[Fic DM/HP] LAST FLY - First Track: Way back into Love

posted on 10 May 2009 23:01 by redwest

 

[Fic DM/HP] LAST FLY - First Track: Way back into Love

 

ผ้าม่านสีแดงเลือดหมูถูกมือขาวเล็กแหวกผ่านรอยแยก ดวงตากลมโตมองผ่านกระจกใส อากาศภายนอกตัวอาคารแม้จะไม่มีหิมะตกให้เห็นแต่ตรงระเบียงด้านนอกตัวบ้านที่แฮรี่มองออกไปก็ไม่ได้มีแสงแดดส่องจ้า กลับเป็นเพียงท้องฟ้าขมุกขมัวก่อนฝนจะตก อากาศของประเทศอังกฤษก็ยังคงเป็นแบบเดิม ครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดทั้งปี

 

 

..ฝนงั้นเหรอ...

 

แฮรี่ลอบถอนหายใจกับตัวใจเบาๆ

 

ความทรงจำบางอย่างที่เด่นชัดขึ้นมาทุกทีที่คิดถึงคำนี้ๆ พร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมากอดตัวเอง ดวงตาสีเขียวมรกตเหม่อลอยไปไกล

 

 

 

 

..................ห้องๆนี้หนาวจัง..................

 

 

 

 

......................................

 

......................................................

 

...................................................................

 

 

 

 

ประเทษอังกฤษ.....เกาะแห่งลมฝน.....

แม้จะเป็นบ้านเกิดเมืองนอน แต่แฮรี่ขอยอมรับตรงๆว่าเค้าไม่ค่อยถูกกับช่วงเวลาครึ้มฟ้าครึ้มฝนสักเท่าไหร่

 

เมฆฝนไม่เคยนำสิ่งดีดีมาให้

 

 

 

ความทรงจำแรกในชีวิตที่เริ่มต้นด้วยเสียงของสายฝน

 

 

 

เสียงฟ้าผ่าที่มาพร้อมกับประตูบ้านที่ถูกเปิดออกโดยบุคคลหน้าตาดุดันที่เด็กน้อยไม่รู้จัก

ข้าวของต่างๆที่อยู่รอบตัวถูกปัดกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง

 

และสุดท้าย...

 

เสียงกรีดร้องอันโหยหวนของผู้เป็นมารดาและบิดา

 

 

 

 

แฮรี่เสียผู้ที่ให้กำเนิดในวันที่ฝนตก

 

 

 

 

 

และวันนั้นก็เช่นเดียวกัน...

 

 

วันที่แบล็กตกลงไปในกระจกที่ดำมือจนหาก้นลึกไม่ได้นั่น....

 

 

ช่วงนั้นเค้าจำอะไรไม่ค่อยได้นอกจากภาพตัวเองที่ยืนแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนของฮอกวอตอยู่คนเดียว

 

หยดน้ำตาเม็ดแล้วเม็ดเล่าถูกสายฝนเย็นฉ่ำกลืนกลบเกลื่อนไปจนสิ้น

หยาดน้ำตาที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด พร้อมกับความรู้สึกหนึ่งที่เพิ่มพูดขึ้นทุกๆวัน

 

 

 

.........หนาว.......

 

 

 

 ความหนาวทั้งจากข้างนอกและในใจเค้ามันหนาวจับใจจนหลายๆคนคิดถึงเชียวล่ะ

 

แม้จะไม่ชอบความหนาวเย็นนี้แค่ไหน แต่แฮรี่ก็ชอบที่จะออกมานั่งเล่นนอกปราสาทอยู่บ่อยๆเวลาฝนตก

เฮอร์ไมโอนี่กับรอนเคยเค้นคอถามถึงเหตุผลอยู่หลายทีว่าทำไม แต่แฮรี่ก็ไม่เคยจะบอกมันได้ถูก

 

นั่นสินะ

 

ทั้งที่หนาวซะขนาดนี้

ทั้งที่ในหอนอนก็มีเตาผิงแสนอุ่นที่ใครต่อใครก็พากันไปนั่งล้อมรอบจับเข่าคุยกัน ภาพรอยยิ้มของเพื่อนหลายๆคนที่อยู่ล้อมรอบตัวเค้า

 

 

แต่ทำไม่เค้าไม่คิดว่าการกลับไปในที่แบบนั้นมันจะทำให้เค้าอุ่นขึ้นนะ

 

 

เพราะร้องไห้ที่นี่แล้วจะไม่มีใครเห็นงั้นเหรอ

 

ไม่หรอก เค้าไม่ได้ขี้อายขนาดนั้น

 

เพราะต้องการให้ความเย็นของลมฝนมันฝังลงไปลึกๆจนลืมความเจ็บปวด ลืมความอบอุ่นที่เคยได้รับหรือเปล่านะ

 

ไม่นะ เค้าไม่ได้เป็นคนที่ซาดิสแบบนั้นสักหน่อย เค้ายังต้องการความอบอุ่นอันนั้นอยู่

 

 

หรือเพราะว่าความอบอุ่นที่คนรอบตัวพร้อมจะมอบให้เค้ามันไม่ใช่สิ่งที่เค้าต้องการกันนะ

 

 

ความอบอุ่นของส่วนกลาง

ความอบอุ่นที่ต้องร่วมแบ่งปันกับคนเป็นร้อย

 

 

ทำไมนะ

 

ทำไมของแบบนั้นมันถึงเป็นของเค้าเพียงคนเดียวไม่ได้ล่ะ

ทำไมพระเจ้าจะชอบมาพรากมันไปทุกครั้งๆที่เค้ารู้สึกว่า ความรักความอบอุ่นอันนี้มันเป็นของๆเค้าคนเดียว

เพราะเค้าขี้หวงเกินไปงั้นเหรอ เค้าเห็นแก่ตัวงั้นเหรอ

 

แฮรี่พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนๆทุกคน

ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน

เป็นคนดี เป็นเด็กดี

 

แล้วทำไมล่ะ

 

แค่คนๆเดียวที่เกิดมาเพื่อกันและกัน

 

 

แค่นั้น

 

 

 

พระเจ้าไม่สามารถประทานมันให้กับลูกได้เหรอครับ

 

 

 

 

......................................

 

......................................................

 

...................................................................

 

 

 

สวบ

 

เสียงผ้าเสียดสีกันก่อนที่อ้อมกอดที่อบอุ่นจะถูกมอบให้

 

แฮรี่ยังคงมองออกไปด้านนอกที่บัดนี้ฝนปรอยๆได้ตกลงมาท่ามกลางอากาศที่หนาวจัด

 

........พรุ่งนี้เช้าอากาศคงจะหนาวอีกแล้วสินะ..........

 

 

"คิดอะไรอยู่คนเดียวน่ะ"

 

"คิดถึงคนๆนึงน่ะ"

 

 

"........................."

 

 

"แล้วนายล่ะคิดถึงอะไรอยู่"

 

 

 

"......ฉันกำลังหึงอยู่น่ะ ถูกแฟนตัวเองกอดอยู่แบบนี้แล้วยังไปคิดถึงผู้ชายคนอื่นอยู่อีก นายกำลังทำให้ฉันอยากจะฆ่าคนอยู่นะแฮรี่"

 

 

 

เสียงหัวเราะคิกคักจากคนตัวเล็กในอ้อมแขนยิ่งทำให้เดรกโกอยากจะเขกหัวเจ้าตัวเล็กนี่แรงๆสักรอบ

ทำคนอื่นเค้าหึงแล้วยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีก

 

 

"แล้วตกลงบอกได้หรือยังว่าฉันควรจะไปฆ่าใครน่ะ"

พูดพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ความเย็นจากอากาศด้านนอกมันคงจะทำให้แฮรี่หนาวไม่น้อย นึกโมโหความสะเพร่าของตัวเองที่ลืมสำรวจเรื่องเสื้อผ้าของคนตัวเล็กให้มากกว่านี้ ทั้งๆที่รู้ว่าที่นี่อากาศเป็นยังไง และ.....................แฟนเค้าขี้หนาวขนาดไหน

 

 

 

 

 

"หึ.......เค้าเป็นคนที่สูงมากเลยล่ะเดรก แถมหล่อมากด้วยนะ"

แฮรี่ยังคงปล่อยให้คนที่กอดตัวเองอยู่ด้านหลังทำหน้าบูดจ้องหน้าตนผ่านกระจกอยู่นั่น รอยยิ้มบางๆติดอยู่บนใบหน้าเรียวสวยตลอดเวลาที่พูด

 

 

 

"รู้ไม๊ว่าตั้งแต่เด็กแล้ว ฉันคอยคิดอยู่เสมอเลยว่าตัวเองน่ะเป็นเด็กกำพร้าไม่มีใครรัก..ก็อย่างที่นายรู้...ป้าและลุงฉันไม่ได้ดูแลฉันดีขนาดนั้น...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ....แค่พวกไม่เอาฉันไปทิ้งถังขยะแล้วยอมเลี้ยงฉันมาก็ดีแล้วล่ะ...เพียงแต่ฉันแค่รู้สึกว่า ชีวิตฉันมัน........ยังไงดีล่ะ........มืดมัว......คำๆนี้คงจะเหมาะล่ะมั้ง ฮ่าๆเหมือนมีเงาอะไรสักอย่างตามติดอยู่ตลอดเวลาไม่ให้มีความสุขได้ล่ะมั้ง"

 

แม้แฮรี่จะทำเป็นขำ แต่เจ้าของอ้อมกอดกลับกระชับมือแน่นและไม่มีรอยยิ้มล้อเลียนให้เห็นสักนิด และนั่นทำให้ริมฝีปากบางเฉียบนั่นเล่าต่อ

 

 

I've been living with a shadow overhead
ฉันใช้ชีวิตอยู่แต่เหมือนคอยมีเงาตามหลัง

 

 "พูดถึงคำว่ามืดมัว......ตั้งแต่เด็กมาแล้วฉันมีห้องนอนอยู่ใต้บันได....ตอนกลางคืนมันมืดมากเลยล่ะเดรก...ดังนั้นทุกเช้าฉันจะชอบภาวนาให้ฉันได้มีแสงแดดสดใสมาเป็นนาฬิกาปลุกเสมอเลยล่ะ แต่รู้ไม๊ฉันได้อะไรมาแทน... ก็เสียงเดินลงบันไดของเจ้าญาติตัวอ้วนนั่นน่ะสิ"

แฮรี่ยิ้มบางๆเอ่ยตอบมัลฟอยที่ไม่ได้ตอบอะไร

 

"แต่ตอนหลังฉันก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ห้องใต้หลังคานะ แม้จะมีแสงแดดส่องถึง...แต่ทำไมนะ...เมฆมันถึงกลายเป็นภาพๆแรกที่ฉันจำได้เวลาที่ฉันตื่นนอน..แทนที่จะเป็นแสงแดดอบอุ่นนั่นก็ไม่รู้นะ"

 

 

I've been sleeping with a cloud above my bed
ฉันได้นอนอยู่บนเตียงที่คล้ายจะปกคลุมด้วยเมฆครึ้ม

 

 "ทำไมพระอาทิตย์ถึงไม่ทำงานตลอดเวลานะเดรก....พระอาทิตย์จะรู้ไม๊นะว่าตอนกลางคืนน่ะ...มนุษย์เรารู้สึกโดดเดี่ยวขนาดไหน"

 

 

I've been lonely for so long
ฉันโดดเดี่ยวมาแสนนาน

 

 

"แล้วยิ่งหลังจากพ่อทูนหัวเสียไป...แม้ฉันจะเสียใจแต่ฉันก็ไม่อยากจะลืมความเจ็บปวดนั่นนะ ความทรงจำที่เจ็บปวดมันคู่กับความอบอุ่นของครอบครัว ดังนั้นถ้าฉันลืมมัน ฉันจะลืมเหตุผลของการมีชีวิตอยู่....นั่นคือเหตุผลที่ฉันชอบบอกเฮอร์ไมโอนี่กับรอนน่ะ แต่บางทีจริงๆแล้วฉันอาจจะแค่ต้องการให้พวกเค้าสักคนมามอบสิ่งๆนั้นให้ฉันแทนพ่อทูนหัวก็ได้ล่ะมั้ง หึ แต่สุดท้าย...ก็มีแค่ฉันคนเดียว...  "

 

 

Trapped in the past, I just can't seem to move on
ติดอยู่ในห้วงของความหลัง และไม่สามารถก้าวต่อไปได้เลย

 

 

รอยยิ้มเศร้าของคนรักทำให้เดรกโกทนไม่ไหว จับอีกฝ่ายหันกลับมา มือใหญ่ช้อนท้ายทอยอีกฝ่ายขึ้นพร้อมกับจุมพิตหวานถูกมอบให้ ก่อนจะจับศรีษะคนตัวเล็กแนบอกอุ่น จูบเบาๆที่ขมับและกลุ่มผมนิ่มถูกมอบให้ประหนึ่งตัวแฮรี่เป็นของขวัญสูงค่าที่คุณชายคนงามแสนจะทะนุถนอม

 

"นายรู้ไม๊ วันที่นายพูดว่าเกลียดกันออกมา ตั้งแต่ตอนนั้นฉันก็เก็บทั้งความฝันและความหวังของชีวิตฉันเข้ากรุไปแล้ว"

 

I've been hiding all my hopes and dreams away
ฉันซ่อนความหวังและความฝันทั้งหมดเอาไว้อยู่ลึกๆ

 

"แต่ฉันก็แค่เก็บมันเอาไว้ลึกที่สุด ไม่ได้ทิ้งมันไปไหนอย่างที่อยากจะทำหรอกนะ...เพราะฉันก็ยังคิดว่า..สักวัน ฉันอาจจะต้องการมันอีกครั้ง"

 

 

Just in case I ever need `em again someday
หากว่าในวันหนึ่งฉันอาจต้องการมันขึ้นมาอีกครั้ง

 

"หลังจากนั้นฉันมุ่งมั่นทำงานให้หนัก ทดแทนเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่...และนั่นก็เป็นเวลาช่วงหนึ่งที่เราห่างกันไป...."

 

 

I've been setting aside time
ฉันได้แบ่งเวลาเอาไว้ช่วงหนึ่ง

 

 

"นายไม่เคยสงสัยเหรอว่าในโลกพ่อมดแคบๆนี่ทำไมพวกเราถึงไม่เคยเจอกันเลย...ถ้าไม่ใช่เพราะว่าฉันต้องการเวลาเพื่อสะสางความรู้สึกที่มีกับนายน่ะ"

 

 

To clear a little space in the corners of my mind
เพื่อที่จะสะสางพื้นที่เล็กๆ ไว้ในมุมหนึ่งของความรู้สึก

 

 

"งั้นแสดงว่าเราทั้งสองคนก็หาของหายากชิ้นเดียวกันมาตลอดสิเดรก...ถนนที่จะนำไปสู่ที่ซ่อนกล่องของความรักน่ะสิ"

 

All I wanna do is find a way back into love
สิ่งที่ฉันอยากจะทำ คือ ค้นหาหนทางหวนคืนสู่ความรักอีกสักครั้ง

 

                         "ฉันจะไม่สามารถผ่านทุกอย่างมาได้ถ้าปราศจากความรักของเราหรอกนะแฮรี่"

                                                             "ฉันก็เหมือนกันเดรก"

 

I can't make it through without a way back into love
ฉันจะไม่สามารถผ่านพ้นไปได้ หากไร้ซึ่งหนทางหวนคืนสู่ความรัก

 

"ตกลงนายยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่าเมื่อกี้นายคิดถึงใคร"

 

"เจ้าชายพระอาทิตย์น่ะ"

 

"ห่ะ!?"

