愛しているから
Aishiteru kara : Because I Love you (Fic happy birthday Kame-chan ^^)
Paring: Akanishi JIN x Kamenashi KAZUYA
Rate: NC15
By killau
เสียงกระดิ่งคล้องประตูร้านดังขึ้น พร้อมกับหญิงเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่ย่างเท้าเข้ามาอย่างมุ่งมั่น
ดวงตาคมสวยที่ถูกกรีดทับด้วยอายไลเนอร์สีดำเข้มมองสอดส่ายไปรอบๆร้าน และเมื่อพบคนที่ตนต้องการ
จึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับวางกระดาษขาวแผ่นเล็กๆที่มีเพียงแค่ตัวเลขชุดหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าหญิงสาววัยกลางคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
"คุณป้าค่ะ ช่วยดูดวงของคู่นี้ให้หน่อยได้ไหมค่ะ"
หญิงวัยกลางคนในเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มยกยิ้มให้ลูกข้าประจำก่อนที่จะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู
ก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆเปิดหนังสือตำราคู่มือเล่มเก่าด้านข้างและจดขยุกขยิกอยู่สักพัก
แล้วจึงวางดินสอลง พร้อมกับน้ำเสียงขำขันเล็กน้อย
"หืม.....หนู คราวนี้ล้อป้าเล่นใช่ไหมจ๊ะ..."
"ค่ะ?"
"คือ...คนคู่นี้เค้าไม่ได้เป็นเพศเดียวกันหรือจ๊ะ"
เมื่อเห็นเด็กสาวยังคงเอียงคอทำหน้างงงวย เจ้าของร้านจึงค่อยๆเลื่อนกระดาษที่ตนขยุกขยิกเขียนเมื่อครู่ออกมาให้ดู พร้อมกับคำอธิบายสั้นๆ
"ก็ดวงชะตาของคนคู่นี้....ตามคำทำนายแล้ว ชาติที่แล้วคนทั้งคู่เป็นคู่รักที่รักกันมาก แต่แล้วกลับทำสิ่งผิดพลาดร้ายแรงเอาไว้ ทำให้ชาตินี้คนทั้งคู่จะต้องเกิดมาเป็นเพศเดียวกันและต่างก็มีคนรักด้วยกันทั้งคู่หนิจ๊ะ"
.........
...............................
..........................................
กลางดึกสงัด พระจันทร์ดวงโตที่ส่องแสงนวลตาพาดผ่านหน้าต่างบานกว้างของคอนโดกลางกรุงโตเกียว ส่องให้เห็นเจ้าของห้องตัวบางที่กำลังหลับสนิทอยู่ในห้วงนิทรา จมูกโด่งเป็นสัน ผิวหน้าเนียนสวย คิ้วบางโก่งรับดวงตา ริมฝีปากบางเฉียบเฉี่ยว เครื่องหน้าที่เหมาะเจาะนี้คงจะทำให้ร่างที่หลับอยู่ดูราวกับรูปปั้นได้ หากคิ้วมนคู่นั้น ณ เวลานี้จะไม่ได้ผูกขมวดเป็นปมจนทำให้เค้าโครงหน้าดูบิดเบี้ยวไปหมด เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นตามไรผม หรือว่าเพราะอากาศในห้องนี้จะร้อนอบอ้าวเกินไปกันนะ หากแต่ดูจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีอยู่ และร่างบางที่มีเพียงแค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวติดตัวแล้วล่ะก็คงไม่น่าจะเป็นไปได้
แล้วจะเหลืออะไรซะอีกเล่าที่จะทำให้เจ้าของห้องคนนี้ต้องนอนกระสับกระส่ายไปมา
นอกเสียจาก
.....ฝันร้าย.....
.........
...............................
..........................................
เสียงพิณเบาๆที่ดังขึ้นคลอเสียงแห่งสายลมในค่ำคืนดึกสงัดเช่นนี้ ทำให้ชายหนุ่มร่างหนาที่กำลังนั่งชมจันทร์อยู่ที่ชานระเบียงที่เปิดกว้างทะลุกับสวนด้านหลังต้องผินหน้ากลับมามองทางต้นเสียงที่นั่งอยู่ที่มุมชานไกลออกไป
คิ้วดำเข้มรับกับใบหน้าคมขำสมกับเป็นชายชาตินักรบขมวดมุ่นเพียงนิด ก่อนจะเอ่ยถามออกไป
"เพลงใหม่หรือ...."
นิ้วเรียวที่กำลังบรรเลงอยู่เพลงอยู่หยุดลง เจ้าของร่างบางในชุดยูกาตะสีขาวสว่างตาเงยหน้าละจากพิณตัวงามในมือก่อนจะยกยิ้มเล็กๆให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้พูดอะไร แล้วจึงก้มหน้าลงเล่นเพลงของตนต่อ
เสียงพิณช้าๆแผ่วๆที่ถูกบรรเลงคลอรับลมต้นฤดูใบไม้ร่วงในค่ำคืนนี้ช่างชวนให้อีกฝ่ายลืมเลือนเรื่องราวหนักอกเมื่อครู่ยิ่งนัก
เมื่อคิดได้ดั่งนั้น ดวงหน้าเข้มจึงทำเพียงแค่กอดอกแล้วหลับตาลงปล่อยใจไปกับเสียงของสายลมที่คอยพัดอ่อนๆท่ามกลางกลิ่นของน้ำค้างยามค่ำคืน
ผิดกับอีกคนที่ค่อยๆเงยหน้าละจากพิณสีอ่อนตัวงาม แล้วมองไปยังแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่อยู่เบื้องหน้า
ทั้งที่ท่านกำลังทุกข์ใจ แต่นอกเสียจากเสียงเพลงเหล่านี้แล้ว....
.....ไม่มีอะไรที่ข้าคนนี้จะสามารถทำเพื่อท่านได้เลย...
.....ท่านชายของข้า.....
ดวงตาสวยเฉี่ยวหากแต่แฝงความเจ็บปวดเอาไว้ค่อยๆปิดลงพร้อมนิ้วมือเรียวที่กรีดลงบนสายพิณเป็นเสียงยาวเมื่อถึงท่อนจบของเพลง
แต่ทันใดนั้นนิ้วเรียวทั้งห้ากลับถูกหยิบยกขึ้นโดยอีกฝ่ายที่ไม่รู้ลุกขึ้นมานั่งใกล้ๆตั้งแต่เมื่อใด
จุมพิตเบาๆประทับลงบนหลังมือขาวใส ก่อนจะเคลื่อนมาประกบทับลงบนริมฝีปากสีแดงบางเฉียบคู่นั้น
ร่างบางสะดุ้งตาโต หากแต่ไม่นานดวงตาคู่นั้นกลับค่อยๆปิดลง พร้อมกับเอียงคอรับเอาริมฝีปากของอีกฝ่ายเข้ามา
แขนเรียวบางถูกจับยกขึ้นพาดที่ลำคอร่างหนา เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดชวนให้รู้สึกแปลกใหม่ยิ่งนัก
แสงจันทร์ส่องสว่างสะท้อนภาพคนสองคนกำลังแลกจูบอ่อนหวานให้แก่กันและกัน
จูบ...ที่ไม่ได้ดุดัน...แถมติดจะเอื่อยเฉื่อยด้วยซ้ำไป
แต่ทำไม....กลับหวานยิ่งนัก..
หรือเพราะว่ามันเป็นจูบจากท่านกัน
.....ท่านชายของข้า...
.........
...............................
..........................................
"..短いキスをそっと交わすと月明かりの中に
やわらかく感じるたびこぼれる愛情"
จูบสั้นๆถูกส่งให้กันและกันอย่างแผ่วเบาท่ามกลางเเสงของดวงจันทร์
ความรู้สึกอ่อนละมุนที่สัมผัสได้ทุกครั้ง ทำให้รู้สึกได้ถึงความรักที่เอ่อล้นออกมา
.........
...............................
..........................................
ร่างเล็กที่นอนอยู่สะดุ้งตื่นจากความฝัน หากแต่เสียงเพลงในความฝันยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัว
..สงสัยจะเพี้ยน แต่งเพลงมากไปจนเอาไปฝันหรือไงว่ะ..
