Desert Rose: Part 12 By Killau Miss-Understand
กริ๊งงง....กรี๊งง.....
หนุ่มผมแดงใช้มือข้างที่ว่างกวาดเอาเอกสารที่วางทับอยู่บนโทรศัพท์ออก แล้วจึงหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารสีขาวนวลที่กำลังส่งเสียงแผดร้องอยู่ขึ้นมากรอกเสียงทุ้มนุ่มลงไป โดยที่ดวงตาบนใบหน้าเนียนขาวที่มีกระสีแดงกระจายอยู่เป็นหย่อมๆยังคงจับจ้องอยู่กับเอกสารในมือ
"สวัสดีครับ รอน วีสลีย์พูดสายครับ"
ไอ้ตัวไหนกันว่ะที่บังอาจโทรมารบกวนเค้าถึงบ้าน นี่มันเวลาพักนะ แม้ว่าเค้าจะยังต้องทำงานอยู่ก็เหอะ
"ไง...ทำเสียงดุมาแต่ไกล...รำคาญฉันแล้วเหรอรอนนี่"
เสียงปลายสายติดจะแซวนิดๆ แม้จะติดเนือยอยู่หน่อยๆ แต่อีกฝ่ายนี่สิ ทันทีที่ได้ยินเสียงว่าใครเป็นคนโทรมา ก็กระเด้งตัว ทิ้งปากกาที่ถืออยู่ก่อนจะใช้สองมือประคองหูโทรศัพท์ด้วยอารามตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ปากพะงาบๆพูดไม่เป็นภาษา
"นะ...นะ..นายยยยย....เฮ้ย!!!!!!! นายหายไปไหนมาแฮรี่!!"
"ฮ่าๆ แค่เสียงนายก็ทำให้นึกหน้านายออกเลยล่ะรอน เป็นไงสบายดีไม๊"
ร่างบางนึกขำ หน้าของรอนตอนนี้คงไม่ต่างกับตอนเจอเจ้าแมงมุมตัวยักษ์เพื่อนยากอยู่เป็นแน่ แต่ด้วยความเป็นห่วงก็อดถามไถ่ทุกข์สุขเพื่อนไม่ได้
"....สบายสิ...สบายแน่ ถ้าเพื่อนสนิทของฉันคนนึงเค้าไม่ได้หายตัวไป จนฉันกับว่าที่ภรรยาต้องไปตามหาจนแทบพลิกแผ่นดิน ก่อนจะเจองูบ้าบางตัวมันบอกข่าวคราวมาน่ะ ถึงจะมีเวลามาตามงานที่หยุดไป"
เมื่อได้สติ รอนก็ไม่ลืมหันกลับมากัดเพื่อนถึงเหตุผลที่ทำให้ตนต้องมานั่งไล่ทำงานย้อนหลังอยู่แบบนี้
"ฮ่า ฮ่า..ขอบคุณนะ ว่าแต่...นายรู้เรื่องแล้วใช่ไม๊...ตกลงเป็นมะรืนนี้ที่ฉันจะลงมือนะรอน"
แม้จะส่งเสียงขำออกมา แต่ดวงตากลมโตกลับแห้งผาก ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา หากใครได้มาเห็นคงอดสงสารเจ้าตัวเล็กคนนี้ไมได้
"....นายไม่โอเคนี่นาแฮรี่"
เสียงหัวเราะของร่างบางที่รอนจำได้มันไม่ใช่เสียงอย่างนี้หรอกนะ
"...มารับฉันทีรอน...ฮึก...มา...รับ...ฉันไปที...."
........................ ........................
........................ ........................ ........................ ........................
........................ ........................ ........................ ........................ ........................ ........................
ทันทีที่ได้ยินเพื่อนรักพูด รอนก็ใช้เวลานัดหมายเรื่องเตาพงฟลูไม่นาน ก่อนจะเรียบเปลี่ยนเสื้อผ้า และกระโจนเข้ากองไฟไปรับเอาอีกฝ่ายกลับมาที่บ้านตน และโทรเรียกให้ว่าที่ภรรยาที่ว่ากลับมาดูใจเพื่อนสุดเลิฟของหล่อนก่อน เพราะลำพังแค่เค้าคนเดียวก็ไม่สามารถรับมือเจ้ารี่ที่แม้จะหยุดร้องไห้ตั้งแต่เค้าไปถึง แต่แทนที่อาการด้วยการเอาแต่ซึมกระทือไม่พูดไม่จาได้หรอก
ตอนที่ไปออกปล่องบ้านที่มันอยู่เค้ายังแอบตกใจคิดว่าไอ้รี่มันไปตกเมียชีฟที่ไหนมาได้กันฟ่ะ แล้วนี่ผัวรักเค้ามาทวงคืนหรือไงกัน เพราะบ้านที่มันอยู่นี่อย่างกับวังย่อมๆกลางทะเลทรายที่เค้าเคยเห็นในหนังอย่างนั้นแหละ
แต่อย่างเจ้านี่ ถ้าไปแอบลักเมียชาวบ้านมา มันก็คงต้องแอบพาหนีไปจนถึงที่สุดเป็นแน่
ไม่มานั่งทำหน้าอย่างกับถูกผัวทิ้งมาแบบนี้หรอก!
และเมื่อเพื่อนทั้งกลุ่มมาครบองค์ประชุมเวลาแห่งการซักถามโจทย์ก็เริ่มขึ้น!
แฮรี่จำใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบ้าง ข้ามไปบ้างบางตอนให้พอรู้กัน แต่ที่แน่ๆนี่ขนาดไม่ทั้งหมด ไอ้เจ้ารอนนี่เพื่อนรักก็ทำหน้าประหนึ่งปลากระโฮ่ที่ต้องการอากาศหายใจ หาอากาศ พะงาบๆปากไม่หยุดเลยทีเดียว
"นะ..นาย...จะบอกว่า...ที่นายหายไปนี่...ไปเป็นเมีย..โอ้ยย....ไปอยู่บ้านมัลฟอยมาเหรอ"
เฮอไมโอนี่ตีแขนแฟนแรงๆทันทีที่เห็นแฟนตัวเองติดโรคมีหมาในช่องปากขึ้นมากระทันหัน
นี่ขนาดเล่าข้ามๆยังตีความไปเองได้ขนาดนี้ นี่ถ้าขืนเล่าทั้งหมดว่าเค้าไปได้เสียตกเป็นเมียสุดที่รักของมันไปแล้วกี่รอบ มันคงได้ขาดอากาศหายใจตายไปจริงๆเป็นแน่!
แฮรี่ส่ายหัวเบาๆกับความล้นของเพื่อน
เทียบกับคุณชายนั่นแล้ว......
ว่าแล้วแฮรี่ก็อดหวนกลับไปคิดถึงคนอีกคนไม่ได้อยู่ดี
เฮอร์ไมโอนี่ที่เงียบมาแต่ต้นมองหน้าเพื่อนรักที่เหมือนทิ้งหัวใจไว้อีกที่ก็ถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นมา
"ทำไมไม่พูดไปตรงๆ"
ดวงตาสีน้ำทะเลเข้มเงยขึ้นสบตา เมื่อรู้ว่าเพื่อนหมายถึงเรื่องอะไรจึงตอบกลับ
"ฉันไม่อยากพึ่งหมอนั่นไปซะทั้งหมดน่ะ"
"ไม่ใช่แฮรี่....นายตอบไม่ตรงประเด็น"
เฮร์อไมโอนี่จับจุดที่แฮรี่พยายามเบนออกไปได้
"นายแค่ไม่ต้องการรู้สึกว่าโลกของนายตอนนี้หมุนรอบพระอาทิตย์อีกดวงอยู่ ไม่ใช่ดวงเดิมที่นายเคยควบคุมมันได้ดั่งใจ"
แฮรี่เงียบก้มหลบสายตา
"งานแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนายก็จะได้พักยาวไม่ถูกเหรอแฮรี่ นายบอกเค้าอย่างนี้ก็ได้ด้วยซ้ำ แต่นายก็ไม่ทำ นายแค่อยากฉวยโอกาสของงานครั้งนี้แล้วแยกตัวออกมา เพียงเพราะว่า นายรู้สึกว่า นายต้องเปลี่ยนชีวิตการงานของนายทั้งหมด นายต้องยอมเป็นฝ่ายถูกดูแล และที่สำคัญที่สุด..นายอาจจะต้องไปเกี่ยวข้องกับคนที่นายเกลียดที่สุด!"
