[Fic DM/HP] LAST FLY - Third Track: Come what may

posted on 20 Jul 2011 23:40 by redwest
 
 
   

Last Fly – track No.3 – Come what may

 

เมื่องานเลี้ยงจบ เสียงผู้คนและเสียงเพลงต่างก็คล้ายถูกความมืดดูดกลืนไปซะหมด ค่ำคืนในคฤหาสมัลฟอยกลับมาสงบเงียบเหมือนคราวแรกที่แฮรี่ได้เหยียบย่างเข้ามา

 

ร่างผอมบางนั่งเหม่อมองท้องฟ้าดำมืดผ่านระเบียงที่เปิดกว้างอยู่บนเตียงหลังกว้าง เสี้ยวหน้านวลหันกลับไปมองที่บานประตูเมื่อเห็นร่างสูงของอีกฝ่ายเปิดเข้ามา

เดรกโกที่พึ่งกลับจากส่งแขกในงานเห็นแฮรี่ที่ตนขึ้นมาส่งก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ในชุดงานเลี้ยงก็อดแปลกใจไม่ได้

 

“ทำไมยังไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าล่ะ”

 

ไม่ถามเปล่าคนตัวสูงกลับนั่งเคียงข้าง มือใหญ่ลูบสัมผัสใบหน้าขาว กดจมูกสูดดมกลิ่นหอมบนเส้นผมนิ่มมือพร้อมกับริมฝีปากแดงพรมจูบเบาๆที่ศรีษะของอีกฝ่ายอย่างมิรู้เบื่อ

 

“เดรก..”

 

เสียงเรียกเบาๆที่ดังขึ้นจากอกไม่ได้ทำให้ร่างสูงละความสนใจจากการสูดกลิ่นหอมได้สักเท่าไหร่ ทำให้แฮรี่จำต้องขืนตัวออก ก่อนที่คืนนี้เค้าจะไม่ได้พูดคุยกันให้รู้เรื่องสักที

 

“หยุดก่อนเดรก..ฉันมีเรื่องสำคัญอยากปรึกษาน่ะ”

 

เมื่อเสียงของคนในอ้อมกอดเริ่มจะแข็งขึ้นทำให้เดรกโกต้องทำใจละจากความหอมละมุนตรงหน้า เพื่อมาคุยกับเจ้าตัวเล็กให้รู้เรื่อง แต่กระนั้นนิ้วเรียวยาวก็ยังอดไม่ได้ เฝ้าลูบและเกี่ยวเล่นกับผมนุ่มมือไม่ปล่อย

 

“ว่าไงเจ้าตัวเล็ก..มีอะไร”

 

คงเพราะด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอลในงานบางส่วน ทำให้ดวงตาคมที่ส่งมาเพิ่มปริมาณความหวานหยาดเยิ้มยามจ้องมอง จนแฮรี่จำต้องหลบตาเสไปมองที่ฝ่ามือของตนที่กุมกันแน่นขึ้นก่อนที่ตัวเค้าเองจะเป็นฝ่ายที่พูดไม่รู้เรื่องแทน

 

“นาย..มีคนที่ชอบอยู่ไหม..”

 

“หืม...อะไร...จะหาเรื่องให้ฉันอายหรือไง”

 

คิ้วทองโก่งตัวขึ้น พร้อมสายตาที่มองมาด้วยความสงสัยระคนขบขัน

 

“อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่าฉันรักใครน่ะแฮรี่”

 

เสียงทุ้มนุ่มยังเอ่ยต่อไป พร้อมรอยยิ้มติดริมฝีปาก

 

เพียงแต่ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มีท่าทีแบบเดียวกันสักนิด คิ้วบางดำติดจะขมวดเล็กๆเสียด้วยซ้ำ

 

“ฉันหมายถึง..ผู้หญิงคนอื่นน่ะเดร”

 

ทันทีที่คำนั้นออกมาจากริมฝีปากของร่างบาง รอยยิ้มหยักก็หุบหายไป พร้อมดวงตาที่วาวโรจน์ขึ้นในทันที

 

“นายจะหมายความว่าอะไรแฮรี่ ไม่ต้องมาอ้อมค้อม”

 

“..เอ่อ..ฉันหมายถึงว่า..นายมีผู้หญิงคนอื่นที่นายชอบพออยู่อีกไหมเดรก”

 

ยามนี้แฮรี่รู้แล้วว่าตนได้กำลังทำลายอารมณ์ดีดีของอีกฝ่ายลงไปหมดแล้ว แต่จะทำไงได้ ยังไงเค้าก็อยากจะรู้ให้แน่ชัดก่อนจะทำอะไรลงไปนี่นา

 

“...คำว่ารักของฉันมอบให้แค่คนๆเดียว..”