ร่างบางอดค่อนขอดในความเอาการเอางานที่มากไปของตัวเองไม่ได้
มือบางยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่เริ่มหยดไหลลงมาเข้าที่ตาและปากตนเองออก
หากแต่นิ้วเรียวกลับหยุดลงยู่ที่ริมฝีปากบาง
แต่ว่า...จูบนั่น....ทำไมสัมผัสของมันถึงคุ้นเคยนักนะ....
หนุ่มน้อยสะบัดหัวเบาๆเมื่อรู้สึกว่าตัวเองชักจะเพ้อเจ้อเข้าไปทุกที ฝ่ามือสองข้างยกขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันไปหยิบนาฬิกาข้างหัวเตียงขึ้นดู
...ตีสี่ครึ่ง...
นี่เค้าพึ่งนอนไปได้สามชั่วโมงครึ่งเองนะ มันจะอะไรกันนักหนาว่ะ
ช่วงนี้เค้าก็ยุ่งจะตาย ทั้งซ้อมคอนเล่นคอน กว่าจะกลับมาก็ดึกจะแย่แล้วดันมานอนไม่ค่อยหลับเอาอีก
ให้ตายเหอะ
....เพราะไอ้เพลงใหม่บ้านั่นแท้ๆ.....
.........
...............................
..........................................
"คาเมะ~"
เสียงเรียกของเพื่อนร่วมวงทำให้คนร่างบางที่กำลังคิดเกี่ยวกับฝันเมื่อคืนอยู่ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะรีบจับกีต้าในมือเอาไว้แน่น
...เกือบทำตกแล้วไหมล่ะ...ขืนตกล่ะก็...โดนหมอนั่นด่าเละ
ว่าแล้วก็หยิบกีต้าโปร่งตัวเก่งไปวางที่แท่นข้างตัวก่อนจะหันไปหาอีกฝ่ายที่ยื่นแค่หน้าเข้ามาในห้องซ้อม
"ว่าไงนากามารุ"
"เบื้องบนเรียกแหนะ เห็นว่าจะคุยเรื่องโซโล่ในคอนว่ะ"
"โอเค ไปเดี๋ยวนี้แหละ"
คาเมะหันไปจดโน๊ตที่พึ่งนึกได้เมื่อกี้อีกไม่กี่ตัวลงบนกระดาษตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป
ทันทีที่ร่างบางหมุนเก้าอี้นั่งลง คำถามก็ถูกส่งออกมา
"ได้ข่าวว่านายกำลังแต่งเพลงใหม่เหรอ....แต่โซโล่ในคอนก็มีแล้วไม่ใช่เหรอไง"
ร่างบางไม่ได้แสดงอาการอะไรนอกจากการเหล่มองไปทางอื่นพร้อมกับริมฝีปากชี้งอนที่บิดไปมา
"เฮ้อ...ฉันเข้าใจว่าเรื่องโซโล่นายก็คงอยากทำให้ดี แต่คิดดูสิ แค่เพลงที่นายมีตอนนี้มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอไง ที่ฉันพูดน่ะ ไม่ใช่ว่าไม่สนับสนุนหรืออะไรนะ แต่นายน่ะได้ส่องกระจกบ้างไหมช่วงนี้ว่าตัวนายเองน่ะโทรมขนาดไหน"
และเมื่อเห็นร่างตรงหน้ายังคงนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร ผู้จัดการอย่างเค้าก็คงจะต้องพูดออกไปให้อีกฝ่ายได้เก็บเอากลับไปคิดซะบ้าง
"เฮ้อ....คาเมนาชิ.....นายจะไม่สบายทั้งที่ๆทัวร์คอนอย่างนี้น่ะเหรอ ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ แต่เอาเถอะ ฉันก็แค่เรียกมาถามดูเพราะเป็นห่วง แต่ถ้านายดื้อดึงที่จะแต่งมันต่อไปล่ะก็...ก็ตามใจนายก็แล้วกัน แต่จำไว้อย่าง...คอนเสริตครั้งนี้ แฟนๆทั่วประเทศรอคอยกับมันมาขนาดไหนนายก็คงจะรู้....อย่าทำให้พวกเค้าผิดหวังด้วยการล้มลงกลางคอนล่ะกัน"
"...ผมทราบดีฮะ...พวกเค้าจะไม่มีทางผิดหวังเด็ดขาด"
ตอบแค่นั้นเสร็จก็ลุกออกไปทันที ทำให้ผู้ที่เหลืออยู่ต้องส่ายหัวกับตัวเอง
"เฮ้อ...ดื้อไม่เข้าเรื่อง...รู้ไหมว่ามันทำให้คนอื่นเค้าเป็นห่วงขนาดไหน....ใช่ไหม.....จิน"
ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกปิดไปกว่าครึ่งด้วยหมวกสีดำใบเก่ง ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีขาวคอวีและกางเกงยีนส์สีซีดที่ยืนกอดอกอยู่ในมุมอับของกำแพงอีกด้านค่อยๆเดินออกมา ก่อนจะมองไปที่ประตูที่คนตัวบางพึ่งจะเดินออกไป
แม้จะไม่ได้ตอบอะไรออกไป แต่ดูจากกระพุ้งแก้มที่ถูกดุนด้วยปลายลิ้นนั่นทำให้รู้ได้ว่าดวงตาสีเข้มภายใต้หมวกใบนั้นคงกำลังฉายแววครุ่นคิดอยู่เช่นเดียวกัน
.........
...............................
..........................................
"เจ้า!!...ทำอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร จะเอาใครมาทำภรรยาแม่ไม่ว่า แต่นี่....เจ้าถึงกับกล้าไปคว้าเอาเด็กนั่น..."
"ท่านแม่คาซึเค้า..."
"อย่าพูดชื่อมันออกมาให้แม่ได้ยินนะ! !.. ตั้งแต่ตอนแรกที่ลูกไปรับมันมาอุปการะนี่แม่ก็เกินจะทนแล้ว กะอีแค่เด็กข้างถนนคนนึงที่เล่นพิณเป็นนิดหน่อย...แล้วดูสิ ถึงตอนนี้...หึ...รู้ถึงไหนอายถึงนั่น...นี่เจ้าจะทำให้แม่ต้องตรอมใจตายหรืออย่างไร"
"ท่านแม่..."
สายตาเจ็บปวดอย่างเหลือล้นของบุตรที่ทอดส่งเรียกร้องขอความเห็นใจจากผู้ซึ่งเป็นมารดากลับถูกตอบกลับมาด้วยคำพูดที่ทำให้เจ้าตัวถึงกับต้องชะงักงัน
"...เลือกเอาว่าระหว่าง...คำว่า..แม่...กับชื่อของมัน..."
"....จะต้องมีเพียงชื่อเดียวจะได้ออกจากปากเจ้านับจากนี้เป็นต้นไป!"
...............................
.........
"คุณคาซึยะเจ้าค่ะท่านชายเชิญออกไปพบเจ้าค่ะ"
ร่างบางที่กำลังนั่งเล่นอยู่ริมบ่อน้ำในสวนด้านหลังหันมาส่งยิ้มให้ผู้มาใหม่แล้วจึงค่อยลุกขึ้นเดินออกไป
ศาลากลางน้ำถูกครอบครองด้วยชายร่างสูงที่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว จมูกโด่งเป็นสันรับกับคิ้วดกดำพาดผ่านดวงตา ท่านชายงดงามเสมอในสายตาของคาซึยะ หากแต่ยามนี้ดวงตาคมที่ในยามปกติมักจะเจือไปด้วยร่องรอยแห่งความสุขเมื่ออยู่กับเค้ากลับดูนิ่ง...สงบ..จนคาซึยะไม่กล้าที่จะเปล่งเสียงเรียกออกไปเหมือนอย่างเคย
"...เอ่อ....ท่าน.."