 

"ตอนที่ฉันทำงานน่ะ ฉันชอบที่จะมองดูดวงดาวในท้องฟ้ายามกลางคืนนะ แต่กลับไม่ค่อยมีดาวดวงไหนคอยส่องแสงผ่านกลุ่มเมฆให้ฉันได้มองมันหรอก"

 

 

I've been watching but the stars refuse to shine
ฉันเหม่อมองดูดวงดาว แต่ดาวนั้นกลับไม่เปล่งแสงระยับ

 

 

"แม้กระทั่งบางทีฉันก็ชอบคิดไปเองคนเดียวนะว่าอาจจะมีใครสักคนกำลังส่งสัญญาณพลังอะไรสักอย่างมาให้ฉันจากที่ไกลๆ ฮ่าๆเหมือนพวกประสาทเนอะ..แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นอะไรที่พอจะเรียกได้ว่า สัญญาณ สักครั้งเลยนะ"

 

 

 

I've been searching but I just don't see the signs
ฉันเฝ้ามองหา แต่ฉันก็มองไม่เห็นสัญญานอะไรบ่งบอก

 

 

 

"พูดง่ายๆคือสิ่งที่ฉันอยากได้ ฉันไม่เคยได้มันมาในมือสักครั้ง แต่ฉันก็ยังคงเชื่อนะ...ว่า...."มัน" ยังมีอยู่จริง ที่ไหนสักแห่ง"

 

 

I know that it's out there
ฉันก็รู้นะ ว่ามันยังมีอยู่จริง

 

                  "สิ่งที่จะมาเป็นเหมือนลมหายใจของฉันน่ะ...มันต้องรอให้ฉันไปหามันเจออยู่ที่ไหนสักที่สิ"

 

 

There's gotta be something for my soul somewhere
ยังมีบางสิ่งที่จะมาเป็นดั่งหัวใจของฉัน.. รออยู่ที่ไหนสักแห่ง

 

"เราอาจจะเหมือนกันก็ได้นะแฮรี่ เพราะตั้งแต่เด็กแล้ว...ฉันก็ตามหาคนที่จะมาเป็นเหมือนแสงสว่างให้กับชีวิตฉันเหมือนกัน"

 

 

I've been looking for someone to shed some light
ฉันเฝ้ามองหาใครสักคนที่จะเข้ามาส่องแสงให้กับฉัน

 

 

"ฉันไม่ได้ต้องการผู้หญิงสักคนที่จะมานอนด้วยกัน ผ่านคืนๆนึงไปด้วยกัน แล้วตอนเช้าก็ต่างคนต่างไป"

 

Not somebody just to get me through the night
ไม่ใช่เพียงใครบางคนที่จะนำฉันไปสู่ความมืดมน

 

"คนคนนั้น......ฉันอยากจะแชร์ความคิดกับเค้า อยากจะร่วมแบ่งปันยามมีความสุขแล้วช่วยเหลือยามเค้าเป็นทุกข์....คนที่จะช่วยกระซิบบอกเส้นทางถูกผิดให้กับฉัน และให้คำแนะนำกันได้ ไม่ใช่แค่นั่งเออออกับความคิดทุกอย่างของคุณชายมัลฟอยอย่างฉัน"

 

I could use some direction  And I'm open to your suggestions
ใครสักคนที่ฉันจะขอให้ช่วยแนะแนวทาง และฉันก็ยินดีรับทุกคำแนะนำจากเธอ

 

"ดังนั้น ฉันจึงทำทุกทางเพื่อที่จะหาคนๆนั้นมาโดยตลอด"

 

 

All I wanna do is find a way back into love
สิ่งที่ฉันอยากจะทำ คือ ค้นหาหนทางหวนคืนสู่ความรักอีกสักครั้ง

I can't make it through without a way back into love
ฉันจะไม่สามารถผ่านพ้นไปได้ หากไร้ซึ่งหนทางหวนคืนสู่ความรัก

 

 

ดังนั้นตั้งแต่วันที่ฉันได้เจอนายอีกที....ฉันก็หวังเสมอนะ ว่าถ้าฉันเปิดใจตัวเองอีกที นายจะยอมอยู่ที่ตรงนี้.....เพื่อฉันตลอดไป

 

 

And if I open my heart again
และหากฉันได้เปิดใจใครเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง

I guess I'm hoping you'll be there for me in the end
ฉันคาดหวังไว้ว่าเธอจะมาอยู่ตรงนี้เพื่อฉันตลอดไป

 

                "ตอนแรกฉันเกลียดนายแทบนายน่ะเดรก นายน่ะชอบหาเรื่องฉันตั้งแต่ฉันเข้าปีหนึ่ง แถมกัดไม่ปล่อยมาจนถึง........ตอนที่ฉันไล่นาย"

              "แต่ฉันอยากจะบอกจริงๆนะเดรก......มีหลายครั้งที่ฉันพยายามคิดว่านายไม่ผิด ฉันสับสนกับตัวเอง...ฉันไม่รู้จริงๆว่าสิ่งที่แท้จริงคืออะไร.....แต่สุดท้ายฉันก็พูดคำๆนั้นกับนายไปจนได้...โง่มากสินะตัวฉัน"

 

 

There are moments when I don't know if it's real
มีหลายช่วงเวลาที่ฉันไม่รู้เลยว่าสิ่งที่แท้จริงคืออะไร

 

              "ตอนนั้นจริงๆแล้วสิ่งเดียวที่ฉันต้องการ อาจจะแค่ต้องการให้ใครสักคนรู้สึกเหมือนกับฉันก็ได้นะ"

Or if anybody feels the way I feel
หรือหากใครสักคนรู้สึกแบบเดียวกับที่ฉันรู้สึก

                 "ความรู้สึกโหยหาแรงบันดาลใจในชีวิตน่ะ ไม่ใช่แค่การเจรจาต่อรองการค้า ชื่อเสียงหรืออะไร"

 

                                       "แต่แล้วนายก็ไม่ได้พูดมันออกมา ฉันผิดหวังนะเดรก"

                             ยิ้มยักคิ้วกวนๆส่งให้หนุ่มหล่อตาคมที่ทำหน้านิ่งยืดกอดตัวเองอยู่

 

I need inspiration Not just another negotiation
ฉันต้องการแรงบันดาลใจ ไม่ใช่เพียงแค่การข้ามผ่านไปอีกครั้งหนึ่ง


"เฮ้อ ยังไงก็แล้วแต่...ฉันก็ดันมาติดกับนายอีกรอบจนได้นะเดรก นายน่ะขี้โกงที่ดันมีบ้านที่แสงสว่างส่องถึงทั้งบ้านเป็นแบ๊กอัพ ฉันก็เลยใจอ่อนง่ายน่ะสิ...หลังจากนายช่วยฉันตอนนั้น....นายเป็นคนที่ทำให้ฉันหาเส้นทางที่ซ่อนกล่องเก็บความรักของฉันเจอนะ"

แฮรี่เงยหน้าขึ้นจากอกแกร่ง รอยยิ้มหวานถูกยกแจกให้อีกฝ่ายที่มองลงมาสบตา

 

All I wanna do is find a way back into love
สิ่งที่ฉันอยากจะทำ คือ ค้นหาหนทางหวนคืนสู่ความรักอีกสักครั้ง

I can't make it through without a way back into love
ฉันจะไม่สามารถผ่านพ้นไปได้ หากไร้ซึ่งหนทางหวนคืนสู่ความรัก

 

"คราวนี้ฉันจะลองเปิดใจดูอีกที...หวังว่านายคงจะบอกฉันนะว่าฉันควรจะทำยังไง บอกฉันว่าสิ่งไหนจริงสิ่งไหนไม่จริง ต่อว่าเมื่อฉันทำผิด ชมฉันให้กำลังใจกันบ้าง...รักกันบ้างนะเดรก"

 

 

And if I open my heart to you
และหากฉันได้เปิดใจให้กับเธอ

I'm hoping you'll show me what to do
ฉันหวังว่าเธอจะแสดงให้ฉันเห็นว่าต้องทำเช่นไร

 

                                               "ขอบคุณที่ให้โอกาสฉันอีกรอบนะแฮรี่"

                                           "ขอบคุณเช่นกันที่ให้ฉันได้เริ่มต้นใหม่อีกรอบ"

 

And if you help me to start again
และถ้าเธอช่วยฉันให้ได้เริ่มใหม่อีกครั้ง

 

 

‘แล้วนายจะได้รู้ว่า ฉันจะอยู่ตรงนั้นเพื่อนายตลอดไป'

 

 

You know that I'll be there for you in the end

แม้ที่นี่จะไม่เหมือนอีกที่ที่จากมา ไม่มีแสงแดดที่แข่งกันส่องสว่างเจิดจ้าเกือบทั้งเดือน ไม่มีร่มไม้สีเขียวที่สวนหลังบ้านที่แฮรี่ชอบไปนอนเล่นอ่านหนังสือให้ลมเย็นๆคอยพัดผ่านเข้ามาทักทาย แต่ตราบใดที่ที่นี้มีนายอยู่ ฉันก็มั่นใจว่าจะสามารถผ่านทุกอย่างไปได้นะเดรก ขอแค่นายอยู่ข้างกันตลอดไป

 

 

"แล้วนี่ตกลงฉันกำลังหึงใครกันแน่หึตัวดี"

รอยยิ้มเอ็นดูถูกส่งให้พร้อมกับมือที่ยกขึ้นบีบจมูกคนตัวบางเบาๆ

 

"ก็เจ้าชายพระอาทิตย์ผมทอง ตาดุ ชอบแอ๊บเนียนไงเดรก"

"หืม...ใช่คนที่นายชอบให้นอนกกจนถึงเช้าหรือเปล่า"

 

"อะไร..ใครเค้าชอบให้นายมากกกันเล่า"

เสียงงุงงิงประท้วงหน้าแดงอยู่คนเดียวเรียกเสียงหัวเราะในลำคอจากอีกฝ่ายได้ไม่น้อย

 

"อย่างอนน่า เจ้าหญิงพระอาทิตย์ของฉัน"

 

"อะไร! ใครเค้าเป็นเจ้าหญิงของนายกันฟ่ะ"

 

"จุจุ เมื่อกี้ยังอ้อนกันอยู่เลยนะแฮรี่ ทำไมตอนนี้พูดจาไม่เพราะเลยล่ะ เจ้าชายก็ต้องคู่กับเจ้าหญิงสิ จะให้ไปคู่กับตัวอิจฉาผมแดงชื่อวีสลีย์เหรอไง"

พูดจบเดรกโกไม่รอช้าลงโทษริมฝีปากที่พูดจาไม่เพราะออกมาทันที

 

 

"นะ..นาย..."

ตั้งท่าจะโวยเสียงดัง..แต่แล้วสิ่งที่เดรกโกได้ยินกลับเป็นคำบ่นเบาๆแทน

 

"เชอะ....ยอมให้เพราะเห็นว่าวันนี้พูดจาเหมาะกับหน้าหล่อๆนั่นหรอก"

 

"หืม....พูดอย่างนี้หมายความว่านายชอบ "หน้า" หรือ "ปาก" ฉันเหรอไง แฮรี่"

 

รอยยิ้มร้ายถูกยื่นให้พร้อมใบหน้าที่ก้มลงมาใกล้จนอีกคนต้องหันหนี

 

ก็ดวงตาเจ้าชู้แบบนี้มันแบบที่แฮรี่แพ้ทางสุดๆเลยนี่นา!!!

 

 

 

แฮรี่อดที่จะแจกค้อนให้ไม่ได้

"ฝากไว้ก่อนเถอะมัลฟอย อย่าให้ชาติหน้าฉันเกิดมามีหน้าตาและหุ่นเป็นอาวุธอย่างนี้บ้างก็แล้วกัน พ่อจะล่อให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยคอยดูสิ"

 

แม้คำบ่นพึมพำนั่นมันทำให้เดรกโกคิดว่าแฟนเค้านี้น่ารักชะมัดแต่ก็อดจะขำออกมาไม่ได้

"ฮ่าๆ ไม่ต้องห่วงแฮรี่ ไม่ว่าชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหนฉันก็หลงนายจะแย่อยู่แล้วน่า"

 

"อะไร ใครเค้าบอกว่าอยากจะให้นายมาหลงกัน เหอะ รับรองชาติหน้าฉันจะหาสาวสวยๆเซ็กๆเอ็กส์ๆเป็นแฟนให้ได้เลยคอยดูสิ"

"อ้าวเหรอ ฉันก็คิดว่านายชอบหล่อๆ เท่ห์ๆ ปากร้ายๆซะอีก"

แฮรี่อยากจะเสกเวทมนต์ให้ไอ้หล่อมันหยุดยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเค้าสักที

ก็รู้ๆอยู่ว่าเค้าจะสติหลุดเอาเวลามองหน้ามัน ก็ชอบที่จะยื่นเข้ามาอยู่นั่น

กลัวแฟนไม่ตายก่อนวัยอันควรเพราะหัวใจหยุดเต้นเหรอไงห่ะ!!

 

 

"ฉันว่าก่อนที่นายจะได้จับฉันขึ้นเตียง เราควรจะแต่งตัวลงไปข้างล่างกันก่อนไม๊ ฉันยังไม่อยากเสียเครดิตกับผู้ใหญ่หรอกนะ"

แฮรี่อดจะกัดคนที่กกๆกอดๆจูบๆอยู่แถวซอกคอไม่เลิกไม่ได้

 

เดรกโกเงยหน้าดุนลิ้นกับกระพุ้งแก้มเหมือนคนกำลังคิดสักนิด ก่อนจะก้มลมประกบจูบลงที่ใต้คางคนตัวบางอีกรอบ

และเมื่อร่างบางถูกปล่อยออกจากอ้อมแขน รอยแดงก่ำไม่เล็กนักก็ปรากฏตัวชัดเจนอยู่ที่ซอกคอขาวเนียน

 

"ไอ้พวกญาติๆขี้อิจฉาทั้งหลายมันจะได้ไม่มายุ่งกับของๆฉัน"

 

และนั่นคือเหตุผลที่แฟนหนุ่มตัวดีให้ไว้เป็นเหตุผลก่อนจะลากแฮรี่ไปหาเสื้อคลุมอีกตัวใส่ก่อนจะลงไปร่วมงานฉลองปาร์ตี้เล็กๆแบบที่ไอ้คุณชายมันพูดไว้!

 

ขอให้มันเล็กอย่างที่พูดเหอะไอ้คนหล่อ ไม่งั้นเค้าจะสัญญาว่าจะเอารอยเท้าไปประทับบนปากแดงๆนั่นให้ได้ โทษฐานทำให้แฮรี่ พอตเตอร์ต้องขายหน้าต่อฐารกำนันท์!!!

 

 

End of First Track: WAY BACK IN TO LOVE.

