[Fic DM/HP] Desert Rose : Part XII By Killau

posted on 06 Oct 2008 23:06 by redwest
 

Desert Rose: Part 12 By Killau Miss-Understand

 

กริ๊งงง....กรี๊งง.....

 

หนุ่มผมแดงใช้มือข้างที่ว่างกวาดเอาเอกสารที่วางทับอยู่บนโทรศัพท์ออก แล้วจึงหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารสีขาวนวลที่กำลังส่งเสียงแผดร้องอยู่ขึ้นมากรอกเสียงทุ้มนุ่มลงไป โดยที่ดวงตาบนใบหน้าเนียนขาวที่มีกระสีแดงกระจายอยู่เป็นหย่อมๆยังคงจับจ้องอยู่กับเอกสารในมือ

 

"สวัสดีครับ รอน วีสลีย์พูดสายครับ"

ไอ้ตัวไหนกันว่ะที่บังอาจโทรมารบกวนเค้าถึงบ้าน นี่มันเวลาพักนะ แม้ว่าเค้าจะยังต้องทำงานอยู่ก็เหอะ

 

"ไง...ทำเสียงดุมาแต่ไกล...รำคาญฉันแล้วเหรอรอนนี่"

 

เสียงปลายสายติดจะแซวนิดๆ แม้จะติดเนือยอยู่หน่อยๆ แต่อีกฝ่ายนี่สิ ทันทีที่ได้ยินเสียงว่าใครเป็นคนโทรมา ก็กระเด้งตัว ทิ้งปากกาที่ถืออยู่ก่อนจะใช้สองมือประคองหูโทรศัพท์ด้วยอารามตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ปากพะงาบๆพูดไม่เป็นภาษา

 

"นะ...นะ..นายยยยย....เฮ้ย!!!!!!! นายหายไปไหนมาแฮรี่!!"

 

"ฮ่าๆ แค่เสียงนายก็ทำให้นึกหน้านายออกเลยล่ะรอน เป็นไงสบายดีไม๊"

ร่างบางนึกขำ หน้าของรอนตอนนี้คงไม่ต่างกับตอนเจอเจ้าแมงมุมตัวยักษ์เพื่อนยากอยู่เป็นแน่ แต่ด้วยความเป็นห่วงก็อดถามไถ่ทุกข์สุขเพื่อนไม่ได้

 

"....สบายสิ...สบายแน่ ถ้าเพื่อนสนิทของฉันคนนึงเค้าไม่ได้หายตัวไป จนฉันกับว่าที่ภรรยาต้องไปตามหาจนแทบพลิกแผ่นดิน ก่อนจะเจองูบ้าบางตัวมันบอกข่าวคราวมาน่ะ ถึงจะมีเวลามาตามงานที่หยุดไป"

เมื่อได้สติ รอนก็ไม่ลืมหันกลับมากัดเพื่อนถึงเหตุผลที่ทำให้ตนต้องมานั่งไล่ทำงานย้อนหลังอยู่แบบนี้

 

"ฮ่า ฮ่า..ขอบคุณนะ ว่าแต่...นายรู้เรื่องแล้วใช่ไม๊...ตกลงเป็นมะรืนนี้ที่ฉันจะลงมือนะรอน"

แม้จะส่งเสียงขำออกมา แต่ดวงตากลมโตกลับแห้งผาก ไร้ซึ่งชีวิตชีวา

 

ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา หากใครได้มาเห็นคงอดสงสารเจ้าตัวเล็กคนนี้ไมได้

 

"....นายไม่โอเคนี่นาแฮรี่"

เสียงหัวเราะของร่างบางที่รอนจำได้มันไม่ใช่เสียงอย่างนี้หรอกนะ

 

"...มารับฉันทีรอน...ฮึก...มา...รับ...ฉันไปที...."

 

........................ ........................

 

........................ ........................ ........................ ........................

 

........................ ........................ ........................ ........................ ........................ ........................