แม้จะเป็นเพียงเสียงเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบา แต่เสียงแหบห้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของอีกคนกลับเป็นตัวปลุกอีกฝ่ายขึ้นจากภวังค์ได้ในทันที
ร่างสูงหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนตัวบางที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังตน
ดวงตาค้มเข้มไม่แสดงอารมณ์อะไรอย่างอื่น หากแต่ริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยคำพูดออกมานั้น กลับเปรียบเสมือนค้อนที่ทุบลงอย่างแรงกลางหัวใจ
"....คาซึยะ....จากนี้ต่อไป....เจ้า....ย้ายไปอยู่ที่ตำหนักด้านหลังล่ะกันนะ"
คาซึยะช้อนหน้าขึ้นมองคนรัก...ไม่สิ...คนที่ตนรัก..
แต่ร่างสูงตรงหน้าหาได้มีอาการอย่างที่คิดเลยสักนิด
..ไม่มีรอยยิ้มที่คุ้นเคย..
...แม้แต่ร่องรอยแห่งความเสียใจเศร้าโศก....ท่านก็จะไม่มีให้ข้าแม้แต่นิดเลยสินะ...
ดวงตาเรียวสวยถูกกลบไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมา..ท่วมไปถึงหัวใจดวงน้อยๆ
ท่าทางเย็นชาแบบนี้ของท่าน...ข้าไม่คุ้นกับมันเลยจริงๆ
.........
...............................
..........................................
"笑い声とか悲しい顏もた沢山見て来たけど
はじめて見るその姿は...僕をとまどわせた..."
ทั้งเสียงหัวเราะ และใบหน้าที่โศกเศร้า แม้จะเห็นมันมาเยอะแล้ว...
แต่ท่าทางแบบนั้นที่เห็นเป็นครั้งแรก..........มันทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก
..........................................
...............................
.........
"ท่านคาซึยะเจ้าค่ะ...อย่าทำอย่างนี้เลยนะเจ้าค่ะ ทานอะไรหน่อยเถอะนะเจ้าคะ"
คำปฏิเสธเดิมๆถูกส่งมาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่หม่นหมองลงทุกวันๆ
"ขอโทษนะมามิ แต่ฉัน..ไม่หิวจริงๆ.."
เมื่อตอบเสร็จร่างบางก็ก้มหน้าก้มตาเล่นพิณของตัวเองต่อ
ปล่อยให้สาวน้อยต้องน้ำตาคลอกับภาพตรงหน้า
พิณที่ท่านชายให้ไว้ ท่านคาซึยะไม่เคยให้มันห่างตัวเลย
แม้จะเป็นวังหลัง หากแต่ความสะดวกสบายหาได้น้อยกว่าวังหน้าไม่
ท่านชายยังคงส่งสาวรับใช้มาดูแลปรนิบัติเค้าเหมือนเดิมทุกอย่าง
จะมีก็เพียงแต่เจ้าพิณตัวนี้......
....เสียงของมัน..
...ไม่เคยได้ส่งไปถึงเจ้าของพิณตัวจริงอีกเลย.....
..........................................
...............................
.........
"カギかけてそっと心の中に
....ありがとうさえも......君の心に届けてなくて"
ปิดล็อกกุญแจ..และเก็บมันไว้ในใจดวงนี้
...คำขอบคุณทั้งหลาย...คงไม่มีทางส่งไปถึงใจของเธอ
..........................................
...............................
.........
"ท่านชายเจ้าค่ะ!!!ท่านชายเจ้าค่ะ!!!"
เสียงวิ่งตึงตังของสาวใช้ที่ดังขึ้นทำให้คนร่างสูงต้องละสายตาจากงานตรงหน้าขึ้นมามอง
คิ้วเข้มขมวดมุ่นแสดงความไม่พอใจในกริยามารยาท หากแต่คราบน้ำตาที่ยังคงเลอะเปรอะไปทั่วใบหน้าของหญิงสาวทำให้ท่านชายคนงามตัดสินใจที่จะส่งคำถามออกไปแทน
"เกิดอะไรขึ้นนามิ"
ดวงใจค่อยๆร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อยังไม่มีเสียงตอบออกมาจากอีกฝ่าย
ลมหายใจเหมือนถูกริดรอนไปทุกที
ความร้อนรนเข้ามาแทนที่ความสงบนิ่งอย่างที่เคยเป็น
"ข้าถามว่ามีอะไรนามิ!อย่ามัวแต่ร้องไห้! !"
"ฮึก..ฮือ...ฮึก..คะ..คุณคาซึยะเจ้าค่ะ..ฮึก...คุณ....คุณคาซึยะ..."
"คาซึยะทำไมนามิ"
เสียงที่เปล่งออกไปไม่ได้เฉียบขาดดั่งเช่นทุกที ทำไมอยู่ดีดีลำคอเค้ามันถึงได้แห้งผากได้ขนาดนี้นะ
"ฮึก...คะ...คุณคาซึยะ...สิ้นลม.ฮึก...แล้วเจ้าค่ะ"
ทันใดนั้นดวงใจทั้งดวงเหมือนถูกกระชากออกจากอก
สรรพเสียงรอบข้างเงียบลงในทันใด
ล้อเล่นใช่ไหม
..คาซึยะของเค้าน่ะเหรอ..
ไม่รอช้า ชายร่างสูงรีบลุกขึ้นและออกวิ่งไปที่ตำหนักด้านหลังในทันที
..........................................
...............................
.........
ร่างที่อยู่ในอ้อมกอดแม้จะดูเหมือนแค่หลับไป
หากแต่เจ้าตัวรู้ดีว่าร่างบางตรงหน้าได้หยุดหายใจลงไปแล้ว
แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ผิวเนื้อเย็นยะเยือกที่อยู่ในมือเค้ามันไม่อุ่นอกเหมือนเคย
"คาซึยะ...ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่เหรอ..ฮึก..ว่าให้ทำร่างกายให้อบอุ่นเสมอน่ะ..
เจ้าก็รู้นิว่าตัวเองไม่สบายง่ายแค่ไหน...หื้อ....แล้วทำไมถึง..ฮึก..ปล่อย..ให้ตัวเย็นอย่างนี้ล่ะคาซึยะ.."
ภาพของร่างสูงพยายามกลั้นเสียงสะอื้นและโอบกอดปลอบประโลมร่างบางเอาไว้
ทำให้นามิและสาวใช้คนอื่นๆอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาให้กับคนคู่นี้
"..ฮึก...ถึงเวลาตื่นได้แล้วนะคนดี...เจ้าอย่าแกล้งข้าอย่างนี้เลย...ข้าขอโทษคาซึยะ..ข้าขอโทษ...ฮึก.ฮือ...
ตื่นเถอะนะ..เด็กน้อยของข้า.."
แม้หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าจะร่วงรินหยดลงบนในหน้าสวย
หากแต่ดวงวิญญาณที่สูญสลายไปแล้วมิอาจจะย้อนคืนมาได้
ในมือที่เต็มไปด้วยเลือดของร่างบาง พิณตัวน้อยยังคงถูกกำไว้จนแน่น
คราบเลือดจากแผลที่ข้อมือไหลย้อมตัวพิณจนกลายเป็นสีแดงหม่น
..........................................
...............................
.........
ขอบคุณที่เคยมอบความอบอุ่นให้กัน
ขอบคุณสำหรับความรักความหวังดีที่ให้กันเสมอมา
ขอบคุณ...สำหรับบุญคุณของท่าน...คาซึยะคนนี้จะไม่มีวันลืมเลย...
..ขอบคุณ..
..........................................
...............................
.........
"果てなく続く道 の中に君は何を思うの
忘れないでその心のそばにそっと居させて"
ท่ามกลางถนนที่ไม่มีวันสิ้นสุดสายนี้เธอคิดยังไงกับมันกันนะ
แต่ไม่ว่าจะยังไง..ขอแค่อย่าลืม..ว่าฉันจะอยู่ในใจเธอตลอดไป
..........................................
...............................
.........
..ท่านชาย....ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน....
...ข้าก็จะยังคงเป็นคาซึยะของท่าน....