Song translate  credit:www.englishub.com

talk: มาต่ออย่างรวดเร็ว ตอนนี้อาจะไม่ค่อยมีคำบรรยายภาพนะค่ะ แต่อยากจะทำให้เหมือนคนสองคนคุยกันมากกว่า

ยังไงก็เม้นให้กำลังใจกันหน่อยน้าค่ะ ^^


Credit : Hugh Grant - Way Back Into Love lyrics

55พยายามจะโพสเพลง แต่ทำไม่ได้ ตัดใจแล้วค่ะ

ใครรู้วิธีก็ช่วยบอกกันด้วยนะค่ะ ขอบคุณค้า^O^

edit @ 10 May 2009 23:34:24 by KILLAU

[Fic DM/HP] Last Fly - Parallel love song Intro

posted on 08 May 2009 16:48 by redwest
 

~LAST FLY~ Parallel love song

 

Intro

 

 

ภายในห้องนั่งเล่นแบบคลาสิคโบราณขนาดใหญ่ เครื่องเรือนเกือบทุกอย่างถูกทำเป็นสีแดงทองให้เข้ากันเป็นเซ็ตอย่างเช่นโซฟาสีแดงเลือดหมูตัวนุ่มที่แฮรี่นั่งอยู่นี่ก็ถูกทำด้วยผ้าสีแดงเหลื่อมทอง ตรงขอบถูกทาสีทองตัด พวกตู้ชั้นวางของ และโคมไฟระย้าตัวโตก็ถูกตกแต่งด้วยไม้และทองเหลือง มันช่างชวนให้กระหวัดถึงคฤหาสถ์แบล็กไม่น้อย ร่างบางอดนึกค่อนกับตัวเองไม่ได้ว่า

 

นี่พวกบ้านผู้ดีอังกฤษทุกหลังมันมีคนออกแบบอยู่คนเดียวหรือไงกันนะ ทำไมจะต้องจัดตกแต่งแบบนี้เหมือนกันหมด

 

นี่ถ้าแฮรี่ได้ไปเยือนคฤหาสใหญ่มัลฟอยที่ใจกลางเมืองอังกฤษอีกหลังแล้วจัดแบบนี้อีกนะ เค้าจะปลงใจเชื่อว่าจริงๆแล้วคนตกแต่งมันมีอยู่คนเดียวจริงๆด้วย!

 

แฮรี่ถูกทิ้งให้นั่งอยู่คนเดียวเนื่องด้วยเจ้าของบ้านรูปหล่อนั้นขอตัวไปทักทายบิดามารดาตัวเองก่อน ดวงตาสีเขียวสดใสกรอกไปมาอย่างของช่างสังเกต

 

ห้องนี้คงเป็นห้องรับแขกที่ถูกจัดแยกออกมาจากห้องรับประทานอาหารของบ้านที่ดูจะถูกจัดให้อยู่ลึกเข้าไปห้องนึงกระมัง เพราะจากตรงที่ตนนั่งอยู่ยังมีกลิ่นอาหารมื้อเย็นลอยมาพอให้อาคันตุกะของบ้านน้ำลายสอ

 

ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อแฮรี่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงความเย็นที่ทาบลงมาบนแก้มนุ่มยุ้ยของตัวเอง

"เฮ้ย"

เสียงอุทานเบาๆหลุดออกมาจากริมฝีปากแดงฉ่ำ ทำให้หนุ่มผมทองอดอมยิ้มไม่ได้

"ขอโทษทีที่หายไปนานนะ พอดีไปหาผ้าพวกนี้ด้วยน่ะ"

มือใหญ่บรรจงใช้ผ้าชุบน้ำเย็นลูบไปมาผ่านใบหน้าเนียนนุ่มของคนตัวเล็ก แฮรี่หลุบตามองใบหน้าเข้มคมที่อยู่ใกล้เพียงแค่ลมหายใจ เดรกโกบรรจงนำผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาดไล่เช็ดตั้งแต่หน้าผากมนไล่ไต่มายังยวงแก้มซ้ายขวา

 

"จริงๆไม่เห็นต้องเช็ดก็ได้..."เสียงอ่อยๆเอ่ยขึ้นมาเบาๆเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน

จริงๆแล้วแฮรี่แทบจะสังเกตไม่ออกด้วยซ้ำว่าตัวเองนั้นเปื้อนฝุ่น แต่เจ้าคนข้างตัวนี่สิ ไปเอาเวลาไหนมานั่งสังเกตเค้ากันนะ เท่าที่จำได้ตอนเดินมาในห้องนี้เจ้าหมอนี่ก็แค่ปล่อยเค้าไว้แล้วขอตัวออกไปแทบจะในทันทีซะด้วยซ้ำ

 

"มีฝุ่นติดอยู่แบบนี้เกิดนายเป็นภูมิแพ้ขึ้นมาทำยังไง แถมหน้าใสๆนี่ก็อีก ฉันกลัวผดมันจะขึ้นเอาน่ะสิ ..ดูสิ แค่เช็ดแค่นี้มันยังแดงซะขนาดนี้เลย.."

ประโยคหลังเดรกโกเหมือนเอ่ยบ่นกับตัวเองเบาๆซะมากกว่า ดวงตาคมจดจ้องกับผิวขาวใสตรงหน้าโดยไม่ทันสังเกตว่าเจ้าคนที่ถูกขังอยู่ในอ้อมแขนมันกำลังจะสำลักความหวานเลี่ยนตายอยู่แล้ว

 

แฮรี่ไม่อยากจะตะโกนใส่สองรูหูของไอ้หนุ่มผมทองนี่ว่า

ผดขึ้นมันไม่ได้ทำให้ผิวเค้าเจ็บหรือเป็นแผลเลย อย่างมากก็แค่คัน แต่ไอ้การโดนจับกดจนเลือดออกเนี่ยมันไม่เจ็บเลยสักนิดเลยล่ะมั้ง!!

 

 

เดรกโกที่พึ่งนำผ้าผืนเล็กนุ่มมือลงไปซักในอ่างแล้วบิดหมาดขึ้นมาลงมือเช็ดช่วงลำคอต่ออีกนิด ก่อนจะวางผ้าลงในอ่างทองเหลืองที่อยู่บนโตะ

 

"ทนเจอพ่อแม่ฉันอีกนิดนะ แล้วเดี๋ยวค่อยไปอาบน้ำใหม่"

 

นอกจากความตกใจที่หมอนี่พูดเรื่องอาบน้ำอีกรอบกับคนที่พึ่งอาบมาเมื่อชม.ก่อนได้หน้าตาเฉย แต่ความตกใจที่ประโยคหน้าที่มีมากกว่ามันทำให้แฮรี่เลือกที่จะถามออกไป

 

"ห่ะ....ตอนนี้เลยเหรอ.."

 

"อ๋อ ฉันลืมบอกสินะ เมื่อกี้ตอนฉันขึ้นไปสวัสดีแม่ เค้าบอกว่าเดี๋ยวเค้าจะไปตามพ่อแล้วลงมาพร้อมกันทั้งคู่น่ะ นับจากเวลา........"เดรกโกสะบัดแขนเสื้อเชิ้ตดูเวลา

 

".....ป่านนี้ก็น่าจะลงมาได้แล้วล่ะมั้ง....."

 

ดวงตากลมโตฉายแววตระหนก คนตัวเล็กนั่งหลังเหยียดตรง แฮรี่พยายามเช็กสภาพร่างกายอีกรอบ คอเสื้อตั้งตรงหรือยังนะ หูกระต่ายเบี้ยวหรือเปล่าว่ะ อ๊า...แล้วฝุ่นเมื่อกี้อีก...ตายห่า เกิดพ่อแม่เค้าแพ้ฝุ่นขึ้นมา...

 

และก่อนที่แฮรี่จะตื่นตูมไปมากกว่านี้ มัลฟอยที่สังเกตสีหน้าพ่อมดชื่อดังอยู่ก็อดไม่ไหวหลุดหัวเราะออกมาจนได้

 

"นี่แฮรี่ ที่นี่บ้านฉันไม่ใช่ฮอกวอต แล้วก็คนที่จะลงมาน่ะ พ่อแม่ฉันนะไม่ใช่ศาสตราจารย์มักกอนากัลสักหน่อยที่จะมาคอยตัดคะแนนพวกที่แต่งกายไม่เรียบร้อยน่ะ"

 

แต่ก็อดจะค้อนขวับเข้าให้ไม่ได้

 

คนกำลังเครียดอยู่ดันมาว่ากันซะงั้น

 

แต่ไอ้รอยยิ้มที่อบอุ่นที่ถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆนั่น แฮรี่อดจะยอมรับไม่ได้ว่ามันทำให้บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ดีขึ้น

 

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เมื่อเสียงรองเท้าของคนสองคนดังใกล้เข้ามา ต่อมเหงื่อของแฮรี่ก็ดูจะทำงานผิดปกติขึ้นมาทันที ใบหน้าขาวใสซีดลงทันทีเมื่อมือของคนที่อยู่ข้างๆค่อยๆจับโอบให้ตนยืนขึ้น ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นสบกับผู้ใหญ่สองคนที่กำลังเดินย่างกรายเข้ามาในห้องรับแขกนี้

 

 

 

 

 

 

ชายร่างสูงในชุดเสื้อเชิ๊ตขาวสวมทับด้วยสเว็ตเตอร์สีหม่นแขนกุดและกางเกงขายาวสีครีม แฮรี่เคยเห็นหน้าคนๆนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งแฮรี่ก็ไม่เคยจำได้ว่าตัวเค้าเองเคยมีความทรงจำดีๆกับคนๆนี้หลงเหลืออยู่ จะมีก็คงเป็นเรื่องเดียว.....สายสืบเสี่ยงตายให้กับทางกระทรวง.....

 

ส่วนผู้หญิงคนข้างๆในชุดเดรสผ้านิ่มตัวยาวสีน้ำเงินเข้มคาดด้วยเกลียวเชือกสีทองที่สะโพก ดวงหน้าที่ถ้าหากพูดกันตรงๆแล้ว ในความคิดของแฮรี่หญิงสาวตรงหน้านั้นถือว่ายังสวยและสาวอยู่มากในกลุ่มคนวัยเดียวกัน ดวงหน้าขาวตึงเรียบนั้นถูกล้อมกรอบด้วยผมสีทองที่ปล่อยปลายลงมา ส่วนที่เหลือถูกรวบเกล้าขึ้นไปเป็นมวยสูง

ริมฝีปากอวบอิ่มปลายจมูกสูงเชิด....เดรกโกได้มาจากแม่นี่เองสินะ

แฮรี่เผลอกวาดตามองสังเกตจนไปสบกับดวงตาคู่เทาอ่อนนั่นเข้า

ด้วยความตกใจเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าตัวเองเสียมารยาทเลยทำให้แฮรี่เผลอพูดด้วยเสียงที่ดังกกว่าปกติ

 

"สวัสดีครับ แฮรี่ พอตเตอร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ!"

 

แฮรี่เอ่ยทักทายพร้อมกับก้มตัวยืดมือออกไปข้างหน้าทันที

 

โอย..ให้ตายเหอะ.......เค้ารับรองว่างไอ้คนข้างตัวเค้ามันต้องแอบกัดเค้าอยู่ในใจแน่ๆว่านี่ไม่ใช่ชั้นเรียนและเค้าก็ไม่ใช่นักเรียนเข้าใหม่ที่ต้องมายืนตะโกนบอกชื่อตัวเองเสียงดังๆเพื่อให้เพื่อนทุกคนในห้องได้ยิน

 

แฮรี่ที่ก้มหน้าอยู่อดค่อนกับตัวเองไม่ได้

 

แต่แล้ว เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นที่โซฟาฝั่งตรงข้าม

 

"นั่งลงสิ"

 

 

"เอ๋..."

เมื่อแฮรี่เงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่าตอนนี้นายลูเซียสและภรรยาได้นั่งลงที่โซฟาใหญ่ตัวกลางเรียบร้อยแล้ว

 

แฮรี่เหลือบมองมือตัวเองที่ยื่นออกไปเพียงนิด ก่อนจะค้อมตัวนั่งลง

 

.....จะมาปอดอะไรเอาป่านนี้เล่าแฮรี่....นายคงไม่คาดหวังให้พ่อแม่บ้านไหนเค้าจะต้อนรับคนที่ทำให้ลูกชายของตัวเองเป็นเกย์ในทันทีที่เห็นหน้าหรอกจริงไม๊เล่า

 

เดรกโกที่ยืนอยู่ข้างๆเหลือบตามองบิดามารดาของตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเจ้าตัวเล็ก

 

"อย่างที่เค้าได้บอกไป นี่แฮรี่ พอตเตอร์ครับ คุณพ่อคุณแม่คงรู้จักเค้าอยู่แล้ว"

 

เดรกโกเงยหน้าขึ้นมองบิดามารดาที่มองมา

 

"ขอต้อนรับเข้าสู่คฤหาสเล็กของตระกูลมัลฟอยนะพอตเตอร์"

 

เสียงของนายลูเซียสที่เอ่ยขึ้นทำให้แฮรี่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง เหงื่อหลายเม็ดผุดขึ้นตามไรผม ใบหน้าขาวยิ่งขาวขึ้นไปอีกเมื่อสบกับดวงตานิ่งเรียบปราศจากอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

 

"ที่แม่เค้าบอกว่าเราพาคนสำคัญมางานเลี้ยงปีนี้ด้วยน่ะ คือเพื่อนคนนี้เหรอ"

 

หลังจากสบตากับเจ้าเด็กตัวบางแล้ว นายมัลฟอยก็หันไปเอาเรื่องกับเจ้าลูกชายตัวดีต่อ อยู่ดีดีก็บอกว่าจะพาคนสำคัญมาเปิดตัว เค้าก็คิดว่าไอ้เจ้าลูกตัวดีมันจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ที่ไหนได้ ดันพาไอดอลคนดังมาบ้านแทน

 

"ไม่ใช่เพื่อนครับพ่อ...เค้า...เป็นคนรักของผม"

เสียงและแววตาที่มองตรงมาอย่างจริงจังทำให้บิดาถึงกับส่ายหน้าหนีในทันที

 

บรรยากาศมาคุเข้าปกคลุมพื้นที่ห้องรับแขก ตอนนี้แฮรี่ได้ยินเพียงแต่เสียงนาฬิกาไขลานตัวโตที่กำลังเดินอยู่แล้วก็เสียงหัวใจของตัวเองเท่านั้น

 

แฮรี่รู้สึกว่าน้ำลายมันฝืดคอขึ้นมาทันทีที่นายลูเซียสลุกออกจากโตะรับแขกไปโดยไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง ดวงหน้าสวยก้มหน้าเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาในทันที

 

และนั่นทำให้เดรกโกต้องรีบจับมือคนรักขึ้นมากุมทันที ใจจริงแล้วเดรกโกอยากจะรั้งทั้งร่างของคนตัวเล็กเข้ามากอดปลอบว่าไม่เป็นไร แต่ติดอยู่ที่มารดาเค้ายังคงนั่งอยู่อีกฝั่งตรงข้ามแถมกำลังมองจ้องมาซะด้วยสิ

แต่เดรกโกไม่สนซะอย่าง อยากมองก็มองไป ก็แฟนเค้ากลัวนี่นาจะให้เค้าทำยังไง

 

นางมัลฟอยมองปฏิกริยาของเด็กสองคนด้วยความสงบ

 

เจ้าพ่อหนูแฮรี่คงจะขวัญเสียไม่น้อย แต่ดูพ่อลูกชายตัวดีนี่สิ แม้พ่อจะเดินหนีไปแถมแม่ก็ยังไม่ได้พูดอะไร มันกลับหยิบมือแฟนขึ้นมากุมโชว์ซะงั้น ดูจากดวงตาคู่เทาเข้มที่มองมานี่คงจะโกรธสามีหล่อนไม่น้อยที่ไปทำร้ายจิตใจลูกสะใภ้เอาซะได้ ดูท่าว่าหากไม่รับลูกสะใภ้คนงามคนนี้เข้าบ้านมันคงจะได้หอบผ้าหอบผ่อนออกจากบ้านนี้เป็นการถาวรเป็นแน่ แค่ตอนนี้ปีปีนึงยังจะไม่ค่อยมาให้เห็นหน้าเลย  นับจริงๆเจ้าลูกคนนี้มันกลับบ้านมาไม่ถึงยี่สิบครั้งล่ะมั้งถ้าไม่นับตอนรวมญาติกับตอนวันเกิดของตนและสามี

 

เสียงถอนหายใจเบาๆจากสตรีร่างบางสูงโปร่งที่นั่งกอดอกทำหน้านิ่งอยู่บนโซฟาสีแดงเข้มตัวโตฝั่งตรงข้ามเรียกความสนใจให้ร่างบางเงยหน้ามองอีกฝ่ายในทันที เพราะดูเหมือนนั่นจะเป็นการแสดงอารมณ์ครั้งแรกของผู้ที่ตั้งแต่เดินมายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ

 

"เดรกโก พาแขกขึ้นไปดูห้องพักสิ แล้วอีกไม่นานลูกก็ควรจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปาร์ตี้คืนนี้ด้วยนะ"

 

มือทั้งสองวางซ้อนประสานหน้าตัก แผ่นหลังบางเหยียดตรง สง่าสมกับการเป็นเลือดบริสุทธิ์ ดวงหน้าสวยมองตรงจ้องมาที่เด็กทั้งสอง เมื่อกล่าวเสร็จแล้วจึงลุกตามสามีขึ้นไปข้างบนอีกคน

 

 

"เดี๋ยวก่อนครับแม่....."