“คนรักของฉัน”

ดวงตาสีหมอกที่จ้องตรงมาด้วยความมาดมั่นทำให้แฮรี่ต้องถอนหายใจทิ้งอีกครั้ง

 

และนั่นทำให้อีกฝ่ายแปลได้สองความหมาย

 

เหนื่อยใจ กับ เสียดาย

 

ซึ่งไม่ว่าจะความหมายไหนมันก็แย่กับเดรกโกทั้งนั้น และนั่นทำให้ร่างสูงเริ่มตีรวน

 

“แต่ตอนนี้ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะ ว่าคนรักของฉันเค้าจะพูดคำนี้กับฉันเพียงคนเดียวหรือเปล่า”

 

“นายอย่ามาหาเรื่องฉันเดรก...ที่ฉันถามเพราะว่าคนที่นายบอกว่ารักตอนนี้ของนาย เค้าไม่ได้เป็นผู้หญิงน่ะสิ”

 

เมื่อได้ยินแฮรี่ปฏิเสธว่าที่ถามนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลที่สามคนไหนทำให้ระดับอารมณ์ของเดรกโกลดลงจนเหลือเพียงแต่คิ้วที่ขมวดมุ้นเพราะความสงสัย

 

“เรื่องนั้นฉันไม่เห็นจะเป็นปัญหาตรงไหน”

 

“..นายอายุเท่าไหร่แล้วเดรก...”

 

 

“นายจำเป็นต้องหาคนที่เหมาะสม..กับคำว่า “นายหญิง”..”

 

 

แฮรี่กลั้นหายใจอยู่นานกว่าเจ้าตัวจะตัดสินใจเอ่ยคำที่ทิ่มแทงใจอยู่ออกไปได้ แล้วก็เป็นอย่างที่เค้าคิด เดรกโกถึงกับเงียบไปสักพัก แต่แล้วกลับเป็นแฮรี่ที่ได้คำถามกลับมาแทน

 

“...สำหรับนายคนที่จะเหมาะสมกับเดรกโกมัลฟอยต้องเป็นยังไง”

 

“อย่างน้อยเค้าคนนั้นก็ควรจะเป็นผู้หญิง”

 

ร่างบางที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองโพล่งกลับเสียงทุ้มนิ่งที่เอ่ยถามทันที แต่นั่นไม่ได้ทำให้คนร่างสูงที่นั่งเคียงข้างอยู่เอามาเป็นอารมณ์แต่อย่างใด หากไม่แล้วคนร่างสูงยังติดยิ้มเอ็นดูที่มุมปากนิดๆเสียด้วยซ้ำ

 

“ผิดแล้วแฮรี่ สำหรับเดรกโก มัลฟอยไม่มีคุณสมบัติไหนที่เหมาะสมไปกว่าการเป็นคนที่ฉันรักและเค้าคนนั้นก็รักฉันกลับ..”

มือหนาช้อนดวงหน้าเรียวที่เอาแต่ก้มมองมือตัวเองอยู่ขึ้นสบตา

 

“สำหรับฉัน นายเป็นคนที่ทำให้ฉันใจเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้ ไม่ว่าจะตอนไหน เมื่อไหร่ ไม่มีตอนไหนที่ฉันจะวางใจได้ถ้านายต้องอยู่ไกลจากฉัน.....

 

แต่คิดอีกที...แม้จะอยู่ใกล้กัน ฉันยังหายใจไม่เคยสะดวกเลยแฮรี่ที่รัก”

 

 

ดวงตาคมฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นยามเมื่อผิวแก้มเปล่งอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ

 

เจ้าตัวเล็กที่เอาแต่มองสบตาอีกฝ่ายจึงได้เข้าใจความหมายของมันอย่างเต็มที่

 

“และสำหรับฉัน..ฉันไม่แคร์ว่าคนอื่นจะต้องการนายหญิงหรือใคร...”

 

“...เพราะสำหรับฉันมันต้องเป็นนายแฮรี่...”

 

“เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็อยากจะอยู่เคียงข้าง คอยปกป้อง คอยดูแล...แค่คิดว่านายต้องไปเป็นของคนอื่น หัวใจฉันมันบีบขนาดไหนนายรู้ไหมแฮรี่...”

