ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาผ่านแรงกระเพื่อมของแผ่นอก

 

 

 

ความรู้สึกที่เรียกว่า

 

 

...................ความสุข......................

 

 

 

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในตอนบ่ายของวัน ทำให้แฮรี่ผงกหัวขึ้นจากหนังสือเล่มบางที่กำลังอ่านอยู่ ก่อนจะเหลือบตาไปมองอีกคนที่ขนเอาเอกสารการงานมานั่งทำอยู่ที่โต๊ะไม้สักสีน้ำตาลเข้มที่บนพื้นโต๊ะถูกทำขึ้นจากหินอ่อนขัดมัน หากแต่ร่างของคนรักไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ ด้วยความเกรงใจเจ้าของบ้านทำให้แฮรี่นั่งรอให้ป้าแม่บ้านมารับอยู่สักพัก แต่แล้วจนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นมีใครมา สงสัยว่าจะกลัวมาขัดจังหวะนายท่านและคุณหนูของบ้านที่นานทีจะได้พักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกันกระมัง แต่ในที่สุดด้วยความที่ไม่อยากให้เสียงมันดังไปรบกวนโสตประสาทของคนที่กำลังทำงานด้วยสมาธิอันสูงส่งไปมากกว่านี้ทำให้แฮรี่จึงจำใจลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์แทน

 

"สวัสดีครับบ้านมัลฟอยครับ"

ส่งเสียงออกไปตามที่เคยได้ยินเวลาป้าแม่บ้านรับโทรศัพท์ หากแต่ปลายสายกลับเงียบไปนิดนึงก่อนจะถามกลับมาให้คนรับสายได้งงไปตามๆกัน

 

"เธอเป็นใคร"

น้ำเสียงที่ถามกลับมาแม้จะราบเรียบแต่กลับทรงอำนาจ ทำให้อีกฝ่ายอดจะเกร็งขึ้นมาไม่ได้ ที่เค้าไม่อยากรับโทรศัพท์ก็เพราะอย่างนี้แหละ มีอยู่ครั้งหนึ่งก็อย่างนี้ ตอนนั้นก็ไม่รู้ป้าแม่บ้านหายไปไหน แต่คราวนั้นพอเค้ารับสายกลับถูกตัดทิ้งไปเสีย แถมคราวนี้มาถามอย่างนี้อีก ตัวเค้าเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบไปว่าอะไรดี

 

แฮรี่ลอบถอนใจเบาๆทีหนึ่งก่อนจะถามกลับไปอีกครั้ง

 "เอ่อ......ไม่ทราบว่าจะเรียนสายกับใครครับ"

 

"ฉันถามว่านี่ใคร"

ปลายสายที่ตอบกลับมาเริ่มเจือแววไม่พอใจ

 

"ขอโทษครับเพียงแต่ผมคิดว่าก่อนที่คุณจะถามว่าอีกฝ่ายเป็นใครคุณควรจะบอกชื่อตัวเองมาก่อนครับ"

แฮรี่กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งอย่างปกติไร้แววเกรี้ยวกราดใดๆ

 

"ผมเกรงว่าตัวผมจะไม่ได้มีค่าใดๆให้คุณควรจะ..."

หากแต่เมื่อปลายสายเงียบไปแฮรี่จึงเลือกที่จะพูดขึ้นอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้ก่อนที่แฮรี่จะได้พูดจบอีกฝั่งของชุมสายก็กล่าวแทรกขึ้นมาก่อน

 

"ฉันลูเซียส มัลฟอย ทีนี้ฉันจะพอขอสายเจ้านายของเธอได้หรือยัง"

แฮรี่อึ้งไปเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร แต่ก่อนจะได้ตอบรับอะไรโทรศัพท์ที่อยู่ในมือกลับถูกดึงออกไป

 

"สวัสดีครับพ่อมีอะไรครับ"

เดรกโกกรอกเสียงพร้อมกับเดินหนีออกไปคุยในที่ที่ไกลพอจะไม่ให้คนร่างบางได้ยิน

 