ช่วงขาเพรียวสวยที่กำลังก้าวขึ้นบันไดเพื่อไปชั้นสองของบ้านชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียก เดรกโกก้าวจ้ำเข้ามายืนตรงหน้ามารดาตน ค้อมตัวลง ก่อนจะเงยหน้าบอกกับมารดาของตนด้วยความมุ่งมั่น

 

"ผมขอโทษครับที่ทำให้ผิดหวัง ผมขอบคุณคุณพ่อคุณแม่นะครับที่ทำให้ผมมีวันนี้มีชีวิตที่สุขสบายแบบนี้ แต่ผมก็อยากให้รู้เหมือนกันว่า แม้จะมีวันนี้ที่ดีแต่ผมคงไม่สามารถมีวันข้างหน้าที่ดีได้หากขาดแฮรี่ไป...เข้าใจผมด้วยนะครับ ขอโทษจริงๆครับ"

 

เดรกโกก้มหัวให้กับมารดาตนอีกรอบ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหาคนที่ตนทิ้งให้รออยู่ที่ห้องรับแขก

 

ก้าวทุกก้าวของนางมัลฟอยขยับพร้อมกับคำพูดของลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านที่ดังกรออยู่ในหัว ขณะที่กำลังจะเลี้ยวออกไปทางปีกตะวันออกชั้นสองของบ้านร่างสูงสวยสมวัยเป็นต้องสะดุ้งเมื่อเห็นสามีของตนยืนกอดอกพิงกำแพง ดวงหน้าตึงนิ่งไม่แสดงความรู้สึกอะไรทั้งนั้น ถ้าหล่อนเข้าใจไม่ผิดสามีของเธอคงอยู่ตรงนี้มาสักพักและมันคงจะนานพอที่จะได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่อย่างแน่นอน

 

"คุณค่ะ............"

 

"ไปเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานเลี้ยงคืนนี้เถอะ"

 

น้ำเสียงเรียบนิ่งกล่าวพร้อมกับหันหน้าหนีเดินกลับไปที่ห้องพักของตน โดยมีสายตาของผู้เป็นภรรยามองตามมาอย่างเป็นกังวล

 

 

 

อุณหภูมิอบอุ่นรอบกายจากเตาผิงตัวใหญ่ไม่ได้ทำให้มือของแฮรี่หายเย็นได้เลย เหตุการณ์เมื่อครู่มันกดดันเค้าไม่น้อย เฮ้อ...ให้ไปสู้กับตัวอะไรสักอย่างยังจะดีกว่า แฮรี่อดถอนใจกับตัวเองไม่ได้ แล้วเมื่อกี้ไอ้คนตัวสูงที่นั่งกุมมือกันมาตลอดก็ดันขอตัวไปคุยกับแม่อีกต่างหาก นี่เค้าจะเป็นตัวทำให้ครอบครัวชาวบ้านต้องทะเลาะกันหรือเปล่านะ เฮ้อ....เค้าเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย จริงๆถ้ามีปัญหานักก็ต่างคนต่างอยู่ มาเจอกันบ้างเป็นบางเวลาก็น่าจะได้ แต่เสียงของคนรักก็ดังลอยเข้ามาในหัวอีกครั้งในทันที

 

 

...แฮรี่...ที่ฉันต้องการคือคู่ชีวิต...ไม่ใช่แฟน

 

 

ประโยคสั้นๆนั้น แฮรี่จำมันได้อย่างแม่นยำ เพราะตอนนั้นเค้าแค่กะบ่นไปเล่นๆแต่เดรกโกกลับโต้ความคิดเค้ากลับมาด้วยความจริงจัง และนั่น....ถ้ามันก็ทำให้คนอย่างเค้าใจเต้นได้มันก็ไม่น่าแปลกไม่ใช่เหรอไง หรือว่าพวกคุณไม่?

 

 

แฮรี่น่ะคิดจะตัดใจตั้งหลายต่อหลายที เพราะตัวเค้าเองก็รู้อยู่แล้วว่าความรักของผู้ชายด้วยกันมันไม่ใช่เรื่องง่าย แถมพวกเค้าทั้งคู่ก็ไม่ได้มาจากพื้นฐานของครอบครัวที่ธรรมดาขนาดที่ว่าจะไม่เป็นที่สนใจของคนรอบข้าง แต่ไอ้เจ้าเดรกโกสุดหล่อของท่านผู้อ่านมันก็ขยันทำให้ผมใจเต้นหน้าแดงได้ซะเรื่อยไป แล้วอยู่ใกล้ๆใครจะไปอดใจไหว ทะนุถนอมราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ทั้งๆที่เป็นผู้ชายด้วยกัน บางทีมันทำให้เค้าอึดอัดก็จริง แต่ถ้ามองในอีกแง่หนึ่งนั่นมันก็คือการแสดงความรักจากคนที่เรารักไม่ใช่เหรอ แล้วการได้รับความรักจากคนที่เรารักมันไม่ดีตรงไหน และคนที่เคยได้รับความรู้สึกของการลาจากมาแล้วครั้งหนึ่งอย่างผม ไม่มีทางที่จะโง่อีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

ความเจ็บปวด และความเหงานั่น

 

 

 

 

 

 

......ครั้งเดียวก็เกินพอ...

 

 

 

และนั่นทำให้แฮรี่ฮึดที่จะสู้ขึ้นมาอีกครั้ง คืนนี้ไม่ว่าใครจะว่ายังไงเค้าก็จะไม่สนใจ!

เป็นไงเป็นกัน  สู้โว้ย!!!!!!!!

 

 

TBC. >.<

 

Talk: ไม่ได้มาต่อนานสักพักอยู่ ไม่รู้ยังไม่คนรออ่านกันอยู่หรือเปล่านะค่ะ

ฮี่ๆ ภาคใหม่ มาแบบใหม่..ด้วยความสิ้นคิด(เล็กๆ)บวกกับครีเอทีฟ(เล็กๆอีกนั่นแหละ)

เลยออกมาเป็นภาพ เพลงรักคู่ขนาน (ฮ่าๆ ภาษาไทยฮาได้อีก)

ยังไงก็ฝากไว้ในอ้อมใจทุกคนด้วยนะค่ะ ^^

แล้วคนแต่งจะพยายามมาอัพต่อเร็วๆนะค่ะทุกคน

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 8 May 2009 23:02:45 by KILLAU

[Fic DM/HP]Desert rose Special: LAST SMILE, FOR OUR GOOD BYE

posted on 01 Nov 2008 19:19 by redwest
  Special Part: LAST SMILE, FOR OUR GOOD BYE (To Grimmauld Place)

 

~START the destiny again?~

 

 

You know I can't smile without you

I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you

You came along just like a song
And brightened my day
Who would have believed that you were part of a dream
Now it all seems light years away

And now you know I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel sad when you're sad
I feel glad when you're glad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile

Now some people say happiness takes so very long to find
Well, I'm finding it hard leaving your love behind me

And you see I can't smile without you
I can't smile without you
I can't laugh and I can't sing
I'm finding it hard to do anything
You see I feel glad when you're glad
I feel sad when you're sad
If you only knew what I'm going through
I just can't smile without you

 

กลางคฤหาสหลังใหญ่ เสียงเพลงยุคสมัยเก่าที่คุ้นหูดังคลอมา บรรยากาศกลิ่นเครื่องหอมจางๆที่บัดนี้ถูกเจือด้วยกลิ่นอาหารนานาชนิดลอยอยู่อย่างอบอวน แฮรี่ที่พึ่งออกมาจากเตาผิงอันใหญ่กลางบ้านพยายามสังเกตเก็บรายละเอียดบ้านหลังใหญ่ที่ตนพึ่งมาถึงอย่างตื่นตา แม้ขนาดจะเทียบไม่ได้กับคฤหาสแบล็กที่เค้าอาศัยอยู่ตอนนี้ หากแต่คฤหาสหลังนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับคำว่าเล็กกระทัดรัดเลยสักนิดออกจะดูห่างไกลซะด้วยซ้ำ พื้นไม้สักสีน้ำตาลเข้มจัดเรียบทำให้ตัวบ้านดูกว้างขวางสะอาดตา ห้องนั่งเล่นที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ขนาดพอที่ครอบครัวใหญ่จะนั่งพักผ่อนกันได้อย่างสบายๆ และเมื่อหันกลับไปมองที่ด้านหลัง นอกจากถ้วยรางวัลและเกียรติบัตรบางส่วนที่ถูกจัดไว้ในตู้กระจกแล้วเหนือเตาผิงตัวโตที่บัดนี้ดวงไฟแดงเข้มดวงโตกำลังทำหน้าที่ให้เพิ่มอุณหภูมิความอบอุ่นกับบ้านหลังนี้แล้ว รูปภาพบุคคลมากหน้าหลายตาก็ถูกบรรจงเรียงไว้เช่นเดียวกับที่บ้านของพ่อบุญธรรมเค้า เพียงแต่อาจจะดูน้อยกว่าไปนิดหน่อย

 

เมื่อก้าวมาอยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคยมันทำให้แฮรี่คิดถึงบ้านขึ้นมาจับใจ.....บ้านที่พ่อบุญธรรมคนเดียวยกให้ นี่ตัวเค้าไม่ได้ไปจัดการปัดกวาดเช็ดถูมาเท่าไหร่แล้วนะ แม้จะมีเอลฟ์พ่อบ้านจำนวนหนึ่งช่วยดูอยู่แต่แฮรี่ก็มักจะไปช่วยพวกมันดูแลทำความสะอาดอยู่เสมอ

 

"มัวแต่มองอย่างอื่นเดี๋ยวก็เดินสะดุดหรอก มืดออกขนาดนี้"

 

แฮรี่หันมองมือที่เอื้อมมาโอบหัวไหล่พาเดินออกไปก่อนจะหันไปมองหน้าคนข้างตัวที่ยังคงเรียบนิ่งแก้เขินเหมือนเคย

 

"ขอบคุณ"

รอยยิ้มกว้างถูกส่งเป็นรางวัลให้คนรู้ใจ

 

 

เมื่อทั้งคู่เดินออกมาถึงตรงส่วนที่แสงสว่างของดวงไฟสาดส่องได้อย่างทั่วถึง คนตัวบางก็หยุดเดินก่อนจะกระตุกชายเสื้ออีกฝ่ายให้หันมามอง

"ถ้าเราเสร็จงานนี้ไปเยี่ยมบ้านฉันกันนะเดรก"

แม้จะเป็นแค่ประโยคสั้นๆแต่กับกินใจความได้ลึกซึ้งจนทำให้อีกคนที่มองมาถึงกับตาค้าง

 

ดวงตาคู่สีควันหมอกเข้มมีแววตระหนกอยู่เพียงนิดก่อนจะสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์

 

"ขอบคุณ"

 

แม้จะเป็นเพียงคำสั้นๆแต่มันหมายความถึงอย่างนั้นจริงๆในความคิดของคนตัวโต

 

พวกคุณไม่คิดว่ามันลึกซึ้งบ้างเหรอ

 

คำๆนี้สำหรับผม การขอบคุณครั้งนี้มันไม่ได้หมายถึงแค่การที่แฮรี่จะยอมรับผมไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

 

แต่คำขอบคุณอันนี้สำหรับผม....

 

ผมขอบคุณที่เค้าได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ได้มาใช้อากกาศหายใจเดียวกันแบบนี้

 

ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราได้มาเจอกัน

 

และขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้เราสามารถอยู่ด้วยกันในวันนี้ได้

 

 

 

 

.....ขอบคุณ........

 

 

 

 

 

ผมรู้.....ว่าคำพบปะมักมาพร้อมกับการจากลา แต่กว่าจะถึงวันที่ต้องเอ่ยคำนั้น

 

ผมอยากให้เราใช้เวลาด้วยกันอย่างคุ้มค่าทุกวินาที

 

ผมสัญญาว่าผมจะพยายามไม่ขี้หึง

ไม่อารมณ์ร้อน

คิดอะไรให้เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ไม่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง

 

และทุกสิ่งเป็นเพราะ....ผมอยากจะเป็นที่พึ่งให้กับเค้า

 

ผมอยากจะเห็นเค้ามีความสุขกับทุกนาทีของการใช้ชีวิต

 

เงินและทรัพย์สมบัตินอกกายไม่ใช่ความสุขของเราทั้งคู่

 

หากแต่การเข้าใจกัน ไม่ทะเลาะกัน มีคนคอยรักคอยเอาใจใส่กัน

 

นั่นไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า

 

 

.......ความสุข....

 

 

หรอกเหรอ

 

 

ดังนั้นแม้แต่วันที่ผมต้องพูดคำลา

 

ผมก็ยังอยากจะเป็นฝ่ายพูดมันก่อน

เพราะผมรู้ว่า การที่ต้องทิ้งอีกคนให้จมอยู่กับความทรงจำคนเดียว...มันเป็นสิ่งที่เจ็บปวดนะ

 

และผมคงทนไม่ได้ถ้ามันต้องเป็นอย่างนั้น

 

 

ดังนั้น

 

....แม้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน

.....แม้จะเป็นวินาทีที่จะต้องพูดคำลาจาก

 

 

 

 

แต่ผมก็ยังอยากจะทำให้เค้ามีความสุขจนวินาทีสุดท้ายนะ

 

 

 

 

 

 

หรือถ้าเป็นคุณคุณว่ายังไงล่ะ?