 

 

แม้ว่าถ้อยคำที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมามันจะเน่า เลี่ยนและชวนคลื่นไส้ขนาดไหน แต่แค่คนที่พูดคำนี้กับเค้าคือเดรกโก มัลฟอย...แค่นั้นมันก็ทำให้ร่างบางทำได้แค่โถมตัวเข้ากอดอีกฝ่าย

 

“นายมันน้ำเน่าได้ตลอดจริงๆเดรกโก!”

แม้แฮรี่จะว่าอย่างนั้น แต่รอยยิ้มที่แทบจะหุบไม่ลงและน้ำตาที่ปริ่มจนจะล้นออกมาจากดวงตากลมโต ก็เป็นหลักฐานแห่งความตื้นตันใจของเค้าได้เป็นอย่างดี

 

 

“ถ้าวันไหนนายมีน้ำตา ฉันก็อยากจะเป็นคนคอยเช็ดมันให้ หรือไม่ว่าคนทั้งโลกจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับนาย ฉันก็อยากจะอยู่เคียงข้างคอยปกป้องนาย...”

 

มือหน้าค่อยๆประคองใบหน้าบางขึ้น พร้อมกวาดนิ้วโป้งผ่านหยดน้ำตาที่ทำท่าว่าจะไหลไม่หยุด

 

แต่แล้วแฮรี่กลับเป็นฝ่ายกุมมือของร่างสูงเอาไว้

 

“ฉันเคยฝันเดร..ฝันให้เราเดินจับมือกันไปอย่างนี้..อยากจะให้เราแก่ตัวไปด้วยกัน..”

 

ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำทะเลที่สั่นระริก

 

“และฉัน..ก็อยากจะมอบจูบสุดท้ายของชีวิตฉันให้กับนาย เดรกโก”

 

 

ริมฝีปากบางจรดลงเบาๆด้วยความรักใคร่

 

 

“ฉันก็เหมือนกันแฮรี่ ฉันเคยบอกแล้วหนิ นายจะเป็นคุณหนูเล็กคนเดียวของฉัน....ดังนั้นก่อนจะถึงจูบสุดท้ายของชีวิต ฉันอยากจะเป็นคนส่งนายเข้านอนทุกคืนและจูบราตรีสวัสดิ์และในตอนเช้าที่นายตื่นนอนฉันก็อยากจะเป็นคนแรกที่จูบอรุณสวัสดิ์ในทุกวันๆ...ดังนั้นอยู่กับฉันตลอดไปนะแฮรี่”

 

 

แหวนเงินเกลี้ยงถูกสวมลงที่นิ้วนาง ก่อนที่จุมพิตเบาบางจะจรดลงไป

 

 

วินาทีนั้นแฮรี่ทั้งซึ้ง ทั้งมึนและงงไปพร้อมๆกัน

 

 

“นี่ฉันกำลังขอให้นายอยู่เคียงข้างฉันตลอดไปนะแฮรี่..นายจะไม่ตอบอะไรฉันหน่อยเหรอ?”

 

 

เดรกโกที่เห็นร่างบางอึ้งไปเรียบร้อยหลังจากที่เห็นแหวนเงินที่นิ้วมือตัวเอง ก็ถามขึ้นพร้อมยิ้มบางๆ

 

แฮรี่ที่มองสบตาหวานเยิ้มที่ส่งมาให้ไม่กล้าพูดอะไรอีกนอกเสียจากก้มใบหน้าแดงจัดของตัวเองงุดๆ

 

“..นายทำอย่างนี้ฉันไม่เข้าใจหรอกแฮรี่...เอาเป็นว่า..”

 

ร่างสูงที่นั่งอยู่เคียงข้างกันลุกขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนไปนั่งชันเข่าลงบนพื้นพรมสีแดงสดแทน และขว้ามือของอีกฝ่ายมากุมไว้อีกครั้ง

 

 

 

“Will you marry me?”

 

 

 

แฮรี่ที่มองตามอีกฝ่ายถึงกับอึ้งหนัก นี่เดรกโก มัลฟอยกำลังคุกเข่าขอเค้าแต่งงานเหรอเนี่ย!

 

 

 

“เดรก...นายลุกขึ้นเหอะ ฉันอาย”

 

 

 

แฮรี่พยายามดึงมือของตนออกจากมือของอีกฝ่ายด้วยความอาย

 

 

“ไม่..นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยแฮรี่ พอตเตอร์........

 

 

 Will you marry me?”