 

ทันทีที่ได้ยินเพื่อนรักพูด รอนก็ใช้เวลานัดหมายเรื่องเตาพงฟลูไม่นาน ก่อนจะเรียบเปลี่ยนเสื้อผ้า และกระโจนเข้ากองไฟไปรับเอาอีกฝ่ายกลับมาที่บ้านตน และโทรเรียกให้ว่าที่ภรรยาที่ว่ากลับมาดูใจเพื่อนสุดเลิฟของหล่อนก่อน เพราะลำพังแค่เค้าคนเดียวก็ไม่สามารถรับมือเจ้ารี่ที่แม้จะหยุดร้องไห้ตั้งแต่เค้าไปถึง แต่แทนที่อาการด้วยการเอาแต่ซึมกระทือไม่พูดไม่จาได้หรอก

 

ตอนที่ไปออกปล่องบ้านที่มันอยู่เค้ายังแอบตกใจคิดว่าไอ้รี่มันไปตกเมียชีฟที่ไหนมาได้กันฟ่ะ แล้วนี่ผัวรักเค้ามาทวงคืนหรือไงกัน เพราะบ้านที่มันอยู่นี่อย่างกับวังย่อมๆกลางทะเลทรายที่เค้าเคยเห็นในหนังอย่างนั้นแหละ

 

แต่อย่างเจ้านี่ ถ้าไปแอบลักเมียชาวบ้านมา มันก็คงต้องแอบพาหนีไปจนถึงที่สุดเป็นแน่ 

ไม่มานั่งทำหน้าอย่างกับถูกผัวทิ้งมาแบบนี้หรอก!

 

และเมื่อเพื่อนทั้งกลุ่มมาครบองค์ประชุมเวลาแห่งการซักถามโจทย์ก็เริ่มขึ้น!

 

แฮรี่จำใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบ้าง ข้ามไปบ้างบางตอนให้พอรู้กัน แต่ที่แน่ๆนี่ขนาดไม่ทั้งหมด ไอ้เจ้ารอนนี่เพื่อนรักก็ทำหน้าประหนึ่งปลากระโฮ่ที่ต้องการอากาศหายใจ หาอากาศ พะงาบๆปากไม่หยุดเลยทีเดียว

 

"นะ..นาย...จะบอกว่า...ที่นายหายไปนี่...ไปเป็นเมีย..โอ้ยย....ไปอยู่บ้านมัลฟอยมาเหรอ"

เฮอไมโอนี่ตีแขนแฟนแรงๆทันทีที่เห็นแฟนตัวเองติดโรคมีหมาในช่องปากขึ้นมากระทันหัน

 

นี่ขนาดเล่าข้ามๆยังตีความไปเองได้ขนาดนี้ นี่ถ้าขืนเล่าทั้งหมดว่าเค้าไปได้เสียตกเป็นเมียสุดที่รักของมันไปแล้วกี่รอบ มันคงได้ขาดอากาศหายใจตายไปจริงๆเป็นแน่!

 

แฮรี่ส่ายหัวเบาๆกับความล้นของเพื่อน

เทียบกับคุณชายนั่นแล้ว......

 

 

ว่าแล้วแฮรี่ก็อดหวนกลับไปคิดถึงคนอีกคนไม่ได้อยู่ดี

 

 

เฮอร์ไมโอนี่ที่เงียบมาแต่ต้นมองหน้าเพื่อนรักที่เหมือนทิ้งหัวใจไว้อีกที่ก็ถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นมา

 

"ทำไมไม่พูดไปตรงๆ"

 

ดวงตาสีน้ำทะเลเข้มเงยขึ้นสบตา เมื่อรู้ว่าเพื่อนหมายถึงเรื่องอะไรจึงตอบกลับ

 

"ฉันไม่อยากพึ่งหมอนั่นไปซะทั้งหมดน่ะ"

 "ไม่ใช่แฮรี่....นายตอบไม่ตรงประเด็น"

เฮร์อไมโอนี่จับจุดที่แฮรี่พยายามเบนออกไปได้

 

"นายแค่ไม่ต้องการรู้สึกว่าโลกของนายตอนนี้หมุนรอบพระอาทิตย์อีกดวงอยู่ ไม่ใช่ดวงเดิมที่นายเคยควบคุมมันได้ดั่งใจ"

แฮรี่เงียบก้มหลบสายตา

 

"งานแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนายก็จะได้พักยาวไม่ถูกเหรอแฮรี่ นายบอกเค้าอย่างนี้ก็ได้ด้วยซ้ำ แต่นายก็ไม่ทำ นายแค่อยากฉวยโอกาสของงานครั้งนี้แล้วแยกตัวออกมา เพียงเพราะว่า นายรู้สึกว่า นายต้องเปลี่ยนชีวิตการงานของนายทั้งหมด นายต้องยอมเป็นฝ่ายถูกดูแล และที่สำคัญที่สุด..นายอาจจะต้องไปเกี่ยวข้องกับคนที่นายเกลียดที่สุด!"