แผ่นหลังที่เดินออกไปไกลทำให้แฮรี่เกิดแปลบปล๊าบขึ้นมาก่อนจะรีบปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป แล้วจึงเดินกลับไปทิ้งตัวลงที่โซฟาตัวเดิมพร้อมกับหยิบหนังสือเล่มเดิมที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมา หากแต่สมาธิที่เคยมีทั้งหมดกลับหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ในสมองของคนร่างบางมีแต่คำถามมากมายไหลวนไปเวียนมาอยู่ตลอดพร้อมกับเข็มนาฬิกาที่ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านไปอย่างช้าๆ และในที่สุดแฮรี่ก็ตัดใจที่จะวางหนังสือในมือลง

 

ในเมื่อไม่มีกะใจจะอ่านก็พักก่อนดีกว่า เดี๋ยวหนังสือดีดีจะกลายเป็นอ่านขยะไปซะงั้น

 

หากแต่มันช่างประจวบเหมาะกับที่อีกฝ่ายเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นส่วนกลางในมือถือโทรศัพท์กลับไปวางคืนที่แป้นชาร์จแบตก่อนจะหันกลับมานั่งประชันหน้ากับคนร่างบางอีกครั้ง ตัวตาสองคู่สบกันอย่างสงบนิ่ง และสุดท้ายฝ่ายที่ทนไม่ไหวก็คือเดรกโกอีกเช่นเคย ร่างสูงลอบถอนหายใจก่อนจะเอ่ยถามกับอีกฝ่าย

 

"ทำไมเมื่อกี้ถึงทำอย่างนั้น"

 

น้ำเสียงราบนิ่งทำให้แฮรี่ไม่สามารถเดาอารมณ์ของคนตรงหน้าได้อย่างเคย

 

"ฉันทำอะไร"

 

เมื่อยังไม่แน่ใจในคำถามทำให้แฮรี่ถามกลับอีกครั้ง

 

"ทำไมถึงรับโทรศัพท์อย่างนั้น"

 

ทันทีที่ประโยคนี้ออกจากปากคนตัวสูงมันทำให้แฮรี่รู้สึกสะอึกขึ้นมาทันที

นี่ตัวเค้าผิดเหรอที่รับโทรศัพท์ของคนบ้านนี้ ผิดที่อาจจะสร้างการมีตัวตนของคนรับใช้โง่ๆคนหนึ่งขึ้นมาให้พ่อแม่ของอีกฝ่ายรับรู้ แม้ว่าเค้าจะไม่หวังให้อีกฝ่ายพาออกเปิดเผยกับใครต่อใครหรือแม้แต่ครอบครัวของเจ้าตัว แต่แฮรี่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ต่ำขนาดที่ว่า แม้จะเป็นคนรับใช้ก็เป็นไม่ได้

 

หน่วยตากลมโตคลอจัดไปด้วยน้ำหล่อเลี้ยงที่พากันมากระจุกเอ่อล้นอยู่ แฮรี่พยายามกลืนก้อนแข็งๆลงคอไปอย่างยากลำบาก แต่หากทันทีที่น้ำตาหยดแรงหลั่งรินออกจากดวงตาคู่โตมันกลับถูกเกี่ยวเก็บไปด้วยเรียวลิ้นของอีกฝ่าย เดรกโกที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามในตอนแรกดึงอีกฝ่ายเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งทันที

 

"ทำไมต้องร้องไห้แฮรี่ ฉันสิที่ควรจะเป็นฝ่ายเสียใจ"

เอ่ยด้วยโทนเสียงนุ่มนวลราวปุยนุ่น ฝ่ามือกว้างยกขึ้นลูบศรีษะอีกฝ่ายที่ดูท่าจะไม่หยุดร้องไห้เอาง่ายๆ

 

"ฉันไม่โกรธไม่ว่าถ้านายจะไม่อยากแสดงตัวกับคนอื่นว่าเราเป็นอะไรกัน แต่ฉันก็แค่เสียใจ....เสียใจที่ทำไมการที่ฉันรักนายมันทำให้นายต้องกดตัวเองให้ต่ำลง"

แฮรี่ที่ยังคงนิ่งทำให้เดรกโกเลือกที่จะพูดต่อ ใช่สิเค้ายอมมาได้ตลอด กับเรื่องผิดหวังแค่นี้เค้าก็ทนได้