เป็นคนที่ทำได้เพียงแค่ใช้พิณตัวนี้เล่นเพลง...เพื่อดับความทุกข์ระทมของท่าน
...แต่หากเพียงเพราะในวันนี้.....เสียงพิณของข้าจะทำให้ท่านลำบากใจ...
...พิณน้อยของท่านตัวนี้ก็คงไม่มีความหมายที่จะอยู่อีกต่อไป..
...............................
......... .........
ข้อความในจดหมายเหมือนมีดกรีดลึกลงไปที่หัวใจของอีกฝ่ายทุกครั้งที่นึกถึง
"คิดอะไรของเจ้ากันเด็กโง่....ข้าเคยไม่ต้องการเจ้าแต่เมื่อไหร่กัน.."
คนร่างสูงรำพันกับตัวเองข้างโรงศพสีขาวหลังโตที่บรรจุร่างของคนที่เค้ารักเอาไว้
ดวงตาทั้งสองของชายหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความรักที่มอบให้แด่ร่างบางตรงหน้าเพียงผู้เดียว
ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน...เค้าคนนี้เคยไหมสักครั้งที่จะมองคนอื่น...
ทั้งที่ๆเค้าเพียงแค่ขอเวลา...สักนิด...เพื่อให้ท่านแม่ใจเย็นลงอีกหน่อยแล้วเค้าก็จะไปรับร่างบางกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วแท้ๆ..
"...เจ้าสัญญาแล้วแท้ๆนะคาซึยะ...
..ทำไมเจ้าไม่รู้จักรอข้าบ้าง...หื้อ เด็กน้อยของข้า..."
แม้คำพูดจะเหมือนยามที่คุยกับร่างบางตามปกติ หาแต่เสียงทุ้มกลับสั่นเครือตลอดเวลา
ร่างสูงค่อยๆยกมือของร่างบางขึ้นมาราวกับว่าร่างกายนี้จะแตกสลายไปในพริบตาหากออกแรงเพียงนิด
จุมพิตถูกประทับลงอย่างแผ่วบางที่หลังมือพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหนริน
"ข้ารักเจ้าเสมอ....คาซึยะของข้า"
...............................
.........
ในถนนชีวิตของท่านที่ข้าหวังจะให้มันไม่มีวันสิ้นสุด
ไม่ว่าท่านคิดจะทำอะไร...ขอแค่อย่าลืม...
คาซึยะคนนี้ขอสัญญาว่าจะคอยเป็นกำลังใจให้ท่าน และอยู่ข้างๆท่านเสมอ
....รัก...เป็นคำที่ข้ามอบให้ท่านเพียงผู้เดียว
..ตลอดมา..
...และตลอดไป...
...ท่านชายของข้า...
...ท่านจิน...
...............................
......... .........
"例えばもしこの夜僕が君を失ったとしても
忘れないよ僕は君を愛しているから"
ถ้าหากคืนนี้ผมต้องเสียคุณไป
ขอแค่อย่าลืม..ว่าเป็นเพราะว่าผมรักคุณ....
...............................
......... .........
"โธ่เว้ย...."
ร่างบางสะบดเบาๆพร้อมกับมือที่ตีคอร์ดแรงๆทีนึงลงไปที่กีต้าร์ตัวโปรดเพื่อระบายอารมณ์
ทำไมเสียงกีต้าที่ตัวเองดีดออกมาไม่เหมือนกับที่คิดไว้กันนะ
...ไม่สิ...ต้องบอกว่า...
..มันไม่เหมือนกับเสียงที่เค้าได้ยินทุกคืนนั่นต่างหาก..
จะว่าแปลกก็ได้ แต่คาเมะเองก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆก็อยากแต่งเพลงนี้ให้จบนัก
"อย่าไปลงกับกีต้ามันสิ"
แม้เสียงของผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่ข้างหลังจะทำให้คาเมะตกใจ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไปมากมายนอกจากการยกคิ้วถามอีกคนด้วยน้ำเสียงปกติ
"...มาตั้งแต่เมื่อไหร่"
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่นั่งลงที่เก้าอี้อีกตัวที่อยู่ใกล้กันแล้วดึงกีต้าร์โปร่งสีน้ำตาลอ่อนของอีกคนออกจากมือมาเล่นแทน เสียงเพลงๆเดียวกันกับที่อีกคนพึ่งเล่นไปเมื่อกี้ดังออกมา
"คีย์นี้เพราะกว่าไม่ใช่หรือไง"
คาเมะไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่หันไปจดตัวโน๊ตใหม่ลงบนกระดาษเนื้อเพลงตรงหน้า
ก่อนจะเอื้อมมือรับกีต้าที่อีกคนส่งคืนมาให้ แล้วลงมือเล่นมันต่อ
เมื่อได้โน๊ตเสียงที่ต้องการ คาเมะก็ดูอารมณ์ดีขึ้น คิ้วที่ผูกเป็นปมเมื่อครู่ค่อยๆคลายออก
จินที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ส่งเสียงขึ้นขัดอีกคนอีก คนร่างหนาทำเพียงแค่กอดอกมองอีกฝ่ายเล่นเพลงไปก็เท่านั้น
...............................
......... .........
"悔しい気持ち闇に隠して ふざけていたあの頃
退屈な大人になる予定だったけど"
ผมเก็บซ่อนความเสียใจไว้ในความมืดมิด และหัวเราะเยาะกับมันในช่วงเวลานั้น
แม้ว่าจะตั้งใจเป็นแค่พวกผู้ใหญ่ที่น่าเบื่อ
...............................
......... .........
จวบจนเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมง เสียงหนาจึงดังขึ้นอีกครั้ง
"พักกินข้าวก่อนดีไหม"
ร่างบางเพียงแค่ส่ายหัวตอบเท่านั้น ไม่ได้หันขึ้นมาสนใจอะไรอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน
"คาซึยะ...ฉันไม่ได้สอนและซื้อกีต้าร์ให้เพื่อให้นายมานั่งอดข้าวอดน้ำจนล้มป่วยนะ"
เสียงเข้มที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้คาเมะต้องเงยหน้ามอง
ไม่บ่อยนักหรอกที่จินจะทำเสียงแบบนี้กับเค้าน่ะ
นั่นแปลว่าจินเริ่มจะอารมณ์เสียแล้วจริงๆ
"..ก็...อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้ว.."
เสียงแหบเสน่ห์ของอีกฝ่ายที่งุบงิบตอบมาเหมือนเด็กเล็กที่พยายามแก้ตัวเมื่อตัวเองทำผิดทำให้ร่างสูงอดยิ้มไม่ได้ ทำไมเต่าน้อยของเค้าถึงได้บ้างานได้ขนาดนี้นะ
"แต่ตอนนี้หน้านายซีดมากเลยรู้ตัวไหม"
ไม่ใช่แค่คำพูด แต่อคานิชิจินกลับยกมือมาลูบเบาๆที่แก้มใสของคนตัวบาง
คาเมะก้มหน้าหลบมือหนาทันทีรู้สึกตัว ก่อนจะแกล้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาแกะโน๊ตต่อ
...ผิดกับอีกคน....
ความรู้สึกโหวงวูบในอกเค้า..มันคืออะไรนะ..
...ทำไมถึงต้องหนีสัมผัสกันด้วย.....
..ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราเป็นอย่างนี้กันนะ..
เป็นฉันคนเดียวเหรอที่เข้าใจว่า 'แค่หน้ากล้องเท่านั้น' ที่เราต้องทำเป็นไม่สนิทไม่รู้จักกันน่ะ
แต่แล้วความคิดก็ถูกขัดขึ้นด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือของร่างสูงที่กรีดร้องดังขึ้นมา
"ฮัลโหล ว่าไง"
คาเมะเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่มุมห้องอีกด้านที่ไกลออกไป เพราะกลัวจะเป็นการรบกวนอีกคน
เรียวปากบางงอนยื่นออก พร้อมหยาดน้ำตาที่คลอรื้นขึ้นมา
..นายก็อย่างนี้ทุกที... ทำแต่เรื่องตามใจตัวเอง...