 

 

 

 

 

 

เดรกโกเคยพูดคำนิยามของคำว่าขอบคุณสำหรับเค้าให้ผมฟัง

พวกคุณรู้ไม๊ผมตอบเค้าว่าอะไร

 

 

 

 

 

"ถ้านายคิดว่านายยังอยากจะเป็นฝ่ายถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะไม่อยากให้อีกคนต้องมาเศร้าคนเดียว แล้วนายเคยคิดไม๊ว่าฉัน.............คนที่รักนาย.................ก็คิดไม่ได้ต่างกัน"

 

 

ใช่ ผมคิดมาเสมอว่า

เดรกทำทุกอย่างเพื่อคนอย่างผมมาโดยตลอด ดังนั้นสิ่งที่ผมจะตอบแทนเค้าได้คือการทำให้เค้ามีความสุข

 

ดังนั้นผมจึงเป็นคนที่เห็นความสำคัญของเวลาทุกๆนาที

 

คุณเคยได้ยินคำพูดที่นักพูดคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ไม๊

 

ถ้าอยากเข้าใจคุณค่าของระยะเวลาหนึ่งปี

ก็ลองฟังนักเรียนที่เอ็นไม่ติดดูดีไม๊

 

 

ถ้าอยากเข้าใจคุณค่าของระยะเวลาหนึ่งเดือน

ก็ลองฟังเหล่าคุณแม่ที่คลอดลูกก่อนเวลากำหนดดูดีไม๊

 

 

ถ้าอยากเข้าใจคุณค่าของระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์

ก็ลองฟังพวกนักหนังสือพิมพ์ดูดีไม๊

 

 

 

ถ้าอยากเข้าใจคุณค่าของระยะเวลาหนึ่งชั่วโมง

ก็ลองฟังพวกคู่รักที่รอที่จะเจอกันดูดีไม๊

 

 

 

ถ้าอยากเข้าใจคุณค่าของระยะเวลาหนึ่งนาที

ก็ลองฟังพวกที่พลาดการลงจากสถานีรถไฟของตัวเองดูดีไม๊

 

 

 

ถ้าอยากเข้าใจคุณค่าของระยะเวลาหนึ่งวินาที

ก็ลองฟังพวกที่ต้องเผชิญกับอุบัตติเหตุดูดีไม๊

 

 

 

ถ้าอยากเข้าใจคุณค่าของระยะเวลาสิบเสี้ยววินาที

ก็ลองฟังพวกที่ได้รับเหรียญเงินในโอลิมปิกดูดีไม๊

 

 

 

 

เข็มของนาฬิกายังคงหมุนไปเรื่อยๆ ดังนั้นเวลาที่ทุกคนๆมีขอให้กรุณาใช้มันทุกวินาที

 

และมาร่วมทำวันนี้ให้เป็นของขวัญที่ดีที่สุดกัน

 

 

 

 

และนั่นเป็นหลักที่ผมยึดเอามาใช้เองเช่นกัน

 

 

ผมคิดจะทำทุกวันของเราให้เปรียบเสมือนของขวัญล้ำค่าอยู่เสมอ

 

เพราะผมเชื่อว่า เข็มของนาฬิกาไม่เคยหยุดหมุน

 

มันยังคงเดินอย่างคงที่และมั่นคง ไปพร้อมๆกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคนเรา

 

แน่นอนว่าต้องมีสิ่งที่เป็นทุกข์ แต่นั่นหากมองในอีกมุม

 

มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้จักความสุขไม่ใช่เหรอ

 

 

ยิ่งถ้าเรามีคนมาร่วมแชร์ความรู้สึกไปพร้อมๆกันด้วยแล้ว

 

 

สำหรับผมมันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด

 

 

 

เป็นของขวัญที่ให้กันได้ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาหมุนไป

 

 

 

ดังนั้นคำตอบของผม

 

แม้จะอยู่ในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้าย

 

 

 

ผม

 

 

ก็ยังอยากให้เค้ามีแต่ความสุข

 

 

 

ก็ยังอยากให้เรายิ้มด้วยกัน ไม่ใช่แค่การที่ใครคนหนึ่งเดินจากไป

 

 

 

ที่ผมคิดอย่างนี้ได้อาจจะเพราะผมไม่ได้มองทุกสิ่งเป็นเหตุเป็นผลกันล่ะมั้ง

 

เพราะบางอย่าง ผมกลับใช้หัวใจแทนสมองในการตัดสิน

 

เหมือนกับคำตอบของผมที่มันอาจจะดูเป็นไปไม่ได้ที่เราทั้งสองคนจะยิ้มด้วยกันแม้ว่าจะมีใครสักคนต้องจากไป

 

 

 

 

แต่จนกว่าจะถึงวันนั้น

 

 

 

 

 

ผมก็แน่ใจว่า ทุกช่วงเวลาที่เข็มวินาทีก้าวเดิน

 

 

 

 

 

ผม และ เค้า ก็จะยิ้มไปทุกก้าวพร้อมกับมันเช่นกัน

 

 

 

 

 

แม้ว่ายิ้มนั้นจะเป็นยิ้มครั้งสุดท้ายสำหรับเราก็ตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วคุณล่ะ คุณจะสามารถยิ้มให้กับการล่ำลาครั้งสุดท้ายของเราได้ไม๊?

 

 

 

 

 

The END OF Special LAST SMILE FOR OUR GOODBYE

Song: Barry Manilow - Can't Smile Without You

 

 

 

Ps. If you can smile....then....Let's go to Our "LAST FLY: Intro to Desert Rose SP"Together!

 

^__________________________________________^

 

 

 

 

 

[Fic DM/HP] Desert Rose: Part XV (END)

posted on 29 Oct 2008 00:48 by redwest
 

[Fic DM/HP] Desert Rose: Part 15 By Killau

 

TAKE ‘US'  TO YOUR HEART

 

 

เช้าที่สดใสกลางทะเลทรายเริ่มขึ้นเหมือนทุกวัน ดวงอาทิตย์ที่ร้อนเจิดจ้าแสงของมันปลุกให้ร่างบางที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมา หากแต่ในเช้านี้วิวแรกที่มองเห็นกลับเป็นใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มอีกคนที่นอนหลับอยู่ข้างกัน แฮรี่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ตื่นมาแล้วยังคงเจอใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตานี่นอนอยู่

 

....สายขนาดนี้แล้วยังไม่ตื่น สงสัยวันนี้คงได้พัก...

 

ที่ว่าสายขนาดนี้ไม่ใช่ว่าปกติแฮรี่เป็นคนตื่นสายหรอกนะ เพียงแต่ว่าวันไหนหากเดรกโกไม่กลับมาดึกมาก ทุกคืนคุณหมอจำเป็นจะต้องสั่งให้เค้าออกกำลังกายบำบัดอาการป่วยทุกคืนโดยไม่กลัวว่ากระดูกจะได้รับการการะทบกระเทือนจากการเขย่าขย่มกันเลยทีเดียว แถมกว่าจะได้นอนนู่นก็ล่วงไปเกือบเช้าซะทุกที เค้ายังแปลกใจอยู่เลยว่าหมอนี่มันไปทำงานไหวได้ยังไงฟ่ะ ขนาดเค้ายังตื่นนอนซะสายทุกที

 

ร่างบางนอนคิดกับตัวเองขณะที่นอนจ้องดวงตาเข้มที่ปกติมันจะจ้องมาตรงมาที่เค้าเสมอ

 

..เอ๊ะ!..เดี๋ยวนะ....จ้องตางั้นเหรอ....เฮ้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

"นี่นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

 

คนตัวบางสะดุ้งโหยงออกห่างอีกคนทันที ดวงหน้าขาวเรียวร้อนผ่าวขึ้นมา อาการของคนตรงหน้าเรียกเสียงหัวเราะออกมาจากอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

 

"ก็นานพอที่จะแอบมองคนที่เค้ามาแอบหลงแอบเพ้อแอบมองฉันได้ก็แล้วกัน"

พูดไปก็ยิ้มไปชวนให้อีกคนหมั่นไส้ในความมั่นใจเกินร้อยของคนตรงหน้า

 

"ใครเค้ามองเค้าเพ้อเค้าหลงนายกัน หลงตัวเองชัดๆ"

แม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่ร่างบางกลับก้มหน้างุดๆ อาการเขินอายที่ชอบมีให้เห็นบ่อยๆมันทำให้เดรกโกอดอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้

 

แน่นอนว่าแต่ก่อนตอนเด็กเค้าชอบที่จะเห็นร่างบางโกรธ หรือทำหน้าทะมึงถึงเวลาเจอเค้า เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่พอจะยืนยันการมีตัวตนของตนในสายตาของคนตรงหน้า มันเป็นสิ่งเดียวที่เค้าตอนเด็กพอจะคิดจะทำได้ในช่วงเวลานั้น แต่หากเทียบกับตอนนี้ การได้เจอที่ทุกวันที่โรงเรียนกับตอนนี้ที่ได้ตื่นขึ้นมามองหน้ามองตากันทุกเช้าทุกวันแบบนี้

 

มันคนละความรู้สึกกันเลย!

 

เค้าดีใจที่ตัวเองได้มีโอกาสรับรู้หลากหลายความรู้สึกของคนตรงหน้า ทั้งโกรธ ยิ้ม เขิน เศร้า และสุข.....

และเดรกโกก็ไม่คิดที่จะเก็บมันไว้กับตัวเองฝ่ายเดียวอีกต่อไป เค้าเรียนรู้มามากพอที่จะแบ่งแชร์ความรู้สึกให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับรู้มากขึ้น เค้าไม่อยากจะเอานิสัยช่างเก็บของตัวเองมาทำให้เกิดช่องว่างที่เป็นบ่อเกิดแห่งความเข้าใจผิดระหว่างเค้ากับคนรักอีกต่อไป

 

ท่อนแขนแกร่งดึงร่างบางเข้ามาซุกในอ้อมกอดก่อนจะจุมพิตเบาๆที่กระหม่อมอย่างรักใคร่พร้อมคำหวานที่เอื้อนเอ่ยออกมา

 

"ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสรับรู้ความรู้สึกนี้นะแฮรี่"

 

 

 

 

ความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาผ่านแรงกระเพื่อมของแผ่นอก

 

 

 

ความรู้สึกที่เรียกว่า

 

 

...................ความสุข......................

 

 

 

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในตอนบ่ายของวัน ทำให้แฮรี่ผงกหัวขึ้นจากหนังสือเล่มบางที่กำลังอ่านอยู่ ก่อนจะเหลือบตาไปมองอีกคนที่ขนเอาเอกสารการงานมานั่งทำอยู่ที่โต๊ะไม้สักสีน้ำตาลเข้มที่บนพื้นโต๊ะถูกทำขึ้นจากหินอ่อนขัดมัน หากแต่ร่างของคนรักไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ ด้วยความเกรงใจเจ้าของบ้านทำให้แฮรี่นั่งรอให้ป้าแม่บ้านมารับอยู่สักพัก แต่แล้วจนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นมีใครมา สงสัยว่าจะกลัวมาขัดจังหวะนายท่านและคุณหนูของบ้านที่นานทีจะได้พักมาใช้เวลาอยู่ด้วยกันกระมัง แต่ในที่สุดด้วยความที่ไม่อยากให้เสียงมันดังไปรบกวนโสตประสาทของคนที่กำลังทำงานด้วยสมาธิอันสูงส่งไปมากกว่านี้ทำให้แฮรี่จึงจำใจลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์แทน

 

"สวัสดีครับบ้านมัลฟอยครับ"

ส่งเสียงออกไปตามที่เคยได้ยินเวลาป้าแม่บ้านรับโทรศัพท์ หากแต่ปลายสายกลับเงียบไปนิดนึงก่อนจะถามกลับมาให้คนรับสายได้งงไปตามๆกัน

 

"เธอเป็นใคร"

น้ำเสียงที่ถามกลับมาแม้จะราบเรียบแต่กลับทรงอำนาจ ทำให้อีกฝ่ายอดจะเกร็งขึ้นมาไม่ได้ ที่เค้าไม่อยากรับโทรศัพท์ก็เพราะอย่างนี้แหละ มีอยู่ครั้งหนึ่งก็อย่างนี้ ตอนนั้นก็ไม่รู้ป้าแม่บ้านหายไปไหน แต่คราวนั้นพอเค้ารับสายกลับถูกตัดทิ้งไปเสีย แถมคราวนี้มาถามอย่างนี้อีก ตัวเค้าเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบไปว่าอะไรดี

 

แฮรี่ลอบถอนใจเบาๆทีหนึ่งก่อนจะถามกลับไปอีกครั้ง

 "เอ่อ......ไม่ทราบว่าจะเรียนสายกับใครครับ"

 

"ฉันถามว่านี่ใคร"

ปลายสายที่ตอบกลับมาเริ่มเจือแววไม่พอใจ

 

"ขอโทษครับเพียงแต่ผมคิดว่าก่อนที่คุณจะถามว่าอีกฝ่ายเป็นใครคุณควรจะบอกชื่อตัวเองมาก่อนครับ"

แฮรี่กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งอย่างปกติไร้แววเกรี้ยวกราดใดๆ

 

"ผมเกรงว่าตัวผมจะไม่ได้มีค่าใดๆให้คุณควรจะ..."