แม้จะต้องฝืนยิ้มแต่เค้าก็ต้องการจะบอกให้อีกฝ่ายได้รู้

 

"แล้วรู้ไม๊สิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจที่สุดมันคือ....ความรู้สึกของฉันที่ฉันเคยคิดมาตลอดว่านายรับรู้มัน มันกลับไม่เคยส่งไปถึงนายเลยแฮรี่....การที่ถูกมองข้ามไปอย่างนี้มันทำให้ฉันเสียใจนะ"

 

"รู้เอาไว้นะว่าสำหรับฉัน นาย-เป็น-คน-สำ-คัญ-เสมอ แฮรี่"

 

 

ทันทีที่เดรกโกพูดจบริมฝีปากที่พึ่งเอ่ยพูดกลับปิดลงด้วยริมฝีปากเรียวปากแดงฉ่ำของอีกฝ่าย และเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระแฮรี่ก็โถมเข้ากอดอีกฝ่ายแรงๆ

 

"ฉันขอโทษเดรก....ฉันแค่ไม่แน่ใจว่าฉัน...อยู่ในสถานะอะไรในบ้านหลังนี้ และกับสังคมแบบนี้...เราถือว่าเป็นอะไรกัน คือ..ที่โลกแห่งเวทมนต์ฉันมันก็เป็นแค่พ่อมดจนๆคนนึงที่ไม่ได้มีชื่อเสียงหน้าตาอะไรในสังคมมากมาย แล้วยิ่งกับพวกมักเกิ้ลแล้ว.......ฉันแทบจะเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลยนะเดร...."

ดวงตากลมโตสีน้ำทะเลมองสบควันบุหรี่สีเทาเข้มด้วยแววสั่นระริก

 

 

 

 

"รู้ไว้นะแฮรี่.......ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไหร่ แต่สำหรับฉัน...นายคือคนรักที่สำคัญที่สุดของฉัน และสำหรับบ้านหลังนี้....นายจะเป็นคุณหนูเล็กเพียงคนเดียวของที่นี่ตลอดไป.....แฮรี่ พอตเตอร์...."

 

 

 

 

 

 

"เรียบร้อยรึยังแฮรี่"

คนตัวโตที่เข้ามาเช็คความเรียบร้อยของคนตัวเล็กอีกครั้ง

ทรงผมที่ถูกหวีให้เรียบและเสื้อผ้าที่เปลี่ยนเป็นแบบค่อนข้างทางการทำให้แฮรี่รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แม้เดรกโกจะบอกว่าไม่ทำเป็นต้องแต่งตัวดีมากก็ได้ แต่แฮรี่ก็คิดว่าการจะไปพบพ่อแม่ของอีกฝ่ายมันเป็นเรื่องใหญ่มากพอกับๆการไปชมควิชดิชเวิลคัพเลยนะ!

 

"จริงๆแต่งธรรมดาก็ได้ ยังไงนายก็ต้องไปเปลี่ยนชุดอีกรอบที่บ้านฉันอยู่ดี"

เดรกโกบ่นเบาๆกับความคิดมากของคนรัก กับแค่การไปเปิดตัวปาร์ตี้ฮาโลวีนเล็กๆของที่บ้านเค้า ไม่เห็นจะต้องซีเรียสอะไรขนาดนี้เลย

 

 

หลังจากตอนที่เดรกโกมอบต่ำแหน่งคุณหนูน้อยคนเดียวของบ้านให้กับเค้าแล้ว หมอนั่นก็พูดอีกประโยคที่ทำให้เค้าต้องมานั่งเครียดอยู่นี่

 

"ส่วนสังคมที่นายว่า...จริงๆฉันก็ไม่ค่อยอยากจะเอานายไปออกงานให้เกลื่อนหรอก....ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นน่า แค่นี้ในโลกพ่อมดนายก็ดังจนฉันไม่อยากจะให้ดังไปมากกว่านี้แล้วล่ะ แค่ตอนนี้แฟนฉันทำอะไรที่ไหนไอ้พวกเดรี่ฟรอเฟร็ตก็แทบจะเขียนบอกกล่าวทุกย่างก้าวของนายอยู่แล้ว ถ้าขืนดังไปมากกว่านี้สงสัยฉันไม่ต้องทำงานกันพอดี ได้มัวแต่ไปตามเก็บไอ้พวกพ่อมดที่คิดจะมาตีท้ายครัวแย่งเมียชาวบ้านน่ะสิ"