เมื่อเพื่อนที่ดูเค้าออกทุกอย่างพูดออกมาอย่างนี้ มันทำให้เค้าจนหนทางที่จะหาเหตุผลมาแก้ตัว
"และถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดนะ นายรักเค้าใช่ไม๊แฮรี่"
เฮอไมโอนี่ค่อยๆนั่งยองๆลงตรงหน้าคนที่เอาแต่ก้มหน้าหลบตาตนอยู่นั่น
ทันทีที่สบตากัน ดวงตาสีน้ำทะเลยามค่ำคืนได้ทำตัวแทนปากแดงๆบางๆ บอกทุกอย่างออกมาซะหมด
"อย่าเอาอดีตมาปิดตัวเองแฮรี่ ปากพูดว่าฉันจะลืมๆ ทั้งที่จริงๆนายกลับทำร้ายมัลฟอย ทำร้ายคนที่นายรัก ทำร้ายหัวใจของตัวเองได้อย่างเลือดเย็นด้วยซ้ำ!"
"เฮิรม.." รอนเริ่มเอ่ยเตือนแฟนเมื่อเห็นว่าร่างบางที่นั่งอยู่เริ่มมีน้ำตาตลอ
แต่เฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ได้หยุด คำพูดทุกคำที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเหมือนกับมีดเล่มบางๆที่ค่อยๆปาดลงบนผิวเนื้ออ่อน
"นายหาเหตุผลต่างๆนาๆมาหยิบยื่นให้กับมัลฟอย ทั้งที่จริงๆหมอนั่นไม่ได้ต้องการมันด้วยซ้ำ แต่นายกลับยัดเยียดให้เค้า คิดเอาเองว่าเค้าคิดอย่างนั้น คิดในทางกลับกันสิแฮรี่ ถ้าเป็นนาย...ถ้าคนที่รักที่สุดยื่นมีดมาให้...นายยังจะทนรับมันมาแทงที่ตัวเอง อย่างที่มัลฟอยทำได้ไม๊"
"อึก...เฮิร์ม...ฮึก...แต่...แต่พ่อหมอนั่นฆ่าพ่อของฉันนะ!"
แฮรี่ที่หลุดสะอื้นเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่แข็งกร้าวเมื่อนึกถึงอดีต
.........
................................
ใช่สิ วันนั้นเค้ายังจำได้ดี วันที่เค้าเสีย พ่อ ผู้เคยชิดใกล้เพียงหนึ่งเดียว
แม้จะไม่ได้เป็นพ่อแท้ๆ แต่ซีเรียสก็เป็น พ่อ คนเดียวที่แฮรี่มี แถมเป็นพ่อที่ดีที่สุดเท่าที่แฮรี่เคยสัมผัสมา และเค้าก็รักพ่อคนนี้เหลือเกิน
แต่แล้วเหตุการณ์ในวันนั้นก็เกิดขึ้น
....วันที่ซีเรียสถูกพวกจอมมารฆ่าตาย....
แฮรี่ที่อยู่ในเหตุการณ์
มือที่อยากจะไขว่คว้าเอาไว้ แต่กลับห่างไกลเหลือเกิน
เสียงที่จะออกจากลำคอยังแทบจะไม่มี หัวใจคล้ายจะหยุดนิ่ง
เค้าอยากรู้ว่าตัวเองทนได้ยังไง ที่เห็นคนที่รัก ค่อยๆจมหายไปกับเยื่อสีดำบางในแผ่นกระจก
เมื่อกลับมาถึงห้องพักที่กริฟฟินดอร์แฮรี่ก็เอาแต่นิ่ง ไม่ยอมพูดยอมจากับใครสักคน แม้แต่เพื่อนสนิททั้งสองอย่างรอนและเฮอไมโอนี่
นอกจากจะไม่ยอมพูดยอมจากับใครแล้ว ข้าวปลาอาหารก็ไม่แตะ
ความรู้สึกผิดมันค้ำคอ.....ถ้าไม่ใช่เพราะเค้าซีเรียสคงไม่ตาย....
ทุกวันแฮรี่เฝ้าแต่คิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา นอนก็ไม่ค่อยหลับ เพราะทุกครั้งที่หลับ ภาพที่ซีเรียสตกเข้าไปในผ้าม่านสีดำนั่น ....มือที่เค้าจับไม่ทัน...มันเหมือนตัวเองลอยคว้างอยู่กลางทะเล เท้าทั้งสองข้างไร้ซึ่งพื้นให้เหยียบประคองตัว ร่างกายที่ค่อยๆจมลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับลมหายใจที่ติดขัดๆ ก่อนที่จะสะดุ้งตื่นขึ้น
เป็นอย่างนี้อยู่ทุกครั้ง จนแฮรี่ไม่อยากจะหลับตาลง
ร่างกายที่ผอมอยู่แล้วก็ซูบลงทุกวันๆ ดวงตาที่เคยส่องประกายเขียวสดใส งดงาม สว่างไสว กลับถูกแทนที่ด้วยความแห้งผาก ไร้ชีวิตชีวา
พวกรอนและเฮอไมโอนี่ทนไม่ได้จริงๆที่จะเห็นเพื่อนรักของพวกเค้าทำตัวเหมือนเป็นซากศพเดินได้อยู่อย่างนี้ ทั้งคู่คิดแล้วคิดอีก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงกัน เพราะพวกเค้าก็เป็นแค่เด็กคนนึง เรื่องความตาย เป็นสิ่งที่พวกเค้าไม่เคยคิดว่ามันจะอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมถึง
แต่กลับมีคนๆนึง
ทั้งที่อายุก็ไม่ได้ต่างกัน แต่กลับคิด..และเลือกทำให้บางสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างใจหวัง แม้ว่าผลลัพธ์นั้นจะเป็นเหมือนมีดสองคม แต่ก็ยอม
"หึ แค่พ่อโง่ๆคนนึงตาย ทำเป็นเดือดเป็นร้อน ก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องขอบคุณพ่อฉันซะอีก ที่ช่วยให้โลกนี้เบาขึ้นเยอะ"
ดวงตาสีเทาเข้ม พร้อมริมฝีปากที่เชิดขึ้นอย่างถือตัว ชวนให้สติสัมปะชัญญะของอีกฝ่ายขาดเอาได้ง่ายๆ
"เลว! พอกันทั้งพ่อทั้งลูก คิดเหรอว่าจะได้ตายดี ชาตินี้ฉันขอบอกไว้เลยนะ ว่าถ้ามีอะไรที่ฉันทำให้พวกนายหายไปได้ ฉันจะไม่มีวันลังเลที่จะทำมันแน่!"
เสียงที่ตะโกนด่าออกมาพร้อมคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย ยังคงสะท้อนติดอยู่ในความทรงจำของเพื่อนทั้งสอง ที่ตอนนั้นทำได้แค่รั้งร่างบางไม่ให้เข้าไปทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย
"ฉันจะรอ.....อย่าตายไปก่อนให้พวกฉันขำเล่นก็แล้วกัน"
พูดจบก็หันหลังออกไปโดยไม่รอฟังเสียงใดๆทั้งสิ้น
และวันนั้น เป็นวันแรกและวันสุดท้ายที่แฮรี่นึกอยากจะจำแผ่นหลังที่เดินหันหลังให้เค้าไปจนตาย!