 

 

เดรกโกยังคงไม่ยอมแพ้ ยิ่งแฮรี่พยายามดันตัวออกห่าง เดรกโกยิ่งขยับตัวเข้าประชิดจนใบหน้าของทั้งสองคนห่างกันไม่ถึงคืบ

 

เมื่อถูกลมหายใจของอีกฝ่ายเข้าประชิด พร้อมเสียงกระซิบที่ข้างหู ทำให้เสียงใสยอมเอ่ยออกมาเบาๆ ทว่าทุ้มลึกในหัวใจของอีกคนที่เฝ้ารอมานาน

 

 

 

 

“...Yes..I DO”

 

 

 

 

 

ไม่รอช้า ร่างสูงขว้าเอาร่างบางตรงหน้าเข้ามากอด พร้อมระดมประทับจูบลงบนริมฝีปากแดงสด เพื่อตอกย้ำความมั่นใจว่านับจากวันนี้เราสองคนจะอยู่เคียงข้างกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

 

 

………….

 

 

…………………………..

 

 

 

แม้ว่าจะไม่มีพิธีรีตรองอะไรในค่ำคืนนี้นอกจากคนสองคนและดวงดาวบนท้องฟ้าที่ร่วมเป็นสักขีพยานคนสำคัญ ในคืนวันสำคัญ แต่ค่ำคืนสุดวิเศษนี้ก็ยังถูกเรียงร้อยถักถอความหอมละมุนด้วยความรักของคนสองคนไม่มีหมด ร่างกายที่กอดกระหวัด ถ่ายทอดความรักที่มีให้ต่อกันเหมือนไม่มีวันหมด ริมฝีปากแดงก่ำกดจูบลงที่ต้นคอขาวเพรียวเพื่อสร้างร่องรอยแห่งกลีบกุหลาบแสดงความเป็นเจ้าของในตัวคนรัก แขนเพรียวบางยกขึ้นโอบลำคอของร่างสูง เรียวขาเกี่ยวกระหวัดรับแรงกระแทกที่ถาโถมเข้ามา แม้จะเจ็บปวดแต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่พาคนทั้งคู่ลอยผ่านค่ำคืนแห่งความสุขไปด้วยกัน

 

 

 

...แม้คืนนี้จะไม่มีใครเป็นสักขีพยานของคนทั้งคู่ แต่เดรกโกมั่นใจ ว่าวันหนึ่งเค้าจะต้องพาร่างบางขึ้นไปยืนอยู่บนแท่นสีขาวบริสุทธิ์ พร้อมมีพ่อแม่และผู้ใหญ่ของเราทั้งคู่ร่วมเป็นพยานในความรักของเรา....

 

 

………….

 

 

…………………………..

 

 

 

แม้จะผ่านกิจกรรมยามค่ำคืนไปแล้วแต่สองร่างก็ยังคงนอนตระคองกอดกันในค่ำคืนแห่งความทรงจำหวานฉ่ำ แม้เวลาจะล่วงเลยจนข้ามวันใหม่ แต่ทั้งสองก็ยังไม่มีใครสามารถข่มตาหลับได้ลง

 

เป็นแฮรี่ที่นอนซบแผ่นอกกว้างของอีกฝ่ายที่เอ่ยออกมาเบาๆ

 

“ต่อไปไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะเดรก”

 

ดวงตาสีน้ำทะเลติดมีความกังวลอยู่ไม่น้อย ผิดกับอีกคนที่นอนเอาแต่นอนเล่นผมคนในอ้อมกอด

 

“ไม่เห็นจะต้องคิดมากเลยแฮรี่..อย่างที่ฉันบอกไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอแค่เราอยู่เคียงข้างกัน ฉันมั่นใจว่าเราจะต้องผ่านมันไปได้”

 

 

“Come what may, Harry”

 

 

เดรกโกกอดกระชับเอวของอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น

 

 

 

“ หึ..นี่นายจำคำนี้มาจากหนังหรือเปล่าเนี่ย...ถ้าใช่ก็แสดงว่านายนี่บ้าหนังน่าดูเลยนะเดรก..