 

แฮรี่ที่ได้แต่อึ้งกับคำกล่าวเกินจริงของแฟนตัวเองยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับ อีกฝ่ายก็พูดขึ้นต่อซะก่อน

 

"แต่ก็อย่างว่าแหละ ก็เพราะนายเป็นคนดัง ถ้าฉันไม่รีบตรีตราจองนายเอาไว้ก่อนมีหวังฉันต้องได้ถูกนอกใจระหว่างไปทำงานแน่ๆ"

แฮรี่อดขำคนขี้ประชดไม่ได้

 

 

 

"เอาเป็นว่า.............เริ่มแรกมาแนะนำตัวกับพ่อแม่ฉันคืนนี้ก่อนล่ะกันนะแฮรี่"

 

 

 

 

และหลังจากประโยคนั้นมันทำให้แฮรี่ต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำอาบน้ำปะแป้งแต่งตัวใหม่อีกรอบทันที!

 

"โอเค ถ้านายพร้อมแล้วก็ไปกันเลยเถอะ"

หลังจากมัลฟอยก้มลงพิสูจน์กลิ่นความเรียบร้อยจากแก้มนุ่มเสร็จก็เดินยิ้มจูงมือกันไปหยุดอยู่ที่หน้าเตาผิงที่ถูกเอาผ้าคลุมไว้อยู่ แฮรี่ไม่เคยจะสังเกตด้วยซ้ำว่าในห้องนอนเค้ายังมีเตาผิงอันใหญ่อยู่ที่ตรงริม เนื่องด้วยที่นี่ไม่เหมือนที่อังกฤษอากาศที่ค่อนข้างจะอบอุ่นทำให้เดรกโกไม่เคยจะใช้มันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

ดวงไฟสีแดงลุกพรึ่บทันทีที่ไม่กายสิทธิ์ถูกสะบัดออกไป เสียงท่อนไม้ที่แตกเปราะแปะเนื่องจากโดนความร้อน กลิ่นไอเผาไหม้เจือจางอยู่ในอากาศ สิ่งเหล่านี้มันทำให้แฮรี่เริ่มนึกถึงที่ที่จากมา

 

เค้ากำลังจะได้กลับไปสินะ

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นแฮรี่จึงเริ่มหันกลับมามองรอบตัวๆ แผ่นหินขัดมันสีขาวยวงใสที่ถูกปูเรียงตัวอย่างสวยงามไปทั่วบ้านโทนสว่างหลังนี้ มองออกไปนอกหน้าตาก็เห็นสวยเขียวสวยกว้างที่สร้างความชุ่มชื้นตัดกับทะเลทรายที่อยู่รายรอบ

 

แม้จะดูแห้งแล้งแต่มันกลับเป็นสถานที่ที่เป็นบ่อเกิดของสิ่งมีชีวิตหลายชีวิต ลมร้อนกลางทะเลทรายที่มักจะพัดมาพร้อมกับไอแดดในช่วงใกล้เที่ยง ทั้งที่มันทำให้เหงื่อไหลท่วมกายผิดกับลมฤดูหนาวเหน็บกลางกรุงลอนดอนที่เค้ารู้จักกับมันมาเกือบทั้งชีวิต แต่ก็เพราะลมร้อนนี้ไม่ใช่เหรอที่มันได้พัดพาเอาความอบอุ่น ความรักความเข้าใจ และสุดท้ายมันก็เป็นตัวการที่พัดเอาเอาบ้านของหัวใจมาให้กับเค้า บ้าน...ที่หาไม่ได้ในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี บ้านที่แม้จะไม่ใหญ่โตระโหฐานเหมือนบ้านผู้ดีในประเทศอังกฤษ แต่มันกลับเป็นบ้านที่เค้ากลับรู้สึกอยู่แล้วอุ่นใจไม่แพ้บ้านที่เค้าได้รับจากพ่อบุญธรรมของเค้าเลยทีเดียว แม้จะไม่มีเอลฟ์คอยรับใช้ แต่มันก็ไม่ได้เหนื่อยหรือรู้สึกแย่อะไรกับการที่จะต้องอยู่ร่วมกับพวกป้าพี่เลี้ยง