มือเรียวยาวที่แต่งเล็บอย่างสวยงามค่อยๆบรรจงจับใบหน้าของร่างที่นั่งอยู่บนเตียงขึ้นมาสบตากับตนเอง
"พ่อเค้าแฮรี่...ไม่ใช่เค้า"
"แต่....ฮึก...แต่"
ร่างบางพยายามจะหาข้ออ้างต่างๆนาๆมาเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหา หากแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี
ในหัวมันสับสนไปหมด หยดน้ำใสไหลรินออกมาดวงตาคม
ทำไมนายต้องมาทำดีด้วย ถ้าจะเลว ก็เลวให้ตลอดสิ
"แค่คนที่ตัวเองรัก....จะให้อภัย....ลืมอดีตมันไปหน่อยไม่ได้เลยเหรอ นายก็ด้วยรอน เลิกโอ๋เค้าได้แล้ว แฮรี่ต้องโตขึ้น"
เสียงใสไม่ลืมแหวแขวะแฟนที่กำลังโอบโอ๋คนที่กำลังสะอื้นฮักอยู่
"แต่แฮรี่...เอ่อ..คือฉันมีเรื่องจะบอกนายเหมือนกัน...เอ่อ...คือ"
เหมือนตัดสินใจอะไรได้ รอนจึงพูดขึ้นมา แต่ท่าทีกลัวๆกล้าๆนั่นทำให้เฮอร์ไมโอนี่ต้องแหวใส่อีกรอบ
"จะพูดอะไรก็พูดรอน มัวแต่ทำเสียงอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่น จะรู้เรื่องไม๊ล่ะ"
"โอเคๆๆ คือ ฉันจะบอกว่า พ่อฉันเล่าให้ฟังว่า เรื่องที่ซีเรียสตายน่ะ ไม่ใช่ความผิดของลูเซียสหรอกนะแฮรี่"
ทันทีที่พูดจบดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างหันขวับมามองอีกคนทันที รวมไปถึงแฟนสาวของตนที่ไม่ได้รู้เรื่องนี้มาก่อนเช่นเดียวกัน
"คือ....เอ่อ...ลูเซียส..หมอนั่นน่ะ เค้าเป็นสายให้ฝั่งเราน่ะ เพียงแต่วันนั้น ฝ่ายคนที่คุณก็รู้ว่าใครดันจับได้ซะก่อน กว่าจะหนีออกมาได้ ก็มาไม่ทันช่วยซีเรียสแล้ว....เอ่อ...ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเค้ามัวยืนมองให้ซีเรียสถูกฆ่าหรอกนะ หมอนั่นก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนกัน"
รอนค่อยๆเล่าเหตุการณ์ออกมาอย่างติดๆขัดๆ
"แล้วทำไมนายไม่บอกพวกเราเร็วกว่านี้รอน"
กลับเป็นเฮอร์ไมโอนี่ที่ตั้งสติได้เร็วกว่า และต่อว่าออกไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน
"อ้าว...ก็....ฉันก็พึ่งรู้จากพ่อไม่นานมานี้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่รู้นี่นาว่า...แฮรี่รักหมอนั่นนี่....ฉันก็เลยไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดถึง..ก็เลย.."
"โอเค....สรุป....หมอนั่นไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่เป็นพวกโรคจิตซาดิสชอบเอามีดมาปาดตัวเองเล่นใช่ไม๊"
คำสรุปความแกมประชดของเพื่อนสาวช่างโดนใจคนที่นั่งอยู่อย่างจัง
เมื่อตั้งสติได้ สมองทั้งหมดประมวลผลออกมาอย่างฉับไวก่อนที่ความรู้สึกผิดล้นจะอัดแน่นบีบขึ้นมาถึงลำคอแห้งผาก
ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลคู่สวยเจือไปด้วยน้ำใสอีกครั้ง
"นายมัน...โง่....เดรก....ฮือ....โง่ที่สุด...."
ร่างบางสะอื้นฮักจนตัวโยน
........................ขอโทษนะเดรก.....................................
.........................ขอโทษที่ทำร้ายนายซ้ำแล้วซ้ำเล่า...........................
ขอโทษ
ขอโทษที่ตลอดมาฉันมันโง่ ไม่เคยถาม ไม่เคยคิดอะไรให้มันรอบคอบ
แค่มีคนมาแย่งเอาความผิด ฉันก็ไม่ติดไตร่ตรองให้ดี รีบโยนมันออกไปให้พ้นตัว
ฉันนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่ สกปรกเกินไปหรือเปล่านะ
สำหรับนาย ยังจะคงต้องการกันอยู่หรือเปล่า
.....................ฉันจะรักษาสัญญาของเรา...................
....ฉันสัญญา.....
.............................. ............................. .............................
.............................. ............................. ............................. .............................. ............................. .............................
เป็นครั้งแรกที่ขาทั้งสองข้างไม่อยากจะก้าวเข้าไปเหยียบพื้นที่บ้านสีขาวสว่างตาหลังนี้สักนิด
เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า ยังไง ถ้าหากบ้านหลังนี้ขาดความอบอุ่นไปแล้วล่ะก็ มันก็คงไม่ต่างอะไรกับก้อนน้ำแข็งที่ทำเป็นรูปร่างขึ้นมา
.....ถ้านายไม่อยู่....บ้านก็ไม่เรียกว่าบ้านหรอกนะแฮรี่....
แม้จะไม่อยากขนาดไหนแต่ขายาวก็ยังคงต้องก้าวเข้าไปอย่างมั่นคง
เค้าจะล้มไม่ได้
ถ้าเมื่อไหร่ที่ยังคงมีคำสัญญาช่วยค้ำจุนอยู่ เมื่อนั้นเค้าจะไม่มีวันล้มไปอย่างผู้แพ้เด็ดขาด!
แต่บ้านที่เงียบสนิทไร้เสียงตอบรับของร่างเล็กที่มักจะนอนอ่านหนังสือตรงชานบ้าน หรือไม่ก็จะคอยวิ่งเข้ามาหาเวลาเค้ากลับบ้าน ...เอาน้ำเอาท่ามาให้...วิ่งสาละวนช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะกินข้าว....ปากเล็กๆช่างเจรจานั่นจะบอกเมนูของวันอย่างเจื้อยแจ้วไม่รู้เบื่อ....ทำให้ตัวเค้ากลายเป็นคนติดข้าวบ้านไปโดยปริยาย
ภาพเหล่านั้นมันติดตาเค้าซะจนเค้าไม่คิดว่าจะมีวันที่ตัวเองจะได้มานั่งกินข้าวเย็นๆชืดๆนี่คนเดียวอีกครั้ง
บ้านแบบนี้ เค้าอยู่มาได้ยังไงตั้งนาน.....เค้าคิดภาพตัวเองแต่ก่อนไม่ออกเลยจริงๆ
เพราะตั้งแต่มีไอ้ตัวเล็กเข้ามา เวลาจะทำอะไร จะไปไหนมาไหน จะกินอะไร ก็คิดให้หมอนั่นเป็นจุดศูนย์กลางเสมอ
ชีวิตที่ต้องหมุนตามกันและกัน สำหรับเค้า มันเป็นอะไรที่มีความสุขเกินกว่าที่เคยคิดไว้ซะอีก
แต่ตอนนี้หากเค้าไม่ถามถึง คนในบ้านคนใดก็ไม่มีใครมีสิทธิเอ่ยถึงคุณหนูเล็กของตน
ทุกคนต่างแค่คิดภาวนาเหมือนกัน ขอให้คุณหนูเล็กกลับมาอยู่บ้านที่เป็นบ้านของเราเร็วๆสักที
พวกหล่อนจะได้ไม่ต้องทนเห็นคุณผู้ชายทำหน้าเป็นเจ้าชายน้ำแข็งเช่นเดิมอีกครั้ง
นายต้องรีบๆกลับมานะแฮรี่...ฉันไม่ยอมทนกินข้าวคนเดียวนานๆหรอกนะ..
.............................. ............................. .............................
.............................. ............................. ............................. .............................. ............................. .............................
บ้านที่เรียกว่าบ้าน......ต้องเป็นบ้านที่มี "เรา" นะแฮรี่.......
.............................. ............................. .............................
.............................. ............................. ............................. .............................. ............................. .............................