หากแต่เมื่อปลายสายเงียบไปแฮรี่จึงเลือกที่จะพูดขึ้นอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้ก่อนที่แฮรี่จะได้พูดจบอีกฝั่งของชุมสายก็กล่าวแทรกขึ้นมาก่อน

 

"ฉันลูเซียส มัลฟอย ทีนี้ฉันจะพอขอสายเจ้านายของเธอได้หรือยัง"

แฮรี่อึ้งไปเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร แต่ก่อนจะได้ตอบรับอะไรโทรศัพท์ที่อยู่ในมือกลับถูกดึงออกไป

 

"สวัสดีครับพ่อมีอะไรครับ"

เดรกโกกรอกเสียงพร้อมกับเดินหนีออกไปคุยในที่ที่ไกลพอจะไม่ให้คนร่างบางได้ยิน

 

แผ่นหลังที่เดินออกไปไกลทำให้แฮรี่เกิดแปลบปล๊าบขึ้นมาก่อนจะรีบปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป แล้วจึงเดินกลับไปทิ้งตัวลงที่โซฟาตัวเดิมพร้อมกับหยิบหนังสือเล่มเดิมที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมา หากแต่สมาธิที่เคยมีทั้งหมดกลับหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ในสมองของคนร่างบางมีแต่คำถามมากมายไหลวนไปเวียนมาอยู่ตลอดพร้อมกับเข็มนาฬิกาที่ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านไปอย่างช้าๆ และในที่สุดแฮรี่ก็ตัดใจที่จะวางหนังสือในมือลง

 

ในเมื่อไม่มีกะใจจะอ่านก็พักก่อนดีกว่า เดี๋ยวหนังสือดีดีจะกลายเป็นอ่านขยะไปซะงั้น

 

หากแต่มันช่างประจวบเหมาะกับที่อีกฝ่ายเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นส่วนกลางในมือถือโทรศัพท์กลับไปวางคืนที่แป้นชาร์จแบตก่อนจะหันกลับมานั่งประชันหน้ากับคนร่างบางอีกครั้ง ตัวตาสองคู่สบกันอย่างสงบนิ่ง และสุดท้ายฝ่ายที่ทนไม่ไหวก็คือเดรกโกอีกเช่นเคย ร่างสูงลอบถอนหายใจก่อนจะเอ่ยถามกับอีกฝ่าย

 

"ทำไมเมื่อกี้ถึงทำอย่างนั้น"

 

น้ำเสียงราบนิ่งทำให้แฮรี่ไม่สามารถเดาอารมณ์ของคนตรงหน้าได้อย่างเคย

 

"ฉันทำอะไร"

 

เมื่อยังไม่แน่ใจในคำถามทำให้แฮรี่ถามกลับอีกครั้ง

 

"ทำไมถึงรับโทรศัพท์อย่างนั้น"

 

ทันทีที่ประโยคนี้ออกจากปากคนตัวสูงมันทำให้แฮรี่รู้สึกสะอึกขึ้นมาทันที

นี่ตัวเค้าผิดเหรอที่รับโทรศัพท์ของคนบ้านนี้ ผิดที่อาจจะสร้างการมีตัวตนของคนรับใช้โง่ๆคนหนึ่งขึ้นมาให้พ่อแม่ของอีกฝ่ายรับรู้ แม้ว่าเค้าจะไม่หวังให้อีกฝ่ายพาออกเปิดเผยกับใครต่อใครหรือแม้แต่ครอบครัวของเจ้าตัว แต่แฮรี่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ต่ำขนาดที่ว่า แม้จะเป็นคนรับใช้ก็เป็นไม่ได้

 

หน่วยตากลมโตคลอจัดไปด้วยน้ำหล่อเลี้ยงที่พากันมากระจุกเอ่อล้นอยู่ แฮรี่พยายามกลืนก้อนแข็งๆลงคอไปอย่างยากลำบาก แต่หากทันทีที่น้ำตาหยดแรงหลั่งรินออกจากดวงตาคู่โตมันกลับถูกเกี่ยวเก็บไปด้วยเรียวลิ้นของอีกฝ่าย เดรกโกที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามในตอนแรกดึงอีกฝ่ายเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งทันที

 

"ทำไมต้องร้องไห้แฮรี่ ฉันสิที่ควรจะเป็นฝ่ายเสียใจ"

เอ่ยด้วยโทนเสียงนุ่มนวลราวปุยนุ่น ฝ่ามือกว้างยกขึ้นลูบศรีษะอีกฝ่ายที่ดูท่าจะไม่หยุดร้องไห้เอาง่ายๆ

 

"ฉันไม่โกรธไม่ว่าถ้านายจะไม่อยากแสดงตัวกับคนอื่นว่าเราเป็นอะไรกัน แต่ฉันก็แค่เสียใจ....เสียใจที่ทำไมการที่ฉันรักนายมันทำให้นายต้องกดตัวเองให้ต่ำลง"

แฮรี่ที่ยังคงนิ่งทำให้เดรกโกเลือกที่จะพูดต่อ ใช่สิเค้ายอมมาได้ตลอด กับเรื่องผิดหวังแค่นี้เค้าก็ทนได้

แม้จะต้องฝืนยิ้มแต่เค้าก็ต้องการจะบอกให้อีกฝ่ายได้รู้

 

"แล้วรู้ไม๊สิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจที่สุดมันคือ....ความรู้สึกของฉันที่ฉันเคยคิดมาตลอดว่านายรับรู้มัน มันกลับไม่เคยส่งไปถึงนายเลยแฮรี่....การที่ถูกมองข้ามไปอย่างนี้มันทำให้ฉันเสียใจนะ"

 

"รู้เอาไว้นะว่าสำหรับฉัน นาย-เป็น-คน-สำ-คัญ-เสมอ แฮรี่"

 

 

ทันทีที่เดรกโกพูดจบริมฝีปากที่พึ่งเอ่ยพูดกลับปิดลงด้วยริมฝีปากเรียวปากแดงฉ่ำของอีกฝ่าย และเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระแฮรี่ก็โถมเข้ากอดอีกฝ่ายแรงๆ

 

"ฉันขอโทษเดรก....ฉันแค่ไม่แน่ใจว่าฉัน...อยู่ในสถานะอะไรในบ้านหลังนี้ และกับสังคมแบบนี้...เราถือว่าเป็นอะไรกัน คือ..ที่โลกแห่งเวทมนต์ฉันมันก็เป็นแค่พ่อมดจนๆคนนึงที่ไม่ได้มีชื่อเสียงหน้าตาอะไรในสังคมมากมาย แล้วยิ่งกับพวกมักเกิ้ลแล้ว.......ฉันแทบจะเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลยนะเดร...."

ดวงตากลมโตสีน้ำทะเลมองสบควันบุหรี่สีเทาเข้มด้วยแววสั่นระริก

 

 

 

 

"รู้ไว้นะแฮรี่.......ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไหร่ แต่สำหรับฉัน...นายคือคนรักที่สำคัญที่สุดของฉัน และสำหรับบ้านหลังนี้....นายจะเป็นคุณหนูเล็กเพียงคนเดียวของที่นี่ตลอดไป.....แฮรี่ พอตเตอร์...."

 

 

 

 

 

 

"เรียบร้อยรึยังแฮรี่"

คนตัวโตที่เข้ามาเช็คความเรียบร้อยของคนตัวเล็กอีกครั้ง

ทรงผมที่ถูกหวีให้เรียบและเสื้อผ้าที่เปลี่ยนเป็นแบบค่อนข้างทางการทำให้แฮรี่รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แม้เดรกโกจะบอกว่าไม่ทำเป็นต้องแต่งตัวดีมากก็ได้ แต่แฮรี่ก็คิดว่าการจะไปพบพ่อแม่ของอีกฝ่ายมันเป็นเรื่องใหญ่มากพอกับๆการไปชมควิชดิชเวิลคัพเลยนะ!

 

"จริงๆแต่งธรรมดาก็ได้ ยังไงนายก็ต้องไปเปลี่ยนชุดอีกรอบที่บ้านฉันอยู่ดี"

เดรกโกบ่นเบาๆกับความคิดมากของคนรัก กับแค่การไปเปิดตัวปาร์ตี้ฮาโลวีนเล็กๆของที่บ้านเค้า ไม่เห็นจะต้องซีเรียสอะไรขนาดนี้เลย

 

 

หลังจากตอนที่เดรกโกมอบต่ำแหน่งคุณหนูน้อยคนเดียวของบ้านให้กับเค้าแล้ว หมอนั่นก็พูดอีกประโยคที่ทำให้เค้าต้องมานั่งเครียดอยู่นี่

 

"ส่วนสังคมที่นายว่า...จริงๆฉันก็ไม่ค่อยอยากจะเอานายไปออกงานให้เกลื่อนหรอก....ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นน่า แค่นี้ในโลกพ่อมดนายก็ดังจนฉันไม่อยากจะให้ดังไปมากกว่านี้แล้วล่ะ แค่ตอนนี้แฟนฉันทำอะไรที่ไหนไอ้พวกเดรี่ฟรอเฟร็ตก็แทบจะเขียนบอกกล่าวทุกย่างก้าวของนายอยู่แล้ว ถ้าขืนดังไปมากกว่านี้สงสัยฉันไม่ต้องทำงานกันพอดี ได้มัวแต่ไปตามเก็บไอ้พวกพ่อมดที่คิดจะมาตีท้ายครัวแย่งเมียชาวบ้านน่ะสิ"

 

แฮรี่ที่ได้แต่อึ้งกับคำกล่าวเกินจริงของแฟนตัวเองยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับ อีกฝ่ายก็พูดขึ้นต่อซะก่อน

 

"แต่ก็อย่างว่าแหละ ก็เพราะนายเป็นคนดัง ถ้าฉันไม่รีบตรีตราจองนายเอาไว้ก่อนมีหวังฉันต้องได้ถูกนอกใจระหว่างไปทำงานแน่ๆ"

แฮรี่อดขำคนขี้ประชดไม่ได้

 

 

 

"เอาเป็นว่า.............เริ่มแรกมาแนะนำตัวกับพ่อแม่ฉันคืนนี้ก่อนล่ะกันนะแฮรี่"

 

 

 

 

และหลังจากประโยคนั้นมันทำให้แฮรี่ต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำอาบน้ำปะแป้งแต่งตัวใหม่อีกรอบทันที!

 

"โอเค ถ้านายพร้อมแล้วก็ไปกันเลยเถอะ"

หลังจากมัลฟอยก้มลงพิสูจน์กลิ่นความเรียบร้อยจากแก้มนุ่มเสร็จก็เดินยิ้มจูงมือกันไปหยุดอยู่ที่หน้าเตาผิงที่ถูกเอาผ้าคลุมไว้อยู่ แฮรี่ไม่เคยจะสังเกตด้วยซ้ำว่าในห้องนอนเค้ายังมีเตาผิงอันใหญ่อยู่ที่ตรงริม เนื่องด้วยที่นี่ไม่เหมือนที่อังกฤษอากาศที่ค่อนข้างจะอบอุ่นทำให้เดรกโกไม่เคยจะใช้มันเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

ดวงไฟสีแดงลุกพรึ่บทันทีที่ไม่กายสิทธิ์ถูกสะบัดออกไป เสียงท่อนไม้ที่แตกเปราะแปะเนื่องจากโดนความร้อน กลิ่นไอเผาไหม้เจือจางอยู่ในอากาศ สิ่งเหล่านี้มันทำให้แฮรี่เริ่มนึกถึงที่ที่จากมา

 

เค้ากำลังจะได้กลับไปสินะ

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นแฮรี่จึงเริ่มหันกลับมามองรอบตัวๆ แผ่นหินขัดมันสีขาวยวงใสที่ถูกปูเรียงตัวอย่างสวยงามไปทั่วบ้านโทนสว่างหลังนี้ มองออกไปนอกหน้าตาก็เห็นสวยเขียวสวยกว้างที่สร้างความชุ่มชื้นตัดกับทะเลทรายที่อยู่รายรอบ

 

แม้จะดูแห้งแล้งแต่มันกลับเป็นสถานที่ที่เป็นบ่อเกิดของสิ่งมีชีวิตหลายชีวิต ลมร้อนกลางทะเลทรายที่มักจะพัดมาพร้อมกับไอแดดในช่วงใกล้เที่ยง ทั้งที่มันทำให้เหงื่อไหลท่วมกายผิดกับลมฤดูหนาวเหน็บกลางกรุงลอนดอนที่เค้ารู้จักกับมันมาเกือบทั้งชีวิต แต่ก็เพราะลมร้อนนี้ไม่ใช่เหรอที่มันได้พัดพาเอาความอบอุ่น ความรักความเข้าใจ และสุดท้ายมันก็เป็นตัวการที่พัดเอาเอาบ้านของหัวใจมาให้กับเค้า บ้าน...ที่หาไม่ได้ในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี บ้านที่แม้จะไม่ใหญ่โตระโหฐานเหมือนบ้านผู้ดีในประเทศอังกฤษ แต่มันกลับเป็นบ้านที่เค้ากลับรู้สึกอยู่แล้วอุ่นใจไม่แพ้บ้านที่เค้าได้รับจากพ่อบุญธรรมของเค้าเลยทีเดียว แม้จะไม่มีเอลฟ์คอยรับใช้ แต่มันก็ไม่ได้เหนื่อยหรือรู้สึกแย่อะไรกับการที่จะต้องอยู่ร่วมกับพวกป้าพี่เลี้ยง

ผู้คนที่นี่แม้จะไม่รู้เวทมนย์ใดๆ ไม่ได้รับรู้ถึงชื่อเสียงที่เค้ามี แต่กลับให้การต้อนรับเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้อย่างอบอุ่นไร้ซึ่งการดูถูกเหยียดหยามอย่างคนอื่นๆที่เค้าเคยเจอ ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงเปรียบเสมือนโอเอซิสที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ทะเลทรายที่ว่างเปล่า

ถ้าจะเทียบความรู้สึกของเค้าตอนครั้งแรกที่มาถึงกับตอนนี้ มันคงเทียบได้กับดอกไม้ชนิดนึงกระมัง แม้ว่าแรกเริ่มจะไม่มีวี่แววให้เห็นว่า กลางทะเลทรายแห่งนี้จะสามารถเป็นบ่อเกิดของดอกไม้ดอกใดได้ แต่เป็นคนบ่อน้ำบ่อนี้ที่คอยเฝ้าเติมเต็มความชุ่มชื้นทำให้แม้แต่ดอกไม้ที่เค้าว่ากันว่าเกิดยากนักยากหนาในทะเลทรายแห่งนี้ก็เกิดขึ้นในที่สุด

 

....เป็นเพราะนายนะเดรกโก....

 

ความรู้สึกของฉันและนายมันก็เปรียบได้กับดอกไม้ที่แม้มันจะหายากที่สุดแต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว

 

 

 

.....ดอกกุหลาบทะเลทราย....

 

 

ฉันมั่นใจว่าดอกไม้นี้มันก็จะโตและแข็งแรงอย่างไม่มีอะไรสามารถมาทำให้มันตายลงได้ นอกเสียจากว่าบ่อโอเอซิสที่เคยคุ้มครองดูแลมันมาตลอดเกิดจะแห้งเหือดลงไป เพราะหากเป็นอย่างนั้นดอกไม้ดอกนี้มันก็คงจะเหี่ยวเฉาผลัดใบทิ้งและตายลงในที่สุดเป็นแน่

 

 

 

 

 

 

‘ตราบใดที่ยังมีความมั่นคงสม่ำเสมอ ก็แน่ใจได้เลยว่ารักของเราจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง'

 

 

 

 

 

 

 

ดวงไฟลูกโตกลางเตาผิงอันใหญ่เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวกลับเป็นกลุ่มไฟสีแดงเช่นเคยก่อนจะค่อยๆหรี่อ่อนจนมอดลงในที่สุดพร้อมกับสายลมบางเบาที่พัดผ่านพร้อมกับๆคำเอ่ยลาและคำสัญญาของคนสองคน

 

 

 

‘ลาก่อน บ้านหลังที่สองของฉัน'

 

 

 

‘ฉันจะพาคุณหนูเล็กของพวกนายกลับมาเยี่ยมอีกครั้งอย่างแน่นอน'

 

 

 

 

 

 

 

Hiding from the rain and snow
Trying to forget but I won't let go
Looking at a crowded street
Listening to my own heart beat

 

"แฮรี่ คราวนี้นายแน่ใจเหรอว่าจะรับงานไปที่ทะเลทรายน่ะ มันร้อนนะ"

เสียงเพื่อนสนิทที่เดินตามหลังมาตะโกนถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ทำให้ร่างบางหันกลับมายิ้มสวย

 

 

"ฉันอยากจะลืมอะไรๆน่ะ ไปไกลๆบ้างก็เผื่อจะดีขึ้น"

 

 


So many people all around the world
Tell me where do I find someone like you girl

 

 

บอกฉันมาหน่อยสิแฮรี่ว่าทำไม ทั้งที่หลังจากเราจบจากฮอกวอร์ตเราจะไม่เคยได้คุยกันเลยสักครั้ง

ทั้งที่หลังจากนั้นฉันก็เจอคนมากมายนะ

 

...แต่....

 

 

ฉันก็ไม่เคยเจอใครที่จะแทนนายได้เลยจริงๆ

 

 

หรือว่าจริงๆแล้วฉันไม่ได้ต้องการใครมาแทนนายกันนะ

 



Take me to your heart take me to your soul

 

รับฉันเข้าไปในใจนายหน่อยเถอะแฮรื ช่วยกรุณารู้สึกถึงตัวตนของฉัน กรุณารับรู้สิ่งที่ฉันอยากจะให้ด้วยเถอะ


Give me your hand before I'm old

ถ้าหากนายจะหนีฉันไป แต่ก่อนเราจะแก่ตายกันไป อย่างน้อยก็ให้มือนี้กับฉันเถอะนะ

ฉันยังอยากจะเดินจูงมือไปเที่ยว พานายไปหาพ่อแม่ อยากจะพานายไปในที่ที่ฉันชอบ อยากจะพานายไปทำในสิ่งที่นายมีความสุข รู้ไม๊แฮรี่ ฉันอยากจะจับมันเอาไว้จนกว่าจะถึงวันที่เราทั้งคู่ไม่มีแรงที่จะจับมันอีกต่อไป

 

Show me what love is - haven't got a clue

เดรกโก มัลฟอย...ฉันไม่เคยนึกจะชอบนายเลย

แต่ทั้งที่คิดอย่างนั้น ฉันกลับอยากจะให้นายแสดงถึงสิ่งที่เรียกว่า รัก

ฉันกลับอยากจะรู้ความหมายคำนี้จากนาย

 

นายเพียงคนเดียว...เดรก....

 

Show me that wonders can be true

 

แสดงให้ฉันดูหน่อยสิว่าปาฏิหารย์สำหรับรักของเราน่ะมีจริง

ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับอดีตทุกทีที่คิดถึงมัน

 

ดังนั้น....ช่วยลบความเจ็บปวดพวกนั้นออกไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า...สิ่งมหัศจรรย์ได้ไม๊....

 


They say nothing lasts forever
We're only here today
Love is now or never
Bring me far away

แม้จะมีวันพรุ่งนี้หรือเปล่า แต่ตอนนี้เวลานี้ฉันอยากจะใช้มันกับนายเดรก

แม้ว่าพรุ่งนี้นายจะตัดสินใจทำอะไร แม้ว่ามันจะทำให้ฉันเจ็บปวด แต่แค่คืนนี้...ขอให้ฉันได้จมอยู่กับความฝันที่สวยงามที่สุดด้วยเถอะ

 

 

Take me to your heart take me to your soul
Give me your hand and hold me

 

เดรกโก ได้โปรดยื่นมือออกมาให้ฉันจับ กรุณายึดฉันไว้ด้วยเถอะ

รับฉันเข้าไปในใจนาย ทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงความรักของนาย อย่าปล่อยให้ฉันต้องไปในวันพรุ่งนี้เลยนะ...เดรก...


Show me what love is - be my guiding star
It's easy take me to your heart

 

....แฮรี่.....

 

ฉันมั่นใจว่านายจะต้องกลับมา

 

ฉันมั่นใจว่ารักของเราจะต้องเป็นเหมือนดวงดาวที่คอยช่วยนำทางนายเวลานายคิดหรือตัดสินใจอะไร

 

 

...แต่ถ้านายไม่ได้รับรู้ถึงความรักอันนั้น....

 

 

..มันง่ายๆแฮรี่....แค่รับฉันเข้าไป แล้วนายก็จะรับรู้ได้ถึงความรักของฉัน

 


Standing on a mountain high
Looking at the moon through a clear blue sky
I should go and see some friends
But they don't really comprehend

"ตัดสินใจมาแล้วนี่แฮรี่ ก็แค่ทำให้เสร็จ หลังจากนี้นายก็จะได้กลับไปอยู่กับเค้าแล้ว"

เพื่อนสาวที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของร่างบางที่ออกมาเดินเล่นนอกบ้านเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนเริ่มเหม่ออีกรอบ

 

ดวงหน้าสวยไม่ได้เอ่ยอะไรตอบ จะมีก็แต่ดวงตาที่แสดงความรู้สึกออกมาแทนทุกสิ่ง

 

 

ทั้งที่ฉันควรจะรู้สึกสนุกกับงานได้มากกว่านี้ รู้สึกสนุกกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอมานานได้มากกว่านี้

แต่เพราะนาย....นายทำให้ฉันคิดถึงแต่นาย

 

 

....เดรก....

 


Don't need too much talking without saying anything
All I need is someone who makes me wanna sing

 

 

และตอนนี้ที่พวกเราสองคนได้มาจับมืออย่างนี้ ความรู้สึกอุ่นไปทั้งหัวใจ คำพูดมากมายไม่สามารถแทนความรู้สึกทุกอย่างที่เรามีต่อกันได้ แค่มีกันและกันอยู่ข้างๆกัน แค่ได้รับรู้ถึงเสียงหัวใจ และความอบอุ่นที่แนบชิดกันอยู่แบบนี้ แค่นี้มันก็ทำให้พวกเรารู้สึกมีความสุขจนไม่รู้จะหาอะไรมาทดแทนได้แล้ว

 

 

ความรู้สึกนี้มันช่างดีจริงๆ

 

ทั้งแข็งแรง เป็นสิ่งที่ทั้งช่วยทลายอุปสรรคต่างๆ

แต่ในอีกมุมมันก็เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่กันเราออกจากเรื่องร้ายๆ

 

ทำให้เรารู้สึกมั่นใจ อบอุ่นไปทั้งหัวใจ

 

 

ความรู้สึกที่เรียกว่า

 

 

.............ความรัก...............

 

 

....The END of DESERT ROSE.....

 

Credit: Take me to your heart: MLTR

 

http://www.mediafire.com/?4zjtdpmxngh

 

 

C YOU ON Special Part with Nu Daily >.<

[Fic DM/HP] Desert Rose: Part XIV Warning NC17!!

posted on 20 Oct 2008 00:54 by redwest
 

[Fic DM/HP] Desert Rose: Part 14 By Killau

~LOVE SO SWEET~

แสงแดดตอนเที่ยงที่ส่องกระทบตาทำให้ร่างเล็กที่นอนหลับอยู่บนเตียงกว้างค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นขยับปรับแสงทีสองที

 

หืม นี่เราหลับไปจริงๆเหรอเนี่ย

 

แฮรี่ลืมตามองแสงแดดตอนเที่ยงที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอน

หลังจากที่ถูกป้อนข้าว ป้อนยา แล้วคนตัวสูงที่เดินหายไปพร้อมๆกับจานชามที่สงสัยว่าป้าๆแม่บ้านคงจะลมจับกันพอดีที่เห็นคุณชายสุดรักเดินไปเก็บจานเอง!

 

อ่อ ใช่สินะ ตอนนั้นเค้าก็คิดกัดหมอนั่นในใจอย่างนี้แล้วก็เผลอหลับไปนี่นา

 

แฮรี่ที่ยังคงนอนขดตัวคะแคงหันหน้าเข้ากระจกบานกว้างใสอยู่หวังจะเปลี่ยนท่าให้นอนสบายมากขึ้น กลับถูกมือๆนึงรั้งเอวเข้าไปแนบชิดแผ่นอกของอีกคนที่นอนซ้อนทับอยู่ข้างหลัง

 

"...อย่าขยุกขยิก..สิ ฉันพึ่งจะได้นอนเองนะ"

เสียงพูดงัวเงียๆงึมงำในคอที่กรอกอยู่ข้างหูทำให้แฮรี่หน้าแดงขึ้นมาทันที

 

ถึงว่าว่าทำไมเอวมันถึงหนักๆ

 

ว่าแต่เค้าตื่นแล้วแล้วหมอนี่มันจะบังคับให้เค้านอนต่อหรือไงฟ่ะ!

 

คิดแล้วก็ไม่สมเหตุสมผลจนต้องค่อยๆเถิบตัวออกจากอ้อมกอด

แต่แล้วจากที่ถูกซ้อนหลังอยู่ดีดีก็มีท่อนแขนแกร่งจับตัวเค้าพลิกกลับไปซบกับแผ่นอกกว้างซะงั้น!

 

"ขอนอนอีกนิดไมได้เหรอ"

 

น้ำเสียงติดจะอ้อนเกินปกติของเดรกโกทำให้แฮรี่อดที่จะเบ้ปากไม่ได้

 

เชอะ ถ้าไม่ติดว่าไอ้แผ่นอกที่กระเพื่อมนี่มันทำให้นึกถึงตอนที่ริมฝีปากของตนเคยจูบประทับรอยเอาไว้จะเงียบหลบอายอยู่อย่างนี้หรอกน่า

 

แฮรี่หลับตาซบศรีษะพิงลงกับแผ่นอกกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ

 

ก่อนที่ริมฝีปากบางงอนเฉียบจะหยักยกยิ้มร้าย

 

"คนขี้โกหก"

 

แต่นั่นไม่ได้ทำให้พ่อคนขี้โกหกขยับตัวหรือทำอะไรเพิ่มขึ้นนอกจากจะกอดรัดให้แรงแน่นขึ้นไปอีก เจ้าตัวบางไม่ได้ทำอะไรนอกจากกระชับมือที่โอบแผ่นหลังกว้างอยู่ให้แน่นมากขึ้นเช่นเดียวกัน และไม่นานนักทั้งคู่ก็ถูกกล่อมให้หลับไปอีกรอบด้วยอ้อมกอดที่คุ้นเคยและเสียงหัวใจที่ค่อยๆลดจังหวะลงจนกลายเป็นปกติพร้อมกับรอยยิ้มติดริมฝีปากของคนทั้งคู่

 

 

เวลาผ่านพ้นไปเป็นสัปดาห์แฮรี่อาการดีขึ้นเยอะจะเหลือก็แต่เพียงร่องรอยฟกช้ำเพียงเล็กน้อยและสเก็ตแผลตามลำตัวนิดหน่อย แม้แต่คุณหมอที่มาตรวจอยู่ทุกวันก็อดทึ่งไม่ได้

 

"แม้แต่พ่อมดด้วยกันก็หาได้ยากนะครับที่จะมีร่างกายที่ฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้ แต่ผมก็ยัง....อืม....."แน่นอนว่านอกจากกำลังใจที่ดีมากๆที่เป็นอันรู้กันแล้ว นานทีๆเค้าจะได้เจอคนไข้ที่มีร่างกายที่แปลกแบบนี้ แต่ก็อย่างว่าแหละตามการวิจัยของกระทรวงสัตว์โลกพ่อมดน่ารัก(กระทรวงบ้าอะไร้)บอกไว้ว่าพ่อมดหลายคนมักจะมีพลังแฝงแบบแปลกๆอยู่ในตัวเอง

 

คุณหมอประจำตระกูลรูปหล่อสรุปกับตัวเองในใจก่อนจะเลิกคิดฟุ้งซ่านกับร่างกายของคุณชายคนใหม่ของบ้าน แม้ว่าจะมีอะไรบางอย่างที่เค้างงๆอยู่ แต่มันก็ดูจะไม่เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของร่างบางตอนนี้และมันทำให้เค้าเลือกที่จะทิ้งมันไปดีกว่า

แค่คุณหนูคนใหม่ปลอดภัยมันก็ทำให้เค้ารู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะแล้ว

 

"จากนี้ก็ขอให้คุณทายาแก้ช้ำแล้วก็กินยาตามปกตินะครับจะได้หายไวๆส่วนอาการอย่างอื่น..."

แฮรี่ที่ตั้งใจฟังผลตรวจอย่างใจจดใจจ่อก็ทำท่าลุ้นซะจนคนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างตัวอดจะหมั่นไส้ไม่ได้

 

นี่ชาติที่แล้วแฟนเค้าเกิดเป็นลิงหรือไงกัน! แค่ไม่ได้ออกไปกระโดดโลดเต้นสักวันสองวันทำอย่างกับจะเฉาตาย

 

ด้วยความหมั่นไส้มันทำให้ร่างสูงอดจะส่งซิกกับคนเป็นหมอไม่ได้

 

"อย่างอื่นเป็นยังไงหรือฮะหมอ"

ร่างบางรีบถามต่อหลังจากที่เห็นคนเป็นหมอเงียบไป

ผู้เป็นหมอรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย คุณหนูก็อยากหาย แต่คุณชายก็อยากแกล้ง! โอ้ย คนเป็นหมอเลือกไม่ถูกเว้ย

แต่เมื่อหว่างคิ้วของร่างสูงขมวดลงอีกนิดมันก็ช่วยให้การตัดสินใจนั้นง่ายขึ้นทันตา

 

"อาการช้ำในของคุณหนูหายดีแล้วครับ จะเหลือก็แต่กระดูกที่ยังต้องพักไว้อีกนิดถึงจะใช้การได้ตามปกติครับ"

แฮรี่ถอนหายใจทันทีด้วยความเสียดาย

 

เหอะ อยู่บ้านกินๆนอนๆจนจะกลายเป็นวัฏจักรการอ้วนกลมอยู่แล้ว อะไรฟ่ะทำไมแค่ข้อแขนมันหายยากหายเย็นอย่างนี้

 

เอ๊ะ..เดี๋ยวนะ มันชักจะตะหงิดๆ

 

 

เมื่อกี้หมอนั่นมันสบตากับหมอนี่นา

 

 

แฮรี่นั่งรอจนเดรกโกเดินออกไปส่งหมอที่หน้าห้องนอนตัวเองจนผู้ต้องหารูปหล่อเดินกลับมาอีกครั้งจึงได้คราวที่โจทย์จะสักถามอีกรอบ

 

"นายสั่งอะไรหมอไว้รึเปล่าเดรก"

 

แฮรี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับดวงตาที่จ้องตรงมา

 

"สั่ง.....ว่าให้ตรวจนายให้ดี"

เดรกโกรีบต่อประโยคทันทีเมื่อเห็นว่ามีคนเตรียมโวย

 

"อะไรอ่ะ~ ทำไมข้อแขนฉันมันถึงได้หายยากหายเย็นอย่างนี้ล่ะ ทีตอนอยู่ฮอกวอร์ตนะหายเร็วอย่างกับอะไรดี"

เมื่อถามไม่ได้ความแฮรี่ก็เลิกเก็ก บ่นง่อนแง่นออกมาแทน

 

หึ ฉันไม่ได้โกหกสักคำนะแฮรี่แค่บอกไม่หมดก็เท่านั้น

 

"ยานายไม่ดีหรือเปล่าเดรก"

เมื่อทำอะไรไม่ได้แฮรี่จึงเริ่มพาล

 

"ไม่ใช่ว่านายแก่แล้วเหรอแฮรี่"

 

นั่น! ด่ากรูอีก!

 

 

โว้ย เป็นแฟนภาษาอะไรวะเนี่ย

เดรกโกตัดสินใจจะเลิกแกล้งอีกคนก็ตอนที่เห็นเจ้าตัวเล็กมันเริ่มจะรุมทึ้งหัวตัวเอง

"นี่นายไม่รู้หรือไงว่าผิวหุ้มศรีษะมันบางกี่เซ็น แล้วผมนี่ก็อีก คิดว่ามีกี่ล้านเส้นกันถึงทึ้งได้ไม่กลัวหมด สมองนี่ก็อีกเกิดได้รับความกระทบกระเทือนขึ้นมาจะทำยังไง"

 

แฮรี่อ้าปากกว้างช็อคกับเหตุผล มือทั้งสองข้างถูกเดรกโกจับเอามาไว้บนหน้าตักพร้อมทำเนียนจับอีกคนนั่งตักซะงั้น

 

นี่เค้าแค่ดึงผมตัวเองนิดหน่อยพอให้เลือดเดินแต่ดูเหตุผลที่มันพูดสิ หมอนี่มันเห็นว่าแฮรี่กำลังหยิบมีดขึ้นมาปาดหัวตัวเองเล่นหรือไงกัน! แต่ไม่ทันที่แฮรี่จะได้ตอบอะไรก็ถูกเดรกโกแก้ผ้าซะก่อน ทำให้ลืมเรื่องที่จะท้วงไปเลย

 

"เฮ้ยเดรกจะทำอะไร!"

 

"ถามแปลกๆก็อาบน้ำสิ นายคิดว่านี่มันกี่โมงกันแล้ว"

 

"ถ้างั้นก็ปล่อย เดี๋ยวฉันอาบเองได้"

แม้วันแรกๆจะถูกเช็ดตัวให้ แต่สองสามวันมานี้เค้าก็อาบเองมาตลอด

 

"ไม่เอา วันนี้อาบด้วยกัน"

โดยไม่รอฟังเสียง ทันทีที่ปลดเสื้อผ้าออกจากตัวคนช่างพูดได้หมดเดรกโกก็อุ้มคนร่างบางเดินเข้าไปในห้องน้ำกว้างทันที

 

ห้องน้ำโทนสว่างกว้างที่ถูกแบ่งออกเป็นโซนเปียกและโซนแห้ง ขณะนี้ในคอกกระจกใสที่กั้นเป็นที่สำหรับอาบฝักบัวก่อนที่จะไปลงในอ่างสีขาวครีมที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกันนั้นได้ถูกจับจองด้วยร่างสองร่าง เดรกโกที่กำลังไล้สบู่เหลวไปทั่วลำตัวของร่างบางก่อนจะเอาน้ำค่อยๆลูบไปทั่วๆอีกรอบเพื่อให้เกิดฟองแต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเอาแต่หันหลังให้ทำให้ร่างสูงเกิดความหมั่นไส้อยากแกล้งคนขี้อายขึ้นมาตะหงิดๆ

 

"หันมานี่สิแฮรี่"

ไม่ทันรอคำตอบจัดการจับเอวบางที่หันหลังให้ตนอยู่ให้หันหน้าเข้ามาชนกัน

"เดี๋ยว..."ไม่รอฟังจนจบคำคนตัวสูงกลับตวัดเอาท่อนแขนเรียวบางของแฟนตัวเล็กขึ้นคล้องรอบคอตัวเอง

"อย่างนี้ค่อยถูได้ทั่วถึงหน่อย"

 

เสียงที่เอ่ยเบาๆอยู่ข้างหูบวกกับร่างกายที่อยู่ใกล้ชิดติดกันในที่สว่างโล่งแจ้งขนาดนี้ทำให้แฮรี่เกิดอาการหน้าแดงขึ้นมาได้ไม่ยาก

เดรกโกยังคงทำหน้าที่ลูบไล้ทำความสะอาดร่างกายของแฟนต่อไปอย่างเชื่องช้า ด้วยท่วงท่าที่เป็นอยู่ทำให้ผิวเปียกลื่นของคนทั้งคู่เสียดสีกันไปมาอยู่บ่อยครั้ง เสียงผิวเนื้อเปียกน้ำที่กระทบกันดังเฉอะแฉะ นิ้วมือที่ขยันไล้ลูบแถวต้นคอแผ่นหลังต่ำลึกไปจนถึงแนวสะโพกบางชวนให้อีกคนเกิดอารมณ์ขึ้นมาได้ง่ายๆ

 

ลมหายใจร้อนที่เป่ารดช่วงต้นคอขาวทำให้เดรกโกรับรู้ได้ว่าเจ้าตัวเล็กของเค้าคงเกิดอารมณ์ขึ้นมาแล้วแน่ๆ

 

"หึ......ถ้าอยากให้ช่วยถูกตรงนี้ทำไมไม่บอก"

ขบเบาๆที่ติ่งปลายหูก่อนจะกล่าวเสียงแหบทุ้มต่ำพอให้อีกคนใจสั่นเล่น

 

แฮรี่ที่ตอนแรกยังคงงงอยู่ว่าอีกฝ่ายพูดถึงอะไรสะดุ้งเฮือกทันทีที่เดรกโกสัมผัสลงที่ท่อนเนื้อร้อนด้านหน้า

 

"อย่า..เดรก..."

 

เอ่ยครางเสียงหวิวพร้อมท่อนแขนที่กอดรัดแน่นขึ้นอีก

 

แฮรี่ไม่ได้รู้ตัวว่าตัวเองเกิดอารมณ์จนกระทั่งร่างสูงเริ่มบรรจงไล้ลูบสบู่ลงที่โคนหยอกล้อบีบเค้นเบาๆที่ก้อนเนื้อไปมาก่อนที่นิ้วเรียวจะไล้สัมผัสบางๆไปตามเรียวแท่งจนถึงสุขขอบปลายพอให้อีกฝ่ายครางครึ้มในล้ำคอ

 

"อา...ดะ..เดร..อย่าแกล้ง...อืม...สิ"

เดรกโกกระตุกยิ้มที่มุมปากพอใจกับเสียงหวานที่ส่งออกมาไม่น้อย

 

ฝ่ามือหนาค่อยๆกวาดไล้ไปทั่วแท่งเนื้อก่อนจะรูดขึ้นลงอย่างเบามือ

 

"อืม....เดรก...อะ..."

ปลายนิ้วโป้งกดลงที่จุดปลายสุดของแท่งเนื้อร้อนพร้อมกับอีกมือที่ประคองหยอกล้อกับตัวฐานอยู่พาให้อีกคนอารมณ์กระเจิงได้ไม่ยากนัก

 

แฮรี่ตัดสินใจเขย่งเท้าขึ้นนิดนึงก่อนจะงับริมฝีปากบางลงเบาๆที่หูของอีกฝ่าย ลมหายใจร้อนถูกเป่าออกไปพร้อมเสียงกระซิบที่แหบพร่า

 

"เดรกคิดถูกแล้วเหรอที่จะแกล้งกันน่ะ"

 

เดรกโกยกยิ้มขำลึกในลำคอกับความแก่นกล้าของแฟนตัวเอง จะไม่ไหวอยู่มะรอมมะร่อยังมีอารมณ์มาขู่คนอื่นเค้าอีกนะ

"หามิได้ครับเจ้าหญิง"

พูดจบฝ่ามือหนาก็กระชับแน่นก่อนจะเปลี่ยนจังหวะให้เร็วและหนักกว่าเดิม

แฮรี่ที่ยังปรับตัวไม่ทันจึงซบตัวพิงลงกับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหากแต่ท่อนแขนเรียวยังคงต้องคล้องกับคอของอีกฝ่ายไว้เพื่อประคองตัวเอง ริมฝีปากเผยอออกพร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่ส่งออกมา

 

"อา...เดรก....อา...."

 

ไม่ว่าจะด้วยความที่ห่างหายจากกิจกรรมนี้ไปนานหรือเทคนิคของคนตรงข้ามดีเกินไปทำให้ไม่นานนักร่างกายของแฮรี่ก็ทนไม่ไหว

 

"อ๊ะ เดรก...จะ...อืมมม อ๊า..."

 

น้ำสีขาวขุ่นไม่มากไม่น้อยถูกปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือของอีกฝ่าย

แฮรี่ที่หอบหายใจอุ่นอยู่กับแผ่นอกของอีกฝ่ายเหลือบมองที่ฝ่ามือแกร่งของอีกฝ่ายแล้วจึงนึกอะไรขึ้นได้

 



....จริงสิ...เดรกโก...

 

 

ว่าแล้วแฮรี่ก็ค่อยทรุดตัวนั่งเอาเข่าทั้งสองข้างทิ้งลงพื้นหินแกรนิตสีขาวเรียบ

 

เดรกโกที่หลังจากทำให้อีกฝ่ายเสร็จก็กำลังหลับตาข่มอารมณ์ของตนที่กำลังร้อนขึ้นทุกขณะเพราะเสียงและไออุ่นของคนตัวเล็กในอ้อมกอด

 

เค้าไม่น่าเป็นฝ่ายอยากแกล้งอีกคนเลย ถึงต้องมาข่มอารมณ์ตัวเองเอาทีหลัง

ด้วยความที่แฮรี่พึ่งจะหายดีเค้ายังไม่อยากให้อีกคนต้องมาทำอะไรที่หนักซักเท่าไหร่

 

แต่ทันใดนั้นร่างสูงก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกมือร้อนผ่าวโอบอุ้มแก่นกายของตนไว้ ดวงตาสีเทาเข้มเบิกโพลง ก่อนจะหลับแน่นกัดฟันทันทีที่อีกคนส่งปลายลิ้นเล็กขึ้นและเล็มดูดชิมราวกับเป็นขนมชิ้นโปรด

 

"เดี๋ยวแฮรี่...อึก..."

 

เดรกโกที่มือทั้งสองข้างกำลังพยุงไหล่บางหวังจะดึงอีกคนให้ลุกขึ้นมากลับต้องเปลี่ยนตำแหน่งมาประคองศรีษะดำทุยแทน

ริมฝีปากบางเล็กเริ่มลงมือดูดเม้มตรงโคนก้อนก่อนที่ลิ้นร้อนจะค่อยๆเลียไล้มาตามท่อนเรียวยาวและเมื่อถึงสุดปลายจึงอมทั้งหมดเข้าไปในปากแทนแต่ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยทำให้แฮรี่ทำมันได้อย่างติดขัดๆ

มือทั้งสองค้างประคองท่อนเนื้อร้อนในขณะที่ริมฝีปากค่อยๆรูดเข้าออกพร้อมออกแรงดูดเม้มให้ได้มากที่สุด

 

"อืม..แฮรี่..."

 

เสียงครางทุ้มที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากเม้มแน่นทำให้แฮรี่ย่ามใจไม่น้อย ริมฝีปากเล็กพยายามอ้าให้กว้างแล้วรับเอาก้อนเนื้อร้อนที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเข้ามาในปากแดง ด้วยแรงอารมณ์ทำให้เดรกโกเผลอตัวกดศรีษะทุยนุ่มมือลงไปให้ลึกกว่าเดิม

ด้วยก้อนเนื้อที่เต็มปากทำให้แฮรี่หายใจได้ไม่สะดวกนัก หากแต่จังหวะที่เริ่มจะช้าลงทำให้มือหนาทนไม่ไหวเริ่มนำจังหวะด้วยการกดศรีษะเข้าออกให้เร็วกว่าเดิม

 

แฮรี่พยายามปรับตัวนึกถึงที่เดรกเคยสอนไว้ก่อนหน้านี้และไม่นานก็กลับมาเป็นผู้คุมจังหวะคืนอีกครั้ง เมื่อนักเรียนเรียนรู้ได้รวดเร็วก็ทำให้คุณครูส่งเสียงครึมครางพอใจในลำคอได้ไม่ยาก

 

เดรกโกที่มองจากมุมบนเห็นร่างเล็กที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหว่างขาตนพร้อมสายตาหวานโตที่มองเหลือบดูคุณครูอยู่เป็นระยะทำให้ตัวเค้าถึงได้ไม่ยาก เดรกโกไม่เคยหวังให้คนรักของตนต้องมาทำอะไรอย่างนี้ให้อยู่แล้ว แค่การมีเซ็กส์แบบปกติ เค้าก็โอเคอยู่แล้ว แค่ได้ดูแลซึ่งกันและกัน กอดกัน บอกรักกัน แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วจริงๆ แต่นี้คนๆนี้กลับมาทำอย่างนี้พร้อมกับส่งสีหน้าจะเหมือนจะร้องไห้ก็ไม่ใช่จะว่าไม่มั่นใจในตัวเองก็ไม่เชิงมาให้แบบนี้อีก

 

 

"อืม...แฮรี่...ดีมาก"

 

 

สายน้ำที่ยังคงไหลกระทบร่างทั้งคู่อยู่บางๆไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในตัวห้องเย็นลงแม้แต่น้อยในความรู้สึกของคนทั้งคู่ มันกลับจะยิ่มร้อนขึ้น ร้อนขึ้นเรื่อยๆ

 

และไม่นานนักเมื่อเห็นน้ำสีขาวเริ่มเล็ดรอดออกมาจากโคนปลายแฮรี่จึงค่อยๆผ่อนจังหวะให้ช้าลงก่อนจะเปลี่ยนสลับด้วยการดูดอมเม้มที่ส่วนปลายของร่างสูงเล่น ทำสลับไปมาจนอีกฝ่ายครางครึ้มในลำคอพร้อมกับสายตาที่ลืมสบพอให้รู้กันนั่นอีก

 

 

คิดจะเอาคืนเหรอเจ้าตัวดี

 

 

แฮรี่แค่นหัวเราะหึให้อีกฝ่าย ก่อนจะจุ๊บลงบนปลายท่อน ลิ้นเล็กบี้กดลงไม่เบานักพร้อมมือสองข้างที่ช่วยกันประคองไว้ ก่อนจะรับมันเข้าในปากอีกรอบ ดูดอมด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ และไม่นานนักมือหน้าจึงกดศรีษะกลมเข้ามาให้ลึกพร้อมกับเสียงครางต่ำที่ดังออกมา

 

 

"อึก........"

 

เมื่อปลดปล่อยออามาจนหมด เดรกโกทรุดตัวลงมาอยู่ระดับเดียวกับอีกคนที่นั่งแปะลงกับพื้นห้องน้ำ ริมฝีปากเรียวเล็กเลอะไปด้วยคราบน้ำของอีกฝ่ายที่ตัวเองกลืนลงไปไม่หมด

 

เดรกโกค่อยๆเลียลิ้มกวาดเก็บหยาดน้ำที่เปรอะเปื้อนตามดวงหน้าขาวใสที่บัดนี้กลับแดงระเรื่อๆด้วยแรงอารมณ์ และไม่นานหลังจากเก็บเกี่ยวคราบที่มุมปากเสร็จ ลิ้นร้อนก็ส่งเข้าไปเชยชิมรสหวานในช่องปากของอีกคนทันที มือหนาประคองศรีษะเล็กบางปรับเปลี่ยนองศาเป็นครั้งคราวหากด้วยอารมณ์ที่สูงขึ้นทำให้เรียวลิ้นของทั้งสองฝ่ายยังคงกระหวัดเกี่ยวรัดกันอยู่ไม่ห่าง

 

 

เมื่อรู้ว่าขืนทำต่อจากนี้อีกนิดตัวเองต้องอดทนไม่ไหวแล้วแน่ๆ เดรกโกจึงตัดใจค่อยๆถอนริมฝีปากออกพร้อมๆดันร่างกายที่แนบชิดกันอยู่ให้ออกห่าง

 

ดวงตาสีเขียวเบลอลืมมองอีกฝ่ายอย่างงงงวยแต่แล้วคำตอบกลับเป็นดวงตาสีเทาเข้มที่มองกลับมาด้วยความไม่แน่ใจ ก้มหน้าหันหลบไป

 

"ออกไปก่อนนะแฮรี่ เดี๋ยวฉันตามไป"

 

คิ้วสีทองเข้มหักตกลง พร้อมกับรอยยิ้มปลอบประโลมที่ถูกส่งให้ก่อนที่จะหันหลังให้กับอีกฝ่ายไปในทันที

 

 

แฮรี่ลืมตามองแผ่นหลังกว้างด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

เพราะเค้าเคยถูกพ่อมดบ้านั่นลวนลามอย่างนั้นเหรอ

 




...สกปรกงั้นสิ...