ผู้คนที่นี่แม้จะไม่รู้เวทมนย์ใดๆ ไม่ได้รับรู้ถึงชื่อเสียงที่เค้ามี แต่กลับให้การต้อนรับเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้อย่างอบอุ่นไร้ซึ่งการดูถูกเหยียดหยามอย่างคนอื่นๆที่เค้าเคยเจอ ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงเปรียบเสมือนโอเอซิสที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ทะเลทรายที่ว่างเปล่า

ถ้าจะเทียบความรู้สึกของเค้าตอนครั้งแรกที่มาถึงกับตอนนี้ มันคงเทียบได้กับดอกไม้ชนิดนึงกระมัง แม้ว่าแรกเริ่มจะไม่มีวี่แววให้เห็นว่า กลางทะเลทรายแห่งนี้จะสามารถเป็นบ่อเกิดของดอกไม้ดอกใดได้ แต่เป็นคนบ่อน้ำบ่อนี้ที่คอยเฝ้าเติมเต็มความชุ่มชื้นทำให้แม้แต่ดอกไม้ที่เค้าว่ากันว่าเกิดยากนักยากหนาในทะเลทรายแห่งนี้ก็เกิดขึ้นในที่สุด

 

....เป็นเพราะนายนะเดรกโก....

 

ความรู้สึกของฉันและนายมันก็เปรียบได้กับดอกไม้ที่แม้มันจะหายากที่สุดแต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว

 

 

 

.....ดอกกุหลาบทะเลทราย....

 

 

ฉันมั่นใจว่าดอกไม้นี้มันก็จะโตและแข็งแรงอย่างไม่มีอะไรสามารถมาทำให้มันตายลงได้ นอกเสียจากว่าบ่อโอเอซิสที่เคยคุ้มครองดูแลมันมาตลอดเกิดจะแห้งเหือดลงไป เพราะหากเป็นอย่างนั้นดอกไม้ดอกนี้มันก็คงจะเหี่ยวเฉาผลัดใบทิ้งและตายลงในที่สุดเป็นแน่

 

 

 

 

 

 

‘ตราบใดที่ยังมีความมั่นคงสม่ำเสมอ ก็แน่ใจได้เลยว่ารักของเราจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง'

 

 

 

 

 

 

 

ดวงไฟลูกโตกลางเตาผิงอันใหญ่เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวกลับเป็นกลุ่มไฟสีแดงเช่นเคยก่อนจะค่อยๆหรี่อ่อนจนมอดลงในที่สุดพร้อมกับสายลมบางเบาที่พัดผ่านพร้อมกับๆคำเอ่ยลาและคำสัญญาของคนสองคน

 

 

 

‘ลาก่อน บ้านหลังที่สองของฉัน'

 

 

 

‘ฉันจะพาคุณหนูเล็กของพวกนายกลับมาเยี่ยมอีกครั้งอย่างแน่นอน'

 

 

 

 

 

 

 

Hiding from the rain and snow
Trying to forget but I won't let go
Looking at a crowded street
Listening to my own heart beat

 

"แฮรี่ คราวนี้นายแน่ใจเหรอว่าจะรับงานไปที่ทะเลทรายน่ะ มันร้อนนะ"

เสียงเพื่อนสนิทที่เดินตามหลังมาตะโกนถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ทำให้ร่างบางหันกลับมายิ้มสวย

 

 

"ฉันอยากจะลืมอะไรๆน่ะ ไปไกลๆบ้างก็เผื่อจะดีขึ้น"

 

 


So many people all around the world
Tell me where do I find someone like you girl

 

 

บอกฉันมาหน่อยสิแฮรี่ว่าทำไม ทั้งที่หลังจากเราจบจากฮอกวอร์ตเราจะไม่เคยได้คุยกันเลยสักครั้ง

ทั้งที่หลังจากนั้นฉันก็เจอคนมากมายนะ

 

...แต่....