"แล้วทำไมนายยังไม่กลับไปอีกแฮรี่"
เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยขึ้นขณะที่ร่างเล็กบางคนมัวแต่สาละวนอยู่กับชุดผ้ารุ่มร่ามสีขาวบางอยู่
ร่างเล็กดวงตากลมโตหันขวับมองตอบเพื่อนกลับทันที
"ถ้าฉันกลับไปเธอคิดว่าหมอนั่นจะยอมปล่อยฉันออกมาทำงานอย่างนี้เหรอไง"
แม้เสียงจะดูเป็นปกติดีแล้ว แต่ดวงตาที่พูดถึง ‘นายนั่น' ก็ยังดูจะคิดถึงกันซะเหลือเกิ้น จนทำให้เพื่อนผมแดงอีกคนที่ช่วยรื้อของที่สั่งออกจากถุงมาดู อดค้อนขวับให้ไม่ได้
"อ้าว...ก็รู้นี่ แล้วยังจะทำอีก"ลอยหน้าลอยตาเอ่ยว่าเพื่อนร่างบางประหนึ่งแอบกัดภรรยาที่กำลังจะหนีสามีไปหาความสุขที่ไหนสักแห่ง
"นี่เฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอยมันไปให้เงินค่าหาเสียงตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ เห็นพูดเข้าข้างเช้ากลางวันเย็นไม่หยุดไม่หย่อน จนฉันคิดว่าเธอไปถูกรถชนความจำเสื่อมตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้จำสลับตำแหน่งระหว่างแฮรี่กับมัลฟอยว่าใครกันแน่ที่เป็นเพื่อนเรา แถมนี่ก็งานเค้า จะมาว่าอะไรกันมากมาย"
รอนอดไม่ได้ที่จะว่าแฟนตัวเอง ใช้ได้ที่ไหน ทำมาพูดนั่นนี่เข้าข้างคนที่แฟนตัวเองเกลียดเข้าไส้ได้ทั้งวี่ทั้งวัน
"รอน...นายอย่าเอาอคติส่วนตัวมาแช่งชักหันกกระดูกฉันนะ ฉันว่าเค้าก็ออกจะดี ดูจากที่แฮรี่เล่า หมอนั่นก็ดูจะเลี้ยงเพื่อนเราดีออก ดูซิเนี่ย..พยานปากเอกขาวย้วยผ่องขนาดนี้มีอะไรมาแก้ตัวอีกเหรอไง"
ไม่พูดเปล่า ลำโพงหาเสียงเคลื่อนที่ได้ของมัลฟอยยังคงทำหน้าที่ต่อไป พลางจับแก้มใสผ่องของเพื่อนตนขึ้นมาดึงเล่นอย่างไม่เกรงใจเจ้าตัวที่นั่งหน้างอกุมแก้มอย่างเจ็บปวดทันทีที่ถูกปล่อยออกจากมือ
ไม่มียั้งแรงกันเลยนะ กะลงโทษเค้าแทนคนช่างขุนหรือไงกัน
แฮรี่อดพึมพำกับตัวเองเบาๆไม่ได้
แต่ทีมฝ่ายแดงก็คงจะยังจะไม่หยุดปาก หากไม่มีเสียงคนกลางพูดขึ้นมาซะก่อน
"พอๆได้แล้ว....คือ ฉันกะว่า ไว้ทำงานนี้เสร็จฉันก็จะได้พักยาวใช่ม้า ไว้ถึงตอนนั้นค่อยกลับไปคุยกับหมอนั่นก็ยังไม่สายนี่นา เพราะยังไง ฉันก็คิดที่จะทำงานนี้ต่อไปแน่นอน เพราะมันเป็นงานที่ฉันรัก....เป็นชีวิตของฉันน่ะ"
แฮรี่พูดไปยิ้มไป เมื่อเอ่ยถึงงานที่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตของตน เพราะงานนี้ทำให้เค้าได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ได้รู้จักคนมากมาย เค้าสนุกทุกครั้งเวลาที่ต้องคิดหาทางแก้ปัญหาต่างๆ และเวลาที่งานสำเร็จมันเทียบได้พอๆกับการเคลียร์เกมส์อย่างหนึ่งเลยนะ! และมันก็ถือเป็นความภูมิใจของเค้าอย่างที่สุดเช่นเดียวกัน
แต่ถ้าจะให้เปรียบ
...หากงานเปรียบเสมือนสถานเริงรมณ์ของเค้า....
....หมอนั่น....
กลับเป็นบ้านที่เค้าจะต้องมีไว้พักใจ มีไว้นอนหลับ มีไว้ชาร์จพลัง
แฮรี่อมยิ้มน้อยๆกับตัวเอง ดวงตาใสที่ดูเหมือนจะจ้องมองไปยังเก้าอี้ไม้ขัดเงาที่วางอยู่ไม่ไกล หากแต่จริงๆแล้วห้วงความคิดกลับลอยไปอยู่อีกที่
.....ที่ที่ตัวเค้าเองเป็นคนดิ้นรนที่จะจากมันมา.....
....บ้านหลังนั้น....ยังจะเปิดรอรับเค้าอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่านะ....
...................หรือว่าได้ให้ใครเข้าไปแทนที่กันแล้วหรือเปล่า.............
คิดถึงกันบ้างหรือเปล่า
เข้าใจกันใช่ไม๊
"โอเคๆๆ ฉันเข้าใจนายแล้วน่า ไม่ต้องมาทำซึ้งเรียกความสงสารอีกหรอกน่า แค่นี้รอนนี่ของฉันก็หลงนายจะแย่แล้ว ว่าแต่...ตกลงนายจะให้เราสองคนช่วยอะไรบ้างนะ"
เมื่อเห็นเพื่อนเริ่มเข้าสู่โหมด "คิดถึงหมอนั่น" อีกครั้ง แม่สาวไฟแรงสูงเลยต้องรีบดึงกลับมา รีบๆทำงานให้เสร็จๆจะได้รีบกลับไปละเมอเพ้อพกถึงกันและกันในอ้อมอกซะที เค้าจะได้ไม่ต้องมาทนหมั่นไส้ว่าที่คู่หมั้นตนที่มานั่งถือธงตั้งบู้ทเปิดเชียร์แฮรี่ พอตเตอร์จนออกนอกหน้าไม่เกรงใจแฟนอยู่แถวนี้
"หึ....อย่างไอ้นี่น่ะเหรอ....ขำๆน่ะ ฉันก็แค่อยากขอยื้มตัวพวกนายไปช่วยอยู่ข้างๆ ตอนแรกว่าจะใช้คาถาสร้างร่างแปลง แต่ช่วงนี้พลังฉันมันไม่ค่อยจะเสถียรน่ะสิไม่รู้ทำไม ก็เลยไม่อยากใช้คาถายากนัก พวกนายพอจะมีเวลาให้ฉันสักวันนึงไม๊"
เมื่อเปลี่ยนเรื่องคุย ดวงตาที่เอาเหมือนจะเคลิ้มๆอยู่ กับกร้าวแข็งขึ้นทันทีที่พูดถึงเป้าหมายใหม่ ดวงตาที่เหมือนกำลังคิดภาพเป้าหมายที่ถูกจัดการซะแล้วด้วยซ้ำ
"โอเค ว่าแต่เรื่องพลังของนาย ไม่ลองไปให้หมอตรวจดูหน่อยเหรอ อาจจะป่วยก็ได้นะ"
เฮอร์ไมโอนี่เป็นห่วงสุขภาพของเพื่อนมากกว่า เรื่องงานน่ะ เค้ารู้ว่าร่างเล็กนี่จัดการได้แน่นอน เพราะงานใหญ่กี่งานต่อกี่งานที่ดังขึ้นมา ถ้าไม่มีชื่อเพื่อนตัวเองโชว์หราเป็นผู้จัดการ ก็จะมีติดโผไปเป็นผู้ให้คำปรึกษาในทุกอันเชียว
"อืม ไว้เสร็จงานนี้ก่อนละกัน"แฮรี่พูดปัดๆผ่านออกไป เพราะคิดว่าเดี๋ยวนอนอิ่มๆกินอร่อยๆเดี๋ยวก็หาย ก่อนจะเอาสมาธิไปพุ่งกับการวางแผนการลงมือในวันมะรืนที่จะถึง
..............................