ว่าแต่ฉันหวังว่าเราสองคนคงไม่มีใครต้องตายไปเหมือนนางเอกในหนังหรอกนะ”

แฮรี่ยิ้มบางๆ กับแผ่นอกขาวล่ำตรงหน้า ก่อนที่ริมฝีปากบางจะกลั่นออกมาเป็นเพลงคุ้นหู

 

 

“Seasons may change, winter to spring..
But I love you until the end of time”

 

 

แฮรี่ที่รู้สึกว่าตัวเองจะเริ่มเพ้อมากไปหน่อย จึงซุกหน้าลงไปในอ้อมอกของอีกฝ่าย

 แต่แล้วเสียงทุ้มที่นอนอยู่ข้างๆซึ่งเงียบมานานกลับช่วยร้องต่อ

 


“I will love you until my dying day”

 

 

 

“เพ้อเจ้อ”

 

 

ร่างสูงหัวเราะในลำคอให้กับคำประชดของร่างในอ้อมกอด

 

 

 

“ถ้าฉันเพ้อเจ้อ นายก็คงเพี้ยนแฮรี่ เพราะเสียงหัวใจนายเต้นดังพอๆกับคนเพ้อเจ้อเลยล่ะ”

 

J

....................

 

..........................................

 



Never knew I could feel like this

ไม่เคยรู้เลยว่าฉันจะมีความรู้สึกนี้ได้

Like I've never seen the sky before

เหมือนกับฉันไม่เคยเห็นท้องฟ้ามาก่อน


I want to vanish inside your kiss

อยากจะหายตัวเข้าไปในอ้อมจูบของเธอ

Every day I love you more and more

ฉันรักเธอมากขึ้นทุกวัน..ทุกวัน

Listen to my heart, can you hear it sings

ฟังเสียงหัวใจของฉัน..เธอได้ยินไหมว่ามันกำลังร้องเพลง

Telling me to give you everything

มันบอกกับฉันว่ายอมให้เธอได้ทุกอย่าง

Seasons may change, winter to spring

ฤดูกาลอาจผันเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ

But I love you until the end of time

แต่ฉันจะรักเธอตราบจนเวลาของฉันสิ้นสุดลง
.


Come what may

ไม่ว่าจะเกิดอะไร

Come what may

แม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่

I will love you until my dying day

ฉันก็จะรักเธอตราบจนถึงวันตายของฉัน.



Suddenly the world seems such a perfect place

อยู่ๆโลกก็ดูเป็นสถานที่สวยงามสมบูรณ์ขึ้นมาทันที

Suddenly it moves with such a perfect grace

อยู่ๆมันกลับขับเคลื่อนไปอย่างสมบูรณ์แบบได้ในทันที

Suddenly my life doesn't seem such a waste

และในนาทีนั้น ชีวิตของฉันก็ดูเหมือนจะไม่ไร้ค่าอีกต่อไป

It all revolves around you

ทุกๆอย่างมันหมุนอยู่รอบตัวเธอ

And there's no mountain too high

และไม่มีภูเขาที่สูงมากเกินไป

No river too wide

ไม่มีแม่น้ำที่กว้างมากเกินไป

Sing out this song and I'll be there by your side

เมื่อเธอร้องเพลงนี้ ฉันจะไปยืนอยู่ข้างกายเธอ

Storm clouds may gather

แม้พายุจะตั้งเค้า

And stars may collide

หรือดวงดาวจะทลาย

But I love you (- I love you -) until the end of time

แต่ฉันก็รักเธอ (- ฉันก็รักเธอ-) ตราบจนเวลาของฉันสิ้นลง

 

 

Song: Come what may

Singer: Ewan mcgregor - Nicole kidman

OST.  Moulin Rouge

 

 

ทั้งที่พึ่งได้หลับไปแต่แล้วเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นเร็วกว่าที่ร่างสูงคิด

มือยาวคว้าเอานาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ข้างหัวเตียงมาดู และเมื่อเห็นว่าเข็มสั้นยังไม่ถึงเลขแปดดี ทำให้คิ้วสีทองเข้มผูกกันเป็นปมแน่น

 

ใครกันนะที่กล้ามาปลุกเค้าในตอนเช้าขนาดที่ ทั้งที่เมื่อคืนก็พึ่งมีงานปาร์ตี้ไปแท้ๆ

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกทีก่อนที่ประตูใหญ่จะถูกกระชากออกเบาๆด้วยแรงอารมณ์ของอีกฝ่าย

และเมื่อเห็นใครอยู่อีกฝั่งของประตู คิ้วโก่งกลับยิ่งขมวดมากขึ้น

 

“มาปลุกฉันแต่เช้าขนาดนี้ ฉันหวังว่านายจะมีเรื่องที่ด่วนพอนะ ฟรานซิส”

 

“บ่อน้ำมันที่ทะเลเอเดนระเบิด และคนงานไม่กล้าไปทำงานครับ”

 

“ห่ะ..นายอย่าบอกนะว่าเรื่องแค