 

 

ฉันก็ไม่เคยเจอใครที่จะแทนนายได้เลยจริงๆ

 

 

หรือว่าจริงๆแล้วฉันไม่ได้ต้องการใครมาแทนนายกันนะ

 



Take me to your heart take me to your soul

 

รับฉันเข้าไปในใจนายหน่อยเถอะแฮรื ช่วยกรุณารู้สึกถึงตัวตนของฉัน กรุณารับรู้สิ่งที่ฉันอยากจะให้ด้วยเถอะ


Give me your hand before I'm old

ถ้าหากนายจะหนีฉันไป แต่ก่อนเราจะแก่ตายกันไป อย่างน้อยก็ให้มือนี้กับฉันเถอะนะ

ฉันยังอยากจะเดินจูงมือไปเที่ยว พานายไปหาพ่อแม่ อยากจะพานายไปในที่ที่ฉันชอบ อยากจะพานายไปทำในสิ่งที่นายมีความสุข รู้ไม๊แฮรี่ ฉันอยากจะจับมันเอาไว้จนกว่าจะถึงวันที่เราทั้งคู่ไม่มีแรงที่จะจับมันอีกต่อไป

 

Show me what love is - haven't got a clue

เดรกโก มัลฟอย...ฉันไม่เคยนึกจะชอบนายเลย

แต่ทั้งที่คิดอย่างนั้น ฉันกลับอยากจะให้นายแสดงถึงสิ่งที่เรียกว่า รัก

ฉันกลับอยากจะรู้ความหมายคำนี้จากนาย

 

นายเพียงคนเดียว...เดรก....

 

Show me that wonders can be true

 

แสดงให้ฉันดูหน่อยสิว่าปาฏิหารย์สำหรับรักของเราน่ะมีจริง

ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับอดีตทุกทีที่คิดถึงมัน

 

ดังนั้น....ช่วยลบความเจ็บปวดพวกนั้นออกไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า...สิ่งมหัศจรรย์ได้ไม๊....

 


They say nothing lasts forever
We're only here today
Love is now or never
Bring me far away

แม้จะมีวันพรุ่งนี้หรือเปล่า แต่ตอนนี้เวลานี้ฉันอยากจะใช้มันกับนายเดรก

แม้ว่าพรุ่งนี้นายจะตัดสินใจทำอะไร แม้ว่ามันจะทำให้ฉันเจ็บปวด แต่แค่คืนนี้...ขอให้ฉันได้จมอยู่กับความฝันที่สวยงามที่สุดด้วยเถอะ

 

 

Take me to your heart take me to your soul
Give me your hand and hold me

 

เดรกโก ได้โปรดยื่นมือออกมาให้ฉันจับ กรุณายึดฉันไว้ด้วยเถอะ

รับฉันเข้าไปในใจนาย ทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงความรักของนาย อย่าปล่อยให้ฉันต้องไปในวันพรุ่งนี้เลยนะ...เดรก...


Show me what love is - be my guiding star
It's easy take me to your heart

 

....แฮรี่.....

 

ฉันมั่นใจว่านายจะต้องกลับมา

 

ฉันมั่นใจว่ารักของเราจะต้องเป็นเหมือนดวงดาวที่คอยช่วยนำทางนายเวลานายคิดหรือตัดสินใจอะไร

 

 

...แต่ถ้านายไม่ได้รับรู้ถึงความรักอันนั้น....

 

 

..มันง่ายๆแฮรี่....แค่รับฉันเข้าไป แล้วนายก็จะรับรู้ได้ถึงความรักของฉัน

 


Standing on a mountain high
Looking at the moon through a clear blue sky
I should go and see some friends
But they don't really comprehend

"ตัดสินใจมาแล้วนี่แฮรี่ ก็แค่ทำให้เสร็จ หลังจากนี้นายก็จะได้กลับไปอยู่กับเค้าแล้ว"

เพื่อนสาวที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของร่างบางที่ออกมาเดินเล่นนอกบ้านเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนเริ่มเหม่ออีกรอบ

 

ดวงหน้าสวยไม่ได้เอ่ยอะไรตอบ จะมีก็แต่ดวงตาที่แสดงความรู้สึกออกมาแทนทุกสิ่ง

 

 

ทั้งที่ฉันควรจะรู้สึกสนุกกับงานได้มากกว่านี้ รู้สึกสนุกกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอมานานได้มากกว่านี้

แต่เพราะนาย....นายทำให้ฉันคิดถึงแต่นาย

 

 

....เดรก....