.............................. .............................
.............................. ............................. ............................. .............................
.............................. ............................. ............................. .............................. ............................. .............................
บ้านขนาดใหญ่ที่ปลูกด้วยอิฐสีขาวเกลี้ยงมองภายนอกดูตัดกับพื้นทะเลทรายที่รายรอบ
งานเลี้ยงในวันนี้ถูกยกชั้นขึ้นไปอยู่ที่ลานกว้างด้านนอกที่ชั้นสอง ริ้วผ้าหลากสีที่ถูกตกแต่งแขวนไขว้ไว้ตามราวต่างๆถูกลมเบาๆพัดเกลี่ยชายผ้าสวยให้ปลิวไสวอวดโชว์ความสดใสของมันบนท้องฟ้าใส
ผู้คนมากมายในชุดหรูหราไฮโซหลายแบบหลากสไตล์ต่างพากันชิมอาหารหลากรสที่จัดเรียงอยู่ริมของสระน้ำ
มือสีขาวจัดยกขึ้นหยิบแก้วไวน์แดงจากถาดของบริกรที่เดินผ่านหน้าไป พร้อมกับเสียงแหวเบาๆดังขึ้นจากผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆ
ทำให้หนุ่มหน้ามนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ที่ก้าวอี้ริมขอบสระเกิดอาการสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย
"ใช่เวลามากินเหล้าเหรอรอน"
"โธ่....เฮิร์มจ๋า...ก็..แบบว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามไงจ๊ะ ไม่งั้นเดี๋ยวเค้าจะสงสัยเอาได้ จริงมั้ย"
หันไปยิ้มหวานประจบอีกหนึ่งที
ด้วยความที่ขี้เกียจจะไปโต้เถียงให้เป็นจุดเด่นแถมเป้าหมายที่กำลังเดินตรงมาทางนี้อีก ทำให้เฮอร์ไมโอนี่หยุดปากตัวเองลง พร้อมกับนั่งก้มหน้าสงบลงตามเดิม
รอนที่ดวงตามองไปทั่วๆงานอยู่เสมอ ยังคงรักษามาดวาดยิ้มการค้าให้อีกฝ่ายที่กำลังเดินเข้ามาหาได้อย่างไม่มีสะดุด
อย่างว่า...คนมันต้องเติบโตกันตามกาลเวลา จะให้เป็นรอนนี่ที่ไม่ได้เรื่องเหมือนเคย....มีหวังลูกได้เกิดขึ้นมาตบหัวด่าทอพ่อเหมือนคนเป็นแม่กันพอดี
"สวัสดีครับคุณชาย...."
"เฟรดริก โอโปแลนด์เพื่อนของรัสเซล"รอนต่อเสียงให้อย่างไม่มีขัด และไม่ลืมที่จะพ่วงชื่อคนที่ชอบเข้ามาประมูลอีกคนที่ตัวเองไปสืบมา เพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อใจเข้าไปด้วย
"อ๋อ......อย่างนั้นเองเหรอครับ ว่าแต่ทำไมวันนี้รัสเซลไม่มาด้วยล่ะครับ" จะให้ไว้ใจในทันทีคงจะไม่ได้ จึงทำทีถามต่อ แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้ลูกน้องโทรเช็คอีกรอบเพื่อความไม่ประมาท
"อ๋อ พอดีว่ารัสเซลเค้าติดลูกค้าที่อีกเมืองน่ะครับ เลยไม่ว่างมาด้วย....เอ...หรือว่าการที่ผมจะมาคุยการค้าสักนิดคนเดียวจะเป็นการสร้างความลำบากแก่คุณเกินไปเหรอครับ"
เสียงลูกน้องกระซิบบอกถึงสัญญาณมือถือที่ติดต่อไม่ได้ของเพื่อนที่ถูกอ้าง ไม่ได้ช่วยทำให้พ่อมดเจ้าเล่ห์หมดความระแวดระวัง หากแต่ลักษณะท่าทางการแต่งตัวและเหล่าแหวนทองมากมายบนนิ้วมือชายแปลกหน้า ได้เป็นตัวกระตุ้นต่อมละโมบและระงับต่อมระแวงลงไปบ้าง
"แหม คุณชายอย่าพึ่งอารมณ์ร้อนไป คนค้าคนขายก็อย่างนี้แหละครับ ก็ต้องกลัวคู่แข่งกันบ้างเป็นธรรมดา แถมของที่ผมขายก็ไม่ใช่ของราคาถูกข้างถนนซะด้วย" ว่าแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งในเบาะนุ่มข้างๆ พร้อมรอยยิ้มร้าย
ก็อย่างนี้แหละน้า ความละโมบนี่มันไม่เข้าใครออกใครซะจริง
รอนได้แต่ยิ้มบางๆทั้งด้วยความสมเพชและพึงพอใจที่แผนตัวเองเหมือนจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นมา
"แหม ที่นี่ก็ช่างเปิดเพลงได้ถูกใจผมซะจริง แถมวันนี้ผมก็ไม่ได้มามือเปล่าซะด้วยซิ"
รอนดีดนิ้วเบาๆ ไม่นานหญิงทาสคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ค่อยๆค่อมตัว คลานเข้ามานั่งข้างๆ
มือจับขึ้นเชยคางของร่างบางที่นั่งอยู่ ผ้าสีขาวที่คาดผ่านคลุมครึ่งหน้าส่วนล่าง ทำให้ลูกแก้วสีเขียวใสช่างดูเด่น งดงาม และน่าดึงดูดยิ่งนักในความคิดในพ่อมดร้าย
"เด็กคนนี้ของข้าเต้นเก่งมากเลย......" พูดทิ้งหางเสียงเพื่อรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากอนุญาติตามธรรมเนียม
"เชิญ....." พ่อมดหนุ่มไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากผายมือเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายขึ้นเต้นในลานหินสีขาวกว้างด้านหน้า
คนมากมายที่พากันยืนจิบไวน์ชั้นดี พร้อมคอกเทลชั้นเลิศเพื่อรอการประมูลครั้งใหญ่ของวันนี้ ได้ต่างพากันเงียบเสียงลงทันทีที่เห็นบุคคลลึกลับในชุดเสื้อคลุมผ้าสีครีมค่อนไปทางเก่า เดินออกมายืนตรงหน้าเจ้าของคฤหาสน์
ช่วงขาเรียวเล็ก ผิวเนื้อเนียนผ่องที่โผล่พ้นผ้าคลุมตัวยาวออกมา ช่างชวนให้แขกเหรื่อหลายคนหยุดการกระทำที่ทำอยู่
เสียงกระดิ่งหลากสีที่ติดอยู่ที่กำไลข้อเท้าดังกังวาลใสทุกย่างก้าวสะกดเสียงพูดคุยที่กำลังดังอยู่ให้ค่อยๆเงียบลง
แม้จะไม่เห็นแม้แต่หน้าของคนคนนี้ เนื่องจากฮู้ดสีซีดที่คลุมทับอยู่ หากแต่ แค่ดวงตาสีเขียวสวยคู่เดียว กลับทำให้ใครหลายคน อดที่จะจ้องมองไม่ได้