เมื่อเพื่อนที่ดูเค้าออกทุกอย่างพูดออกมาอย่างนี้ มันทำให้เค้าจนหนทางที่จะหาเหตุผลมาแก้ตัว

 

"และถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดนะ นายรักเค้าใช่ไม๊แฮรี่"

เฮอไมโอนี่ค่อยๆนั่งยองๆลงตรงหน้าคนที่เอาแต่ก้มหน้าหลบตาตนอยู่นั่น

 

ทันทีที่สบตากัน ดวงตาสีน้ำทะเลยามค่ำคืนได้ทำตัวแทนปากแดงๆบางๆ บอกทุกอย่างออกมาซะหมด

 

"อย่าเอาอดีตมาปิดตัวเองแฮรี่ ปากพูดว่าฉันจะลืมๆ ทั้งที่จริงๆนายกลับทำร้ายมัลฟอย ทำร้ายคนที่นายรัก ทำร้ายหัวใจของตัวเองได้อย่างเลือดเย็นด้วยซ้ำ!"

 

"เฮิรม.." รอนเริ่มเอ่ยเตือนแฟนเมื่อเห็นว่าร่างบางที่นั่งอยู่เริ่มมีน้ำตาตลอ

แต่เฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ได้หยุด คำพูดทุกคำที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเหมือนกับมีดเล่มบางๆที่ค่อยๆปาดลงบนผิวเนื้ออ่อน

 

"นายหาเหตุผลต่างๆนาๆมาหยิบยื่นให้กับมัลฟอย ทั้งที่จริงๆหมอนั่นไม่ได้ต้องการมันด้วยซ้ำ แต่นายกลับยัดเยียดให้เค้า คิดเอาเองว่าเค้าคิดอย่างนั้น คิดในทางกลับกันสิแฮรี่ ถ้าเป็นนาย...ถ้าคนที่รักที่สุดยื่นมีดมาให้...นายยังจะทนรับมันมาแทงที่ตัวเอง อย่างที่มัลฟอยทำได้ไม๊"

 

"อึก...เฮิร์ม...ฮึก...แต่...แต่พ่อหมอนั่นฆ่าพ่อของฉันนะ!"

แฮรี่ที่หลุดสะอื้นเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่แข็งกร้าวเมื่อนึกถึงอดีต

 

.........

................................

 

ใช่สิ วันนั้นเค้ายังจำได้ดี วันที่เค้าเสีย  พ่อ  ผู้เคยชิดใกล้เพียงหนึ่งเดียว

 

แม้จะไม่ได้เป็นพ่อแท้ๆ แต่ซีเรียสก็เป็น พ่อ คนเดียวที่แฮรี่มี แถมเป็นพ่อที่ดีที่สุดเท่าที่แฮรี่เคยสัมผัสมา และเค้าก็รักพ่อคนนี้เหลือเกิน

 

แต่แล้วเหตุการณ์ในวันนั้นก็เกิดขึ้น

 

....วันที่ซีเรียสถูกพวกจอมมารฆ่าตาย....

 

แฮรี่ที่อยู่ในเหตุการณ์

 

มือที่อยากจะไขว่คว้าเอาไว้ แต่กลับห่างไกลเหลือเกิน

เสียงที่จะออกจากลำคอยังแทบจะไม่มี หัวใจคล้ายจะหยุดนิ่ง

 

เค้าอยากรู้ว่าตัวเองทนได้ยังไง ที่เห็นคนที่รัก ค่อยๆจมหายไปกับเยื่อสีดำบางในแผ่นกระจก

 

เมื่อกลับมาถึงห้องพักที่กริฟฟินดอร์แฮรี่ก็เอาแต่นิ่ง ไม่ยอมพูดยอมจากับใครสักคน แม้แต่เพื่อนสนิททั้งสองอย่างรอนและเฮอไมโอนี่

 

นอกจากจะไม่ยอมพูดยอมจากับใครแล้ว ข้าวปลาอาหารก็ไม่แตะ

 

ความรู้สึกผิดมันค้ำคอ.....ถ้าไม่ใช่เพราะเค้าซีเรียสคงไม่ตาย....

 

ทุกวันแฮรี่เฝ้าแต่คิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา นอนก็ไม่ค่อยหลับ เพราะทุกครั้งที่หลับ ภาพที่ซีเรียสตกเข้าไปในผ้าม่านสีดำนั่น ....มือที่เค้าจับไม่ทัน...มันเหมือนตัวเองลอยคว้างอยู่กลางทะเล เท้าทั้งสองข้างไร้ซึ่งพื้นให้เหยียบประคองตัว ร่างกายที่ค่อยๆจมลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับลมหายใจที่ติดขัดๆ ก่อนที่จะสะดุ้งตื่นขึ้น

 

เป็นอย่างนี้อยู่ทุกครั้ง จนแฮรี่ไม่อยากจะหลับตาลง

 

ร่างกายที่ผอมอยู่แล้วก็ซูบลงทุกวันๆ ดวงตาที่เคยส่องประกายเขียวสดใส งดงาม สว่างไสว กลับถูกแทนที่ด้วยความแห้งผาก ไร้ชีวิตชีวา

 

พวกรอนและเฮอไมโอนี่ทนไม่ได้จริงๆที่จะเห็นเพื่อนรักของพวกเค้าทำตัวเหมือนเป็นซากศพเดินได้อยู่อย่างนี้ ทั้งคู่คิดแล้วคิดอีก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงกัน  เพราะพวกเค้าก็เป็นแค่เด็กคนนึง เรื่องความตาย เป็นสิ่งที่พวกเค้าไม่เคยคิดว่ามันจะอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมถึง

 

แต่กลับมีคนๆนึง

 

ทั้งที่อายุก็ไม่ได้ต่างกัน แต่กลับคิด..และเลือกทำให้บางสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างใจหวัง แม้ว่าผลลัพธ์นั้นจะเป็นเหมือนมีดสองคม แต่ก็ยอม

 

"หึ แค่พ่อโง่ๆคนนึงตาย ทำเป็นเดือดเป็นร้อน ก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องขอบคุณพ่อฉันซะอีก ที่ช่วยให้โลกนี้เบาขึ้นเยอะ"

ดวงตาสีเทาเข้ม พร้อมริมฝีปากที่เชิดขึ้นอย่างถือตัว ชวนให้สติสัมปะชัญญะของอีกฝ่ายขาดเอาได้ง่ายๆ

 

"เลว! พอกันทั้งพ่อทั้งลูก คิดเหรอว่าจะได้ตายดี ชาตินี้ฉันขอบอกไว้เลยนะ ว่าถ้ามีอะไรที่ฉันทำให้พวกนายหายไปได้ ฉันจะไม่มีวันลังเลที่จะทำมันแน่!"

 

เสียงที่ตะโกนด่าออกมาพร้อมคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย ยังคงสะท้อนติดอยู่ในความทรงจำของเพื่อนทั้งสอง ที่ตอนนั้นทำได้แค่รั้งร่างบางไม่ให้เข้าไปทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย

 

"ฉันจะรอ.....อย่าตายไปก่อนให้พวกฉันขำเล่นก็แล้วกัน"

พูดจบก็หันหลังออกไปโดยไม่รอฟังเสียงใดๆทั้งสิ้น

 

และวันนั้น เป็นวันแรกและวันสุดท้ายที่แฮรี่นึกอยากจะจำแผ่นหลังที่เดินหันหลังให้เค้าไปจนตาย!

 

 

 

มือเรียวยาวที่แต่งเล็บอย่างสวยงามค่อยๆบรรจงจับใบหน้าของร่างที่นั่งอยู่บนเตียงขึ้นมาสบตากับตนเอง

 

"พ่อเค้าแฮรี่...ไม่ใช่เค้า"

 

"แต่....ฮึก...แต่"

ร่างบางพยายามจะหาข้ออ้างต่างๆนาๆมาเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหา หากแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี

ในหัวมันสับสนไปหมด หยดน้ำใสไหลรินออกมาดวงตาคม

 

ทำไมนายต้องมาทำดีด้วย ถ้าจะเลว ก็เลวให้ตลอดสิ

 

"แค่คนที่ตัวเองรัก....จะให้อภัย....ลืมอดีตมันไปหน่อยไม่ได้เลยเหรอ นายก็ด้วยรอน เลิกโอ๋เค้าได้แล้ว แฮรี่ต้องโตขึ้น"

เสียงใสไม่ลืมแหวแขวะแฟนที่กำลังโอบโอ๋คนที่กำลังสะอื้นฮักอยู่

 

"แต่แฮรี่...เอ่อ..คือฉันมีเรื่องจะบอกนายเหมือนกัน...เอ่อ...คือ"

เหมือนตัดสินใจอะไรได้ รอนจึงพูดขึ้นมา แต่ท่าทีกลัวๆกล้าๆนั่นทำให้เฮอร์ไมโอนี่ต้องแหวใส่อีกรอบ

"จะพูดอะไรก็พูดรอน มัวแต่ทำเสียงอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่น จะรู้เรื่องไม๊ล่ะ"

"โอเคๆๆ คือ ฉันจะบอกว่า พ่อฉันเล่าให้ฟังว่า เรื่องที่ซีเรียสตายน่ะ ไม่ใช่ความผิดของลูเซียสหรอกนะแฮรี่"

 

ทันทีที่พูดจบดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างหันขวับมามองอีกคนทันที รวมไปถึงแฟนสาวของตนที่ไม่ได้รู้เรื่องนี้มาก่อนเช่นเดียวกัน

 

"คือ....เอ่อ...ลูเซียส..หมอนั่นน่ะ เค้าเป็นสายให้ฝั่งเราน่ะ เพียงแต่วันนั้น ฝ่ายคนที่คุณก็รู้ว่าใครดันจับได้ซะก่อน กว่าจะหนีออกมาได้ ก็มาไม่ทันช่วยซีเรียสแล้ว....เอ่อ...ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเค้ามัวยืนมองให้ซีเรียสถูกฆ่าหรอกนะ หมอนั่นก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนกัน"

 

รอนค่อยๆเล่าเหตุการณ์ออกมาอย่างติดๆขัดๆ

 

"แล้วทำไมนายไม่บอกพวกเราเร็วกว่านี้รอน"

กลับเป็นเฮอร์ไมโอนี่ที่ตั้งสติได้เร็วกว่า และต่อว่าออกไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน

 

"อ้าว...ก็....ฉันก็พึ่งรู้จากพ่อไม่นานมานี้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่รู้นี่นาว่า...แฮรี่รักหมอนั่นนี่....ฉันก็เลยไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดถึง..ก็เลย.."

 

"โอเค....สรุป....หมอนั่นไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่เป็นพวกโรคจิตซาดิสชอบเอามีดมาปาดตัวเองเล่นใช่ไม๊"

 

คำสรุปความแกมประชดของเพื่อนสาวช่างโดนใจคนที่นั่งอยู่อย่างจัง

 

เมื่อตั้งสติได้ สมองทั้งหมดประมวลผลออกมาอย่างฉับไวก่อนที่ความรู้สึกผิดล้นจะอัดแน่นบีบขึ้นมาถึงลำคอแห้งผาก

ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลคู่สวยเจือไปด้วยน้ำใสอีกครั้ง

 

"นายมัน...โง่....เดรก....ฮือ....โง่ที่สุด...."

 

ร่างบางสะอื้นฮักจนตัวโยน

 

 

 

........................ขอโทษนะเดรก.....................................

 

.........................ขอโทษที่ทำร้ายนายซ้ำแล้วซ้ำเล่า...........................

 

ขอโทษ

 

ขอโทษที่ตลอดมาฉันมันโง่ ไม่เคยถาม ไม่เคยคิดอะไรให้มันรอบคอบ

แค่ม