 


Don't need too much talking without saying anything
All I need is someone who makes me wanna sing

 

 

และตอนนี้ที่พวกเราสองคนได้มาจับมืออย่างนี้ ความรู้สึกอุ่นไปทั้งหัวใจ คำพูดมากมายไม่สามารถแทนความรู้สึกทุกอย่างที่เรามีต่อกันได้ แค่มีกันและกันอยู่ข้างๆกัน แค่ได้รับรู้ถึงเสียงหัวใจ และความอบอุ่นที่แนบชิดกันอยู่แบบนี้ แค่นี้มันก็ทำให้พวกเรารู้สึกมีความสุขจนไม่รู้จะหาอะไรมาทดแทนได้แล้ว

 

 

ความรู้สึกนี้มันช่างดีจริงๆ

 

ทั้งแข็งแรง เป็นสิ่งที่ทั้งช่วยทลายอุปสรรคต่างๆ

แต่ในอีกมุมมันก็เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่กันเราออกจากเรื่องร้ายๆ

 

ทำให้เรารู้สึกมั่นใจ อบอุ่นไปทั้งหัวใจ

 

 

ความรู้สึกที่เรียกว่า

 

 

.............ความรัก...............

 

 

....The END of DESERT ROSE.....

 

Credit: Take me to your heart: MLTR

 

http://www.mediafire.com/?4zjtdpmxngh

 

 

C YOU ON Special Part with Nu Daily >.<

Comment

Comment:

Tweet

อ่า จบแล้วเหรอ ไม่อยากให้จบเลย
เรื่องนี้เป็นอะไรที่ชอบมากมายอ่ะ
ทั้งภาษาการเขียน การดำเนินเรื่อง เนื้อหา
และที่ชอบเป็นพิเศษ คือพระเอกเรื่องนี้แหละ
เป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากเลย น่ารักมากอ่ะ
คอยดูแล เป็นห่วง อ่าถ้ามีคนแบนี้จริงรักตายเลย
แฮร์รี่กับเดรกโกไม่ไหวแล้วสองคนนี้เป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ
น่ารักสุดๆเลย

ขอบคุณไรเตอร์มากมายที่แต่งเรื่องน่ารักๆให้อ่าน

#5 By เชอร์ล็อก โฮมส์ (124.121.127.247) on 2010-01-01 19:39

จบแล้ว TT


แฮร์รี่ก็ยังขี้แงเหมือนเดิม 5555
เดรกก็ยังใจดี อ่อนโยน สุภาพบุรุษมาก เหมือนเดิม



แต่งต่อเรื่อยๆนะฮะ big smile

#4 By zσмвіε' on 2010-01-01 02:27

อ๊า เมนท์ที่กริมโหม๊วไม่ทัน รีบตามมาที่นี่อย่างด่วน

ซึ้งมากเลยค่ะ ในความรู้สึกที่ทั้งสองคนแสดงออกมา ทำให้เรารู้สึกว่าคู่นี้เนี่ยแหละที่จะมั่นคงไปจนวันตาย

ฮิฮิ แฮร์รี่ก็เครียดจัดเมื่อจะไปพบพ่อแม่เดร น่าร๊ากกกกกกกกก

ส่วนเดรโก........
อยากเจอคนแบบนี้ในชีวิตจริงซักคนนนนนนนนนนนนนนนน
ตรงใจป้ามั๊กมากกกกกกกกกกกกกกก cry

จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ อยากรู้ว่าหนูเดรลี่จะเหมือนพ่อหรือแม่มากกว่ากันbig smile

#3 By Dryad (125.24.213.220) on 2008-11-01 13:26

ตามมาจากบอร์ดกริมโมวค่า

และจะเกาะติดต่อไป 555+

จะรอๆๆ นู๋เดลลี่ นะคะcry

#2 By LimmeR (58.9.126.59) on 2008-10-30 20:51

จบแบบน่ารักจังเลย
^_______________^


รู้สึกว่าเจ้ารี่จะร้องไห้หลายทีเลยนะbig smile

#1 By HeDw!g on 2008-10-29 18:37