ดวงตาสีเขียวค่อยๆปรือหลับลง หูทั้งสองตั้งใจฟังเสียงเพลงประจำท้องถิ่นที่เปิดคลออยู่เบาๆ
ช่วงทำนองเชื่องช้า และเนื้อร้องที่ฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ทำเป็นปัญหาสำหรับแฮรี่
ข้อเท้าเล็กเกินผู้ชายทั่วไปค่อยๆกระทืบลงที่พื้นหินเบาๆเพื่อเคาะจังหวะ และเมื่อจับจังหวะได้แล้ว ร่างบางที่ยืนหลับตาอยู่จึงค่อยๆเคลื่อนกายไปตามที่เคยเห็นเด็กหญิงชาวบ้านเต้นกัน สองแขนที่ขยับไปมาออกจากเสื้อคลุมตัวกว้าง เสียงกำไลมากมายดังกรุ๊งกริ๊งแทนเสียงเครื่องดนตรี มือเล็กปัดฮู้ดที่คลุมอยู่และผ้าคลุมหน้าผืนบางออก โชว์ให้เห็นผมหยักโศกสีดำยาวประบ่าที่ตัดกับใบหน้าขาวนวลกระจ่างตาอย่างเห็นได้ชัด ชวนให้ใครหลายๆคนอยากจะไปจับปัดมันออก เพื่อที่จะได้เชยชมดวงหน้าเรียวเล็กนั่นชัดๆ
ดวงหน้าที่ปรากฏจะว่าเป็นหญิงก็ไม่มีทางใช่แน่ๆ เนื่องจากสะโพกและหน้าอกที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุม แต่ก็ไม่ได้มีหุ่นกำยำดังเช่นชายหนุ่มทั่วไป ถ้าจะให้พูด ก็คงจะเหมาะกับคำว่าหนุ่มน้อยเจ้าเสน่ห์อย่างเป็นที่สุด
ดวงตาสีเขียวมรกตนั่นก็ช่างยั่วยวนตาชายหลายคนที่มองสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆรอน ที่หนุ่มปริศนาคอยแต่จะชวนเชิญส่งสายตามองอยู่บ่อยๆ
ริมฝีปากแดงฉ่ำที่ชอบจะส่งยิ้มน้อยๆให้ใครหลายคน และด้วยความร้อนของอากาศทำให้เลือดทั้งหมดพากันมาไหลวนเวียนสร้างสีสันให้กับพวงแก้มขาวใสสะอาดตา ทั้งๆที่ปราศจากการแต่งแต้มใดๆแต่ดวงหน้าเล็กกลับดูสวยเป็นพิเศษยิ่งกว่าใคร
ทั้งๆที่เป็นบุคคลน่าสงสัย เพราะไม่เคยมีใครคุ้นตามาก่อน ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวเป็นใครมาจากไหน ผมสีดำดั่งแม่มดในตำรานั่นอีก และดวงตาสีเขียวมรกตสดที่ในบางคราวก็ฉายแววแห่งความเศร้าสลดเอาไว้ แต่ในทางกลับกันกลิ่นหอมดอกไม้ป่าจางๆที่โฉยผ่านอากาศ เสียงฮัมเพลงเบาๆ สายตา ดวงหน้า และท่าทาง กลับทำให้ความลึกลับที่มีนั้นดูหอมหวานชวนค้นหาขึ้นมาทันใด
ชายหนุ่มหลายคนในงานเฝ้าเวียนเดินเข้าไปถามเจ้าของงานอยู่บ่อยถึงสินค้าในคืนนี้ว่ามี ‘สินค้าหายากจากแดนไกล' ชิ้นนี้รวมอยู่ด้วยหรือไม่ และมีหลายคนที่ทุ่มเต็มที่ขอซื้อเมื่อทราบว่าเป็นแค่ทาสที่แสนต่ำต้อยคนนึงของท่านชายเฟรดริก โอโปแลนด์ที่เอาแต่นั่งกระดิกเท้ามองผลงานชิ้นโบว์แดงที่ยังคงร่ายรำต่อไป
แฮรี่ยังคงอินไปกับบทเพลงที่เปิดบรรเลง สายตาที่ไม่เคยหยุดอยู่ที่ใครคนเดียวยังคงมองส่งไปเรื่อย หากแต่ดวงตาคู่นั้นต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้สบกับดวงตาสีควับบุหรี่ที่คุ้นเคย ดวงตาที่ตอนแรกมีแต่ความก้าวร้าว และไม่นานควันบุหรี่ที่หนาแน่นก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายของการตัดพ้อที่หวานที่สุดเท่าที่แฮรี่เคยเห็น
...ไม่โกรธกันใช่ไม๊.....
....เข้าใจกันใช่ไม๊....
แฮรี่ได้แต่หลับตาลง กัดริมฝีปากแน่น เพื่อข่มใจตัวเองไม่ให้กระโดดเข้าหาอ้อมกอดที่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกคืนวัน
ก่อนจะตัดสินใจปิดฉากละครลง ด้วยการทรุดตัวชันเข่าลงกับพื้นด้านหน้าเป้าหมาย ดวงตากลมโตลืมขึ้นอีกครั้งเพื่อส่งสายตาหวานซึ้ง พร้อมด้วยริมฝีปากแดงสดก้มลงจุมพิตเบาๆที่หลังมือเจ้าของคฤหาสหลังใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างเพื่อนตัวเอง พร้อมกับทำนองเพลงที่จบลงอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา
"ท่านจะช่วยรับของกำนัลที่ข้าอยากจะมอบให้ไว้ได้หรือไม่"
รอนถามแกมเย้า เนื่องด้วยสายตาของอีกฝ่ายตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะกลืนกินเพื่อนเค้าเข้าไปอยู่แล้ว แต่อย่างว่าแหละ เค้าก็เข้าใจ
........นายมันยังช่างยั่วได้เก่งเกินใครจริงๆแฮรี่ .......
รอนอดยิ้มชื่นชมไม่ได้กับผลที่ออกมาเกินคาด
นี่เพื่อนเค้ามันกะจะจับแค่คนเดียวหรือมันจะเอาทั้งงานกันแน่ว่ะเนี่ย
"ผมว่าตอนนี้คุณคงอยากจะชื่นชมกับของขวัญชิ้นใหม่มากกว่าธุรกิจของเราแล้วล่ะมั้ง เอาเป็นว่าเดี๋ยวคืนนี้เราค่อยคุยกันก็ได้ เหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะประมูลไม่ใช่เหรอครับ"
รอนยิ้มพูดด้วยเสียงเนิบๆ
"หึ...คุณนี่ช่างรู้ใจผมซะจริง งั้นไม่ขัดศรัทธาล่ะ เดี๋ยวเราค่อยเจอกันคืนนี้ล่ะกันนะครับ แล้วถ้าของชิ้นนี้เด็ดจริง..รับรอง..ผมจะให้ของที่พิเศษไม่แพ้กันตอบแทนเลยทีเดียว"
เสียงหัวเราะแหบๆในลำคอดังขึ้น ริมฝีปากผุดรอยยิ้มร้ายเมื่อนึกถึงยามที่มือตัวเองกำลังแกะกล่องของขวัญชิ้นสำคัญที่นั่งก้มหน้าอยู่ ร่างหนาไม่รอช้ารีบลุกขึ้นยืน มือใหญ่กร้านจับท่อนแขนบางกระชากให้ลุกตาม ก่อนจะลากให้เดินออกไปด้านนอกงานด้วยแรงที่ไม่มียั้ง
ชวนให้รอนที่มองอยู่กลืนน้ำลายเอื้อกๆ และเหมือนจะมีคนอ่านใจออกเมื่อเสียงทุ้มนิ่งเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
"จำไว้นะ ถ้าเพื่อนนายได้รอยช้ำมาแม้แต่รอยเดียว.....นายต้องชดใช้ให้ฉัน!"