ตั้งแต่เรื่องที่ตัดสินใจไปอเมริกาไม่บอกกันแล้ว
เห็นเป็นเรื่องขำสินะ ถึงได้กล้าเอามาล้อเล่นในคอนเสริตว่าฉันวิ่งตามขอร้องไม่ให้นายไปน่ะ
เพราะเห็นว่าฉันยังยิ้มออกทั้งตอนที่ไปส่งและไปรับนายสินะ
แต่จินรู้ไหมว่าฉันต้องเก็บความเศร้าไว้กับตัวเองขนาดไหน
ทั้งที่ฉันตั้งใจว่าจะเป็นแค่ผู้ใหญ่ที่น่าเบื่อ ทุกวันๆขอเพียงแค่อากาศให้หายใจอยู่รอดไปได้
แต่ทุกครั้งที่ฉันเหนื่อย...และคิดว่าไม่ไหวแล้ว
ทำไมต้องเป็นนายทุกครั้งนะที่เข้ามาโอบอุ้มกัน
ไม่รู้เลยใช่ไหมว่ามันทำให้ฉันหวั่นไหวน่ะ....จิน.....
...............................
......... .........
"カギかけて心そっと開けて
ありがとうという言葉君に今届くかな?"
กุญแจถูกไขพร้อมกับหัวใจที่ค่อยๆถูกเปิดออก
คำว่า "ขอบคุณ" ส่งให้เธอตอนนี้จะดีไหมนะ
...............................
......... .........
จินที่เดินออกไปข้างนอกพร้อมกับโทรศัพท์ที่ยังคุยค้างไว้เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง
กล่องข้าวหน้าเนื้ออุ่นร้อนถูกวางลงตรงหน้าคนร่างบาง
คาเมะมองหน้าคนที่วางมันลงอย่างงงๆ และเมื่อจินยังคงย้ำด้วยการนั่งกอดอกจ้องอยู่อย่างนี้ คาเมะจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะหันไปวางกีต้าร์ในมือลงข้างตัวและหยิบตะเกียบขึ้นทาน
คาเมะเลือกกิน และจินก็รู้ดี แต่จะให้เค้าทำยังไงในเมื่อคนตัวเล็กไม่ยอมออกไปทาน จะให้สั่งหรือก็ต้องรออีกสักพักกว่าจะมาส่ง พอดีได้เลยเวลามื้ออาหารไปมากกว่านี้ จินจึงเลือกที่จะซื้อข้าวหน้าเนื้อที่ร่างบางมักจะซื้อจากแฟมิลี่มาร์ตใกล้ๆนี้กลับไปกินยามขี้เกียจทำอาหาร
ทั้งที่ๆเป็นข้าวหน้าเนื้อรสชาติที่คุ้นเคยแต่ทำมันมันฝืดคอนักนะ
..หรือเพราะว่ามัน "คุ้นเคย" กันนะ..
ทำไมถึงต้องจำได้ด้วยนะจิน...จะไม่สนกันก็ไม่สนกันให้ตลอดสิ..
ขณะที่กำลังจะตักข้าวคำต่อไปเข้าปาก เส้นผมที่เริ่มยาวกลับตกมาปกใบหน้าบาง
คิ้วบางขมวดมุ่นอย่างรำคาญใจ
..ก็ว่ามัดแน่นแล้วนะ..
ขณะที่คาเมะกำลังจะวางกล่องข้าวและแกะยางรัดผมออกมารัดใหม่แต่อีกฝ่ายกลับเร็วกว่า
คาเมะกลัวจริงๆว่าอาคานิชิที่กำลังดึงยางรัดผมออกอย่างเบามือ จะเห็นว่ามือของเค้าที่กำตะเกียบอยู่มันกำแน่นขนาดไหน
โชคดีแค่ไหนนะที่เค้าไม่ได้เลือกนั่งตรงที่เป็นกระจก
ไม่อย่างนั้นจินคงจะเห็นน้ำตาของเค้าที่มันเอ่อล้นออกมาอีกแล้ว
"กินต่อไปสิ"
และเมื่อเป็นเช่นนี้จะให้คาซึยะคนนี้ทำอะไรได้ นอกเสียจากจะก้มหน้าก้มตากินข้าวของตัวเองต่อไป
และปล่อยให้ฝ่ามือหนาค่อยๆเกลี่ยเอาเส้นผมที่ร่วงตกไปตามใบหน้าและลำคอของอีกฝ่ายเกล้าขึ้นรวมกันและมันรวบขึ้นไปเพื่อไม่ให้มันตกลงมาเกะกะอีกคน
ไม่ต้องทำเบามือขนาดนั้นก็ได้จิน...คาซึยะเป็นคนนะไม่ใช่แก้วที่จะแตกได้ง่ายๆสักหน่อย
ทั้งที่คิดอย่างนั้นแต่อาคานิชิจินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเค้าถึงได้รู้สึกว่าต้องคอยระมัดระวังคอยดูแลและทำทุกอย่างกับคนๆนี้อย่างเบามือ
"ขอบคุณ"
เสียงแผ่วเบาถูกเอ่ยขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะรีบยัดข้าวคำต่อไปเข้าปาก
แต่เพียงแค่นี้ มันก็สามารถเรียกรอยยิ้มจากอีกคนได้ง่ายๆ
...............................
......... .........
"果てなく続く道 の中に君は何を思うの
忘れないでその心のそばにそっと居させて"
คาซึยะของข้า..เส้นทางสายนี้มันคงจะอีกยาวไกล..
เส้นทางแห่งบาปกรรมที่เราก่อไว้นั้น...มันคงยาวดั่งนิจนิรันทร์ในความคิดของเจ้า
แต่ไม่ว่าจะเจอะเจอเรื่องใดๆที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดทรมาน
แต่ขอแค่เจ้าอย่าลืม..ว่าที่ข้างๆหัวใจของเจ้า..จะมีท่านจินของเจ้าอยู่ข้างๆเสมอเช่นกัน
ท่านจินของเจ้าคนนี้จะรออยู่ข้างๆ คอยให้เจ้าแบ่งเอาภาระอันหนักหน่วงและความทุกข์ทรมานเหล่านั้นมา
...ไม่ว่าจะกี่ชาติไป....
...ข้าขอสัญญาด้วยหัวใจดวงนี้...
ริมฝีปากที่เริ่มเย็นเฉียบค่อยๆประทับลงบนร่างไร้วิญญาณของอีกฝ่าย
ก่อนที่ห้วงลมหายใจจะค่อยๆขาดหาย
เสียงหัวใจที่หยุดเต้นลงพร้อมกับมือสองข้างที่โอบอุ้มร่างเล็กอยู่กลับตกลงข้างกาย
หยดเลือดแดงฉานไหลอาบพื้นรอบด้านข้าง
มามิและเหล่าสาวใช้ทั้งหลายที่มาตามหาตัวคุณชายของบ้านกลับต้องยกมือขึ้นปิดปากพร้อมกลั้นสะอื้นกับภาพตรงหน้า
ภาพคุณชายของบ้านที่กอดประคองคุณหนูเล็กเอาไว้ ชวนให้นึกยามที่ทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่ยิ่งนัก
เมื่อตอนมีชีวิต ทั้งคู่มักจะไปนั่งเล่นกันที่ศาลากลางน้ำ
เมื่อไหร่ที่คุณชายของบ้านเริ่มทำหน้าเครียดกับกองเอกสาร ไม่นานนักพวกหล่อนก็จะได้เห็นคุณหนูเล็กที่วิ่งมาพร้อมพิณตัวเก่งที่คอยขับกล่อมให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี
รอยยิ้มของคุณหนูเล็กสดใสและอ่อนหวานเสมอ เช่นเดียวกับคุณชายที่แม้ตอนทำงานจะดูดุเข้มแค่ไหน แต่หากได้ฟังเสียงพิณของคุณหนูเล็กแล้วล่ะก็จะกลายเป็น รอยยิ้มที่ยิ้มทั้งปากทั้งตาที่หวานที่สุดในโลกเชียวล่ะ นั่นคือสิ่งที่คุณหนูเล็กเคยอวดเอาไว้
หากแต่ตอนนี้ศาลายามเย็นที่เป็นอนุสรณ์รักของคนทั้งคู่กลับกลายเป็นโรงศพหลังสีขาวงามตาและหยดเลือดแดงฉานฉาบสีของพื้นคงเป็นดั่งทะเลสาบแสนหวาน
คุณชายคงจะอยากย้อนเวลาไปยังสมัยที่ยังมีความสุขอยู่สินะเจ้าค่ะ
ช่วงเวลาที่คุณคาซึยะก็เคยพร่ำบอกกับหล่อนเหมือนกัน ว่าเป็นช่วงเวลาที่เจ้าตัวชื่นชอบเป็นที่สุด
...............................
......... .........
"君との日々そっと思い返しては
一人じゃないこと君が僕に教えてくれた"
หวนกลับไปคิดถึงวันเวลาเก่าๆเมื่อตอนที่อยู่ด้วยกัน
ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนั่นคือสิ่งที่เธอสอนฉันเอาไว้
...............................
......... .........
"เฮ้ย มึงคิดเหมือนกูม่ะ ว่าวันนี้ไอ้จินมันตั้งใจแพ้ชัดๆ"
ชายร่างเล็กจมูกโตเอ่ยถามความเห็นเพื่อนร่วมวงขณะที่กำลังเปลี่ยนเสื้อเตรียมตัวกลับบ้าน
หลังจากที่พึ่งอัดรายการคัตตุนการ์ตูนเสร็จ
ใช่..วันนี้พวกเค้าต้องมาอัดรายการกันที่สนามแข่งรถเพื่อตัดสินการเป็นเบ๊ประจำวงอีกรอบ
"เออ ข้าก็งงเหมือนกันว่ะ ตอนแรกแม่งก็เห็นขับแข่งกับอุเอดะอยู่ดีดี"
"ใช่ไม๊ไอ้คิ แต่พอคาเมะแม่งเจ๊งขับชนจนต้องเป็นที่โหล่แล้ว อยู่ดีดีแม่งเสือกหายไปจากเฟรมกล้องซะงั้น"
"ใช่ๆๆ ตอนอยู่ในสนามฉันก็ไม่ทันได้สังเกตหรอก แต่เมื่อกี้ตอนฉันดูภาพอีกทีนะ ฉันมาเห็นจินอีกทีก็โน่น กำลังขับเล่นอยู่ริมขอบ"
อุเอดะที่พึ่งอาบน้ำเสร็จเดินพันผ้าเช็ดตัวออกมาแต่งตัว เอ่ยสนับสนุนเพื่อนร่วมวงทั้งสองที่กำลังนินทาอีกคนที่กำลังอาบน้ำอยู่อย่างเมามันส์
"แม่ง ไอ้จุนโนะก็นะ ไม่น่าโกงเลย ทำลายความฝันของไอ้จินมันซะหมด"
......... .........
หึ....ความฝันงั้นเหรอ...คิดกันไปเองทั้งนั้น
เรียวปากบางยิ้มเหยียดให้กับความคิดโง่ๆ
ทั้งที่คิดอย่างนั้น แต่ทำไมหัวใจของนายจะต้องเจ็บปวดขนาดนี้ด้วยเมื่อรู้ว่ามันไม่จริง
คนที่ทุกคนคิดว่ายังอาบน้ำพละตัวออกจากผนังที่ยืนพิงอยู่และเดินกลับเข้าไปอาบน้ำอีกรอบ
...สายน้ำไหลเย็นคงช่วยกลบน้ำตาที่มันออกมาได้บ้าง..
......... .........
......... ......... ......... .........
ภาพความทรงจำสมัยก่อนผุดขึ้นภาพแล้วภาพเล่าเหมือนหนังที่คอยเล่นฉายซ้ำไปซ้ำมา
ทำไมฉันถึงพึ่งนึกออกนะว่านายเป็นคนที่สอนให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้นะ
....ตอนเด็กๆที่ฉันจะหนีออกจากบ้าน นายกลับมาบอกให้ไปอยู่บ้านนายแทน...
..ทำไมตอนได้รางวับไปโอกินาว่าต้องเลือกฉันไป..
..ทำไมต้องให้สัมภาษณ์ในนิตยสารว่า "แม้ยามะพีจะเป็นเพื่อนคนสำคัญ...แต่คาเมะเป็นคนสำคัญนะ"
...ถ้าคำว่าคนสำคัญของนายหมายความว่าเราจะต้องห่างกันแบบนี้ ฉันก็ไม่อยากเป็นมันหรอกนะ..
......... .........
......... ......... ......... .........
คิ้วบางขมวดมุ่น มือบางยังคงรื้อค้นของในกระเป๋าถือตัวเองต่อไป
หายไปไหนนะ นี่เค้าต้องส่งวันนี้แล้วด้วยนะ
เหลืออีกท่อนเดียวแท้ๆ
"หาอันนี้อยู่หรือเปล่า"
ร่างบางมองไปที่กระดาษสีขาวแผ่นคุ้นตา ก่อนจะพยักหน้าและรับมันมาจากมือของอีกคนที่เมื่อยื่นให้แล้วก็ทำท่าจะกลับออกไปนอกห้องซ้อม
"..จิน.."
เสียงใสเอ่ยเรียกเพียงเบาๆ แต่กลับทำให้มือของอีกฝ่ายที่กำลังจะเอื้อมจับกลอนประตูหยุดชะงักทันที
"..เนื้อเพลงนี่ขอบคุณนะ...แต่ทีหลัง..ไม่ต้องมาเขียนให้จะดีกว่า"
มือบางที่ถือกระดาษอยู่สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
ปลายเล็บจิกกดแน่นตรงลายมือคุ้นตา
เนื้อเพลงที่ถูกเขียนเติมต่อที่ท้ายแผ่น
ข้อความพวกนี้มันทำให้เค้ายิ่งแย่ไม่รู้หรือยังไง
. ......... ......... ......... .........
........ .........
"君が苦しい時は誰より味方になると決めた
忘れないで僕は君を愛しているから"
ในวันที่คุณเจ็บปวดขอให้รู้ว่าผมจะเป็นคนที่คอยอยู่ข้างๆคุณมากกว่าใครทุกคน
ขอแค่คุณอย่าลืมว่าเป็นเพราะว่า "ผมรักคุณ"
......... .........
......... ......... ......... .........
"ฉัน...ก็แค่นึกออกน่ะ..."
เสียงแก้ตัวที่ดังอย่างแผ่วเบายิ่งทำให้คาเมะอารมณ์เสีย
"อ่องั้นสินะ..งั้นต่อไป...ถ้าไมค์ฉันเสีย หรือฉันลืมร้องเพลงอีก...นาย..ก็ไม่ต้องมาร้องแทนฉัน.."
เสียงแหบห้าวเริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด
"..คนอื่นๆมีตั้งเยอะ ปล่อยพวกมันร้องไป..."
ไหล่บางเล็กสั่นระริก
"...ฮึก..ส่วนเพลงมุราซากินั่น....ช่วย...อึก..หยุดร้องไปก่อนได้ไหมจนกว่าจะหมดคอนนี้"
...จนกว่าจะถึงวันที่ฉันไม่ต้องใส่ชุดสีม่วงบ้าบอนั่น..
มือบางเริ่มยกปาดน้ำตาที่ไหลอาบข้างแก้ม
..บ้าเอ้ยทำไมถึงต้องไหนตอนนี้ด้วยนะ..
"..ฮึก..รันจังก็อีก...ฉันไม่น่าไปซื้อมันกับนายเลย..ให้ตายเหอะ..ฮึก.."
"ต่อไปนี้...พอเถอะนะ...จิน"
......... .........
......... ......... ......... .........
...ทำไมนะ ต้องเป็นฉันคนเดียวที่ให้สัมภาษณ์ว่าฉันไปเที่ยวกับนาย...ซื้อของกับนาย..
...และทำไมต้องเป็นฉันคิดเดียวที่ผิดหวังที่ครั้งที่นายปฏิเสธฉันล่ะจิน....
.....หรือฉันจะเห็นแก่ตัวเกินไป...
.....ถ้าหน้าที่การงานมันสำคัญสำหรับนายซะขนาดนั้น....
...........เพื่อนาย.......หรือฉันควรจะปล่อยเรื่องของเราให้มันผ่านไปดี.....จิน......
. ......... ......... ......... .........
........ .........
"例えばもしこの夜僕が君を失ったとしても
忘れないよ僕は君を愛しているから
忘れないで僕は君を愛しているから"
"ถ้าหากว่าผมต้องเสียคุณไปในคืนนี้
ผมจะไม่ลืมว่ามันเป็นเพราะผมรักคุณ
ขอแค่อย่าลืมว่าเป็นเพราะว่า..ผมรักคุณ.."
......... .........
......... ......... ......... .........
"ขอโทษคาเมะ....ขอโทษถ้าสิ่งที่ฉันทำมันทำให้นายรู้สึกแย่ขนาดนี้"
คาเมะรู้สึกได้ถึงแรงดึงที่มือก่อนที่ตัวเองจะจมลงกับอ้อมกอดของอีกฝ่าย
"แต่ก่อนฉันคิดว่าเพราะเราเข้าใจกันดีฉันถึงไม่พูด...แต่นายรู้ไม๊ว่ามันทำให้ฉันเสียใจแค่ไหน..."
มือหนายกขึ้นลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆเพื่อปลอบประโลมคนในอ้อมกอดที่พยายามจะกลั้นสะอื้น
"ฉันคิดมาตลอดว่ามีแต่ฉันคนเดียว...ที่เป็นฝ่ายมอง"
แน่สิ มีครั้งหนึ่งที่จินจำได้แม่นเลย ว่าเค้าเผลอมองคาเมะจนลืมร้องเพลงในท่อนของตัวเองไป
"แล้วฉันก็คิดมาตลอด....ว่าคาซึยะของฉันไม่อยากจะถูกฉันสัมผัสอีกต่อไปแล้ว.."
จินค่อยๆประคองดวงหน้าหวานที่ตอนนี้หันมามองตนด้วยสายตาที่งุนงง แล้วจึงยิ้มบางๆให้
"...ก็ขนาดแค่เรื่องใช้ตะเกียบต่อกันนายยังปฏิเสธกลางรายการซะขนาดนั้น"
แค่คิดถึงเรื่องนั้นมันทำให้จินรู้สึกแย่แค่ไหนร่างบางจะรู้ไม๊นะ กับอีแค่พวกโคคิแซว คาเมะไม่เห็นจะต้องเป็นเดือนเป็นร้อนปฏิเสธซะขนาดนั้นเลย
ร่างบางหันมองอีกฝ่ายที่เริ่มเงียบไป ก่อนที่จะค่อยๆยันตัวขึ้นประทับริมฝีปากลงเบาบาง
"ฉันจะไปรังเกียจจินได้ยังไง"
ดวงตาสองดวงมองสบกัน และกว่าจะรู้ตัวริมฝีปากทั้งคู่ก็คอยแนบประทับ และมอบส่งความหอมหวานให้แก่กันและกัน
จูบ...ที่ดูเหมือนจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ...
คาเมะต้องใช้แขนเรียวขึ้นรั้งที่รอบคอของอีกฝ่ายเพื่อพยุงตัว
เรียวลิ้นไล้เลียเบาๆที่ริมฝีปากบางแดง ก่อนที่จะประกบจาบจ้วงลงควานหาความหวานภายใน
ร่างบางส่งเสียงประท้วงในลำคอเมื่อมือของอีกฝ่ายเริ่มไล้ตามชายเสื้อขึ้นมาที่แผ่นอกบาง
"อา....จิน"
ลมหายใจหอบกระชั้นขึ้นเมื่อกางเกงยีนถูกถอดลงพร้อมๆกับฝ่ามือร้อนที่แนบทับลงมา
"อา..จิน..อืมม."
คาเมะร้องครางทันทีที่ริมฝีปากถูกปล่อยออก
ฝ่ามือร้อนคงทำหน้าที่ของมันได้ไม่ทันใจจนจินต้องดันร่างบางเข้าพิงกับผนังก่อนที่ตัวเองจะผละตัวลงไปส่งเรียวลิ้นลงไปทักทายเนินติ่งไตทั้งสองข้าง
"..อืม...ที่..นี่จะ..ดีเหรอ..อา..."
เรียวลิ้นลากยาวลงมาไล้วนเล่นที่หน้าท้องน้อยโดยไม่ลืมกดประทับรอยสีกลีบกุหลาบเอาไว้
"...ดึกแล้ว..ไม่มีใครมาหรอก..คาซึยะ"
เสียงของจินหายไปพร้อมๆกับความร้อนที่เข้ามาครอบคลุมแกนกายของอีกคน
"..ฮ๊า...จิน..."
นิ้วมือเรียวกดย้ำที่ท้ายทอยผ่านเส้นผมสีดำยาวของอีกฝ่ายที่อยู่ต่ำกว่าอย่างระงับตัวเองไม่อยู่
"...อา...จิน..จะ..ไม่ไหวแล้ว..อืม..."
เรียวปากที่รูดเข้ารูดออกอย่างชำนาญการทำให้ไม่นานนักน้ำขาวขุ่นจึงไหลทะล้นออกมาเต็มริมฝีปากของอีกคน
"..อย่ากินนะ..จิน"
ร่างบางที่ทรุดลงกับพื้นพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ดวงตาหวานสวยปรือเหลือบมองอีกฝ่ายที่กำลังใช้มือปาดเอาส่วนที่กระเด็นมาโดนหน้าตนออก
จินที่ได้ยินคำพูดของอีกคน ไม่ได้ทำอะไรนอกจากยกยิ้มส่งให้พร้อมกับเคลื่อนขยับตัวเข้ามา
จินพยุงคาเมะขึ้นก่อนจะจับท่อนแขนของอีกคนให้พาดไปที่ลำคอ
ไม่นานนักนิ้วร้อนก็ถูกกดลงมาที่ช่องทางด้านหลังทีละนิ้วเพื่อปรับขยายให้ช่องทางพร้อมที่จะรับสิ่งที่ใหญ่กว่าเข้าไป
"อืม...จิน.."
คิ้วหนาเริ่มขมวดมุ่น เม็ดเหงื่อไม่น้อยไหลย้อยไปตามโครงหน้าเข้ม
ช่องทางขับแน่นที่กำลังบีบรัดนิ้วทั้งสามของเค้าอยู่มันทำให้เค้าแทบทนไม่ไหว
"..จิน..."
เสียงเรียกของคาเมะทำให้จินเหลือบมองร่างบาง
แต่แล้วกลับเป็นริมฝีปากหยักสวยที่กดลงมาจูบซับเหงื่อให้ตัวเค้า
คาเมะกลัวว่าหากเม็ดเหงื่อเหล่านี้ไหลลงไปโดนตาเมื่อไหร่จินคงจะแสบน่าดู
"นายนี่นะ....จะยั่วกันหรือไง"
จินทอดถอนหายใจให้กับขีดความอดทนของตัวเอง
"...เข้ามาเถอะจิน...ฉันไม่เป็นไรหรอก"
คาเมะเพียงแค่ยิ้มบางๆให้อีกคนก่อนจะกอดรัดคออีกฝ่ายให้แน่นขึ้น
"นายมันขี้ตามใจฉัน...จนเคยตัวนะคาซึยะ"
จินกระซิบเสียงแผ่วก่อนจะประกบจูบลงที่ขมับของอีกฝ่าย
พร้อมๆกับส่วนล่างที่ถูกดันเข้าแทนนิ้วมือตัวเอง
"..อ๊ะ....."
ด้วยขนาดที่ต่างกันทำให้คาเมะเผลอใช้นิ้วมือจิกเข้ากับแผ่นหลังที่ตัวเองกอดอยู่
มือหนายกเรียวขาทั้งสองข้างของอีกฝ่ายขึ้นพาดรอบเองของตัวก่อนจะจูบลงเบาๆที่ริมฝีปากบางเพื่อปลอบประโลมให้หายเจ็บปวด
"..หายใจลึกๆนะคาซึยะ.."
"อย่างนั้น..เด็กดี"
เมื่อเห็นร่างบางเริ่มปรับตัวได้ คนด้านบนจึงเริ่มขยับตัว
ความเจ็บปวดค่อยๆหายไปกลับเป็นความรู้สึกอีกอย่างเข้ามาแทนที่
"..อา....จิน...อืม..."
"คาซึ..."
เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังสลับกับเสียงคราง สองร่างเกี่ยวกระหวัดรัดรึง จูบนับพันถูกส่งให้แก่กันและกัน
ชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไป และไม่นานนักก็มาถึงจุดสิ้นสุดของความต้องการ
"อืม...คาซึยะ...ฉัน..."
"อืม...ฉันด้วย..จิน..."
และไม่นานนักช่องทางรักของร่างบางก็ถูกเติมเต็มด้วยน้ำที่ล้นทะลักออกมาของอีกฝ่าย
เช่นเดียวกับที่หน้าท้องของจินต้องเปรอะไปด้วยคราบสีขาว
จินค่อยๆใช้นิ้วเกลี่ยนเส้นผมที่ตกลงมาตามหน้าของคนรัก
มือหนาช้อนใบหน้าของอีกคนที่นอนหลับตาซบหน้าลงกับอกแกร่งของตนขึ้น
"ไหวไหม"
ดวงตาหวานปรือตามองอีกฝ่าย ยิ้มเล็กๆถูกส่งมาให้เหมือนเคย
ก่อนที่จะถูกจินประกบจูบลงเบาๆอีกรอบด้วยความหมั่นไส้
"เพราะนายมันน่ารักอย่างนี้ไง แล้วจะไม่ให้ฉันมองได้ยังไงคาซึยะ"
ใบหน้าขาวใสสว่างตาแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนจะหันหน้าหนีไปบ่นอุบอิบกับอกกว้างว่าทีอย่างนี้มาทำพูดดี
จนคนร่างสูงอดขำออกมาไม่ได้
"นี่...ต่อไปนี้ฉันจะไม่แคร์ใครแล้วดีไหม.."
"...ไม่ว่าจะหน้ากล้อง..หรือหน้าแฟนๆกี่แสนคน..ฉันก็จะไม่แคร์.."
"เมื่อยามที่คาซึยะน่ารัก..จนฉันอดใจรักใช่ไม่ไหว..ฉันก็จะ ‘รัก‘..โชว์ให้ดู"
"หรือถ้าคาซึยะไปยุ่งกับคนอื่นจนฉันหึง...ฉันก็จะไม่ทนอีกแล้ว"
"แม้คนในวงจะแซวยังไงฉันก็จะไม่เถียง...จะยิ้มรับพวกมันด้วยซ้ำ...ดังนั้..น"
พูดยังไม่ทันจบริมฝีปากของคนช่างพูดก็ถูกปิดลง
ซึ่งจินก็สนองตอบความต้องการของร่างบางได้อย่างถึงใจจนคาเมะต้องเป็นฝ่ายพละออกมาก่อนที่จะหมดอากาศหายใจตายซะก่อน
"....ไม่ต้องหรอกจิน...แค่จินเป็นจินอย่างนี้...ตอนที่เราอยู่ด้วยกันแบบนี้...ฉันก็พอใจแล้วล่ะ"
จินมองอีกคนที่ส่งยิ้มสวยหวาน...ยิ้มกว้างที่เลยไปถึงดวงตามาให้เค้า...ก่อนจะเอ่ยพึมพำสิ่งที่ทำให้อีกคนถึงกับต้องหน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"นายมันขี้ยั่วจริงๆด้วยคาซึยะ....แล้วจะให้ฉันรู้จักคำว่าพอได้ยังไง.."
ว่าแล้วจูบร้อนแรงก็ถูกมอบประทับให้แก่กันและกันต่อไป
ค่ำคืนของทั้งสองคนยังคงยาวอีกยาวไกล
ความรักหอมหวานล้นละลักเป็นไอลอยวนอยู่ทั่วบรรยากาศ
......... .........
......... ......... ......... .........
แม้ความรักครั้งนี้จะต้องเจอเรื่องเจ็บปวดอีกมากมายขนาดไหน
จะต้องเจออุปสรรค์ที่เท่าไหร่ เพียงแค่ตอนนี้เราสองคนรักกัน เข้าใจกัน
เสียงของคนรอบข้างนับพัน จะไปสำคัญกว่าเสียงของคนที่เรารักคนเดียวได้อย่างไร
ถ้าหากรักครั้งนี้ไม่ได้อยู่บนความทุกข์ของใคร
ถ้าหากนายพร้อมจะไปกับฉัน
เราก็พร้อมจะเดินไปด้วยกัน
เส้นทางอันยาวไกลที่ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเส้นนี้
ถ้าหากวันใดที่นายรู้สึกท้อใจ เศร้าโศก ก็ขอให้รู้ไว้ว่านายไม่ได้อยู่คนเดียว
แค่หันมามองข้างๆกาย นายจะเห็นฉันที่พร้อมจะเข้าข้างนายเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่หากวันใดที่ฉันต้องเสียนายไป...ก็ขอให้จำไว้เสมอว่า........ฉันรักนาย....
......... ......... ......... .........
......... .........
"เด็กน้อยของฉัน ซ้อมมาทั้งวันเหนื่อยมากไหม..."
เจ้าของดวงหน้าสวยเพียงแค่หันหน้ามองคนที่กอดตนเองอยู่ที่ด้านหลังก่อนจะส่ายหัวเบาๆ
"เพลงใหม่นั่นเองน่ะหรือ"
ชายหนุ่มเจ้าของบ้านไล่มองอ่านกระดาษที่วางอยู่ก่อนจะยกยิ้มกับเนื้อความที่เขียนไว้
"ชื่อเพลงอะไรน่ะคาซึยะ"
ท่านจินนะ..รู้ว่าเค้าอายแล้วจะยังถามอีก
คนตัวขาวก้มหน้างุดก่อนจะตอบเสียงเบา
"....เพราะว่ารัก...เจ้าค่ะ"
"หืม...อะไรนะ" คนตัวโตแกล้งกระเถิบเข้าไปใกล้ร่างบางก่อนจะกระซิบถามแผ่วเบา
"....เพราะ..."รัก"....เจ้าค่ะ"
ดวงหน้าหวานที่เงยสบพร้อมเอ่ยคำรักเสนาะหูนั่นทำให้อีกท่านจินต้องยิ้มออกมา
พร้อมกับให้รางวัลริมฝีปากที่เอ่ยได้หวานจับใจเค้ายิ่งนัก
และเมื่อริมฝีปากบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เสียงทุ้มนุ่มลึกของคนที่ตนแอบรักกลับทำให้เด็กน้อยใจเต้นแรงจนกลัวว่ามันจะหลุดออกมาให้ได้
"ฉันก็.......รักนะ....คาซึยะของฉัน"
สิ้นคำรักหวานหู....ริมฝีปากทั้งสองก็ผลัดกันส่งคำ รัก ให้แก่กันและกันโดยมีหมู่แมกไม้และเหล่านกน้อยที่พากันส่งเสียงรายล้อมอยู่รอบศาลากลางน้ำแห่งนี้เป็นพยานคำรักเหล่านั้น
......... .........
......... ......... ......... .........
" 忘れないで。。。。僕は君を。。。愛しているから "
" ขอแค่อย่าลืม ว่า..เป็นเพราะว่า....ผมรักคุณ.. "
......... .........
......... ......... ......... .........
End
credit: 愛しているから: kamenashi kazuya Happy Birtday to Kame-chan ^^
ขอบคุณแฟนๆอคาเมะที่เอาดวงของคนคู่นี้ไปดูแล้วทำให้เราจิ้นได้นะค่ะ
ส่วนเรื่องราวต่างๆที่ถูกหยิบยกขึ้นมาทุกคนสามารถหาดูได้ตามยูทูปนะ เราป่าวแต่งเอง >.<
ของเค้าเรียลจริงค่ะ !
edit @ 1 Mar 2010 02:47:21 by KILLAU
edit @ 30 Jul 2010 18:29:53 by KILLAU