รอนหันหลังขวับสบกับดวงตาแข็งกร้าวที่กดต่ำมองมา ชายหนุ่มสูงสง่าในชุดสูทสีดำเข้มที่ตัดเป็นทรงสมัยใหม่ เสื้อเชิ้ตสีขาวและไทด์ดำเรียบๆช่วยทำให้ร่างสูงสง่าคนนี้ไม่ได้ดูสูงอายุอย่างใครหลายๆคน หากแต่คนๆนี้ยังคงมีรัศมีเต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือและน่าเคารพไม่น้อยไปกว่าใคร รอนจึงไม่แปลกใจเลยว่าเมื่อมองไปรอบๆตัว หญิงสาวและชายหนุ่มมากมายก็แอบพากันมองด้วยความชื่นชมอยู่ห่างๆเช่นเดียวกันกับเค้าที่ยังอดจะชมไอ้หมอนี่ไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อดตัดพ้อไม่ได้เช่นกันว่า ทำไมพระเจ้าช่างลำเอียงสร้างคนมาให้มันแตกต่างกันได้ขนาดนี้นะ
ดวงตาสีเทาเข้มสังเกตเห็นคนในงานที่มองมาทางพวกเค้ามากขึ้น กัดริมฝีปากแดงฉ่ำอย่างตัดใจที่จะต่อว่าไอ้คนรักเพื่อนจัดนั่นต่อไป
หึ ถ้าไม่กลัวว่าแฮรี่จะเสียงานพ่อจะลากเอาไอ้พวกที่มันจ้องคนของเค้าไล่ขึ้นเขียงส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์มันเสียทีละคน !
แต่ก่อนอื่น ขอเริ่มจากเพื่อนเจ้าตัวดีมันคนแรกนี่แหละ!!
ใช้ได้ที่ไหน ปล่อยให้เพื่อนตัวเองทำอะไรเสี่ยงๆ !
ฮึ้ย !! พูดแล้วยิ่งขัดใจ !! !!
เจ้าตัวเล็กของเค้าก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าจะหนีออกมาทำงานอย่างนี้
จบงานนี้พ่อจะจับมาขังลืมอยู่ที่บ้านให้ดู!!
แล้วช่วงขายาวจึงก้าวฉับเดินออกไปอีกฝั่งของงานแทน
ปล่อยให้ใครหลายคนได้แต่มองตาม ซึ่งนั่นรวมไปถึงเพื่อนเก่าร่วมโรงเรียนสองคนที่เหลือด้วย
"เหอะ....ไอ้หมอนั่น ทำไมยิ่งโตยิ่งน่าเกลียดฟ่ะ"
ท่านชายที่กำลังนั่งไขว่ห้างทำท่าเบ้ปากชวนให้คนที่นั่งข้างๆอดส่งสายตาหมั่นไส้มาให้ไม่ได้
"เฮ้อ...คนเราก็อย่างนี้ล่ะน้า...เห็นใครหน้าตาหล่อและพูดจาได้เท่ห์...มากๆๆๆๆๆๆ....หน่อยเป็นไม่ได้"
หญิงสาวแกล้งเน้นเสียงพอให้อีกคนฮึดฮัดเล่น
"ว่าแต่แฮรี่จะเป็นอะไรไม๊น้า"
เมื่อได้ยินเสียงบ่นพึมพำของแฟนสาว ก็ชวนให้รอนนึกห่วงเพื่อนตัวเล็กขึ้นมาดื้อๆ
"เจ้านั่นมันออกจะเก่ง คงไม่เป็นอะไรหรอก...มั้ง....."
ทั้งๆที่พูดอย่างนั้น แต่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกลับแฝงไปด้วยความกังวล
ทำไมถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กนั่นนะ
รอนที่นั่งอยู่ได้แต่มองไปตามทางที่แฮรี่ถูกลากไป ดังเช่นคนในงานอีกหลายๆคน หากแต่ความหมายที่มองช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะหลายคนได้แต่ภาวนาให้เจ้าของทาสคนใหม่นั้นอิ่มเอมเร็วๆและยอมปล่อยให้เด็กหนุ่มปริศนามาเป็นของชิ้นสำคัญในงานซะมากกว่า
แต่ถ้าหากมันกลายเป็นอย่างที่คนอื่นคิดจริงๆป่านนั้นรอนคงได้กลายเป็นศพไปก่อนแน่!
นี่ขนาดถ้าไอ้เพื่อนเค้ามันเป็นรอยด่างช้ำขึ้นมาเพียงจุดเล็กๆเค้ายังจะซวยเลย แล้วประสาอะไรกับถ้าเพื่อนเค้าพลาดท่าให้กับไอ้อ้วนนั่นล่ะ
เหอะ...งานเค้ารึเปล่าก็ไม่ใช่ เป็นคนออกไอเดียนี้รึก็เปล่า แฟนมันคิดเองทำเองแท้ๆ แต่ทำไมเค้าต้องมาซวยด้วยว่ะเนี่ย
รอนส่ายหัวเบาๆกับความซวยของตัวเอง
แฮรี่มันเลี้ยงมัลฟอยด้วยอะไรว่ะเนี่ย ถึงได้ดุขนาดนี้!
.................................................
เสียงรองเท้าสองคู่ที่กำลังเดินไปตามทางระเบียงสีน้ำตาลหม่นกว้างที่ปูยาวล้อมรอบตัวอาคารหลังใหญ่ ทอดต่อจากส่วนที่จัดเลี้ยง ทางเดินที่สร้างเอาไว้เพื่อเชื่อมต่อกับห้องทุกห้อง หากเดินตามทางนี้ไปเรื่อยๆคงจะไปหยุดอยู่ที่ห้องใดสักห้องกระมัง แฮรี่คิด แต่จะว่าเค้ากำลังเดินอยู่ก็คงไม่ถูก ต้องเรียกกว่าคนหนึ่งกระชากให้อีกคนเดินตามซะมากกว่า เพราะตั้งแต่ออกมาจากงานเลี้ยงแฮรี่จำได้ว่ายังไม่ได้ถูกปล่อยข้อมือให้เดินเองเลย ข้อมือที่ถูกบีบรัดอย่างไร้ความปราณี เริ่มแผลงฤทธิ์ให้เจ้าของรู้สึกเจ็บขึ้นมาตะหงิดๆ แฮรี่มั่นใจว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลังมันต้องเปลี่ยนสีแน่ๆ
เสียงผู้คนจากงานรื่นเริงและเสียงดนตรีถูกทดแทนด้วยเสียงการกระทบกันของใบไม้เนื่องจากถูกสายลมบางๆพัดผ่าน นกน้อยหลายตัวแข่งกันส่งเสียงร้องแข่งกัน แต่มันคงจะทำให้แฮรี่รู้สึกผ่อนคลายมากกว่านี้หากเค้าไมได้อยู่ในระหว่างการทำงานที่แสนจะน่ารำคาญนี่ เฮ้อ ไอ้บ้านี่ก็ลากให้เดินเร็วอยู่นั่นแหละ
แฮรี่พยายามจำเส้นทางรอบตัวให้แม่นเผื่อเอาไว้หาทางหนีทีไล่ถ้าเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่ร่างบางกำลังหันมองสิ่งรอบๆตัว ทันใดนั้นแฮรี่ก็รู้สึกได้ถึงแรงพลักอย่างรุนแรงเข้าที่แผ่นหลัง ก่อนที่จะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น
ห้องริมสุดของทางเดินงั้นเหรอ
แต่แล้วความคิดทั้งหมดก็ถูกดึงความสนใจไปที่เสียงจากประตูไม้บานโตตั้งตัวตระหง่านอยู่ค่อยๆแง้มปิดลง พร้อมกับแสงแห่งอิสระภาพค่อยๆถูกแทนที่ด้วยร่างอ้วนกลมที่ยืนแสยะรอยยิ้มร้ายมาให้ หลังจากจัดการลงกลอนประตูเรียบร้อย
พ่อมดซิฟฟี่ผู้มีร่างกายอวบอ้วนค่อยๆก้าวสามขุมเข้ามาหาคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กับพื้น
"หึหึ หนุ่มน้อย เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า ทำไมฉันคุ้นหน้าเธอจัง"
แฮรี่แค่นยิ้มนิดๆ เหอะ กว่าจะมาคิดออกตอนนี้ไม่โง่ไปหน่อยเหรอ
ระหว่างที่พ่อมดกำลังมองสำรวจเรือนร่างของของขวัญชิ้นโต แฮรี่ก็ไม่รอช้า มือเล็กที่ยันพื้นอยู่ค่อยๆเลื่อนมาจับตรงช่วงขาที่คลุมด้วยผ้าบาง และไม่นานนัก
"สตูพิฟาย!"
ทันทีที่คาถาสะกดนิ่งถูกสั่งออกไป เข่าทั้งสองข้างของคนที่ยืนกึ่งค่อมอยู่ค่อยๆล้มลงกับพื้น ดวงตาทั้งสองคู่เบิกกว้าง ริมฝีปากที่สั่นระริกพยายามอย่างสุดชีวิตกว่าจะเอ่ยคำพูดออกมาได้
"นะ....นาย......ปะ..เป..เป็น.....พ่อมด...หะ.."
แฮรี่ไม่ได้ตอบอะไร แค่ค่อยๆยันตัวให้ลุกขึ้น มือเล็กยกขึ้นเสยผมด้านหน้าที่ยาวปิดระหน้าผากสวย และใช้หลังมือซับเหงื่อที่ออกมาตามไรผมนุ่ม
รอยแผลเป็นที่แทบจะกลืนไปกับผิวสีขาวนวลกลับเด่นชัดในมโนความคิดของอีกคน
"นะ..นาย....พะ....พะ...พอต..เตอร์"
ริมฝีปากหนาสั่นระริกเฉกเช่นเดียวกับดวงตา
ในหมู่พ่อมดด้วยกันไม่มีใครไม่รู้จักมือปราบมารฝีมือดีคนนี้แน่ เพียงแต่เค้าได้ยินว่าหมอนี่มันลาพักงานไปตั้งนานแล้วเลยไม่ได้ระวังตัว แถมไม่คิดด้วยว่าแฮรี่ พอตเตอร์ในตำนานจะหน้าตาหวานได้ขนาดนี้
แฮรี่ที่กำลังมองไปรอบๆห้อง เพียงแค่เหลือบตามองมา ก่อนรอยยิ้มเล็กจะผุดขึ้นที่มุมปาก
"ยินดีที่ได้รู้จัก ซิฟฟี่ หวังว่านี่คงเป็นการแนะนำตัวครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเรานะ"
ว่าแล้ว ท่อนแขนเรียวบางจึงยกกวาดขึ้นตั้งท่าพร้อมจะเสกคาถาเต็มที่
แต่...
"อ๊ะ!!!??"
อยู่ดีๆร่างบางที่ยืนคุ้มหัวอีกคนอยู่ก็ทรุดลงกับพื้นหินอ่อนสีขาวลายคราม
แฮรี่รู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกวูบลง ตัวทั้งตัวเหมือนอยู่ดีๆก็มีคนเอาหินมาถ่วงเอาไว้
แล้วไม่นานนัก เสียงหัวเราะที่ลอยมากลับยิ่งทำให้แฮรี่มั่นใจขึ้นอีก
ทำไมเมื่อกี้เค้าไม่สังเกตนะ ว่าทำไมไอ้บ้านี่มันถึงยังพูดได้อยู่!!!
ถ้าไม่ใช่เพราะพลังของเค้ามันเริ่มตกลง!
ฮึ้ย !! ไอ้บ้าเอ้ย ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ด้วยนะ
แฮรี่ได้แต่ภาวนาให้พลังที่เค้าส่งไปตอนแรกมันแรงพอที่จะสกัดไอ้พ่อมดนี้ไว้ จนกว่าพวกรอนจะมาตาม
เพราะเค้ามั่นใจว่าตัวเองในตอนนี้คงไม่สามารถจะลุกขึ้นจับมันย่อส่วนลงไปขังในกรงอย่างที่ทำปกติได้เป็นแน่
แต่แล้วความคิดทั้งหมดก็ต้องหยุดลงทันทีที่มีแฮรี่รับรู้ได้ถึงสัมผัสสากที่ไล้ผ่านแก้มนวล ก่อนที่จะฟาดลงมาอีกทีที่เดิม
แฮรี่รู้สึกได้ถึงความเจ็บที่แก้มเนียนที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับรอยแดงเป็นปื้น
"หึ สงสัยคนที่ชื่อแฮรี่นี่คงจะเกลื่อนไปหมดละมั้ง หรือไม่เส้นนายก็คงจะใหญ่พอดู ถึงสามารถเอาชื่อตัวเองไปติดโผในงานใหญ่ๆพวกนั้นได้ ถุ้ย กระจอก!"
หยดน้ำลายที่อีกร่างจงใจถ่มรด ทำให้ริมฝีปากแดงเข้มกัดแน่นขึ้นไปอีก ร่างทั้งร่างสั่นเทาเพื่อระงับความโกรธ
ใจเย็นๆแฮรี่ ค่อยๆหาวิธีคิดว่าจะทำยังไง
ถ้านายขาดสตินายจะแพ้มัน!
มืออวบอ้วนตะปบเข้ากับเส้นผมสีดำนุ่มมือก่อนจะกระชากทึ้งใบหน้าที่ก้มอยู่ขึ้นมา
ดวงตาแข็งกร้าวที่มองสบมาทำให้ซิฟฟี่ยิ้มกระหย่องอย่างประหลาด
"หืม ทำตาอย่างนี้มันปลุกให้เจ้าหนูฉันตื่นขึ้นมารู้ไม๊"
ทันทีที่จบประโยคมือน้อยก็ฟาดลงบนใบหน้าอีกฝ่ายทันทีเช่นกัน
พ่อมดซิฟฟี่หันใบหน้ากลับมาก่อนจะตบลงไปที่แก้มอีกข้าง พร้อมกับกระชากข้อมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นมา
"อยู่ดีดีไม่ชอบ ไอ้มือนี้ใช่ไม๊ที่ทำ"
ข้อมือทั้งสองข้างถูกดัดไปด้านหลัง เสียงกระดูกที่ดังลั่น พร้อมกับความรู้สึกทั้งหมดที่หายไป
แฮรี่ที่ไม่มีเสียงร้องออกมาสักกระแอะทั้งที่ความจริงเจ็บจนอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ
เค้าจะต้องไม่ส่งเสียงร้องออกมาให้หมอนี่ได้ยิน!
กรามที่ขบแน่นอยู่แล้วยิ่งกดย้ำลงไป
ซิฟฟี่กระชากให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา ดวงหน้าที่ยื่นเข้ามาใกล้ค่อยๆส่งปลายลิ้นขึ้นลามเลียริมฝีปากที่เม้มแน่น เพื่อเก็บเกี่ยวลิ่มเลือดเริ่มไหลออกจากมุมปากที่ถูกตบ ค่อยๆไล่ไปที่ยวงแก้มใส และงับลงไปด้วยแรงที่ไม่เบานัก!
แฮรี่ที่หลับตาอยู่ด้วยความสะอิดสะเอียนถึงกับสะดุ้งในความวิปริตของอีกฝ่าย
รอยฟันแดงเข้มที่ปรากฏสร้างความรื่นเริงใจไม่น้อยให้กับพ่อมดร้าย
ฟันสีเหลืองเริ่มไล่งับไปที่ต้นคอขาวนวลผ่องและไหปลาร้าที่โผ่ลพ้นปกคอเสื้อออกมา
ทุกๆครั้งที่รอยฟันคมกระทบลงบนผิวอ่อนนุ่ม มันไม่ได้สร้างความรู้สึกดีเลยสักนิดให้กับอีกฝ่าย
น้ำลายเหนียวเหนอะหนะเลอะเทอะไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ
มือหนากระชากเสื้อคลุมตัวนอกออก พร้อมๆกับเสื้อแขนกุดตัวใน เผยให้เห็นแผ่นอกสีขาวกระจ่างตา
แฮรี่ทำได้แค่หันหน้าหนีทันทีที่ดวงตาสีน้ำทะเลมองสบกับอีกฝ่ายที่มองมาด้วยความหื่นกระหายอย่างไม่ปิดบัง
ตัวเค้าควรจะทำยังไงดี มือทั้งสองข้างก็ใช้ไม่ได้
ทำยังดี
ขณะที่ความหวังค่อยๆริบหรี่ลงเรื่อยๆ แต่คำๆเดียวกลับปรากฏขึ้นให้หัวของร่างบางอย่างเด่นชัด
.....เดรก.....
....ขอโทษ....
To be continue
ค้างบ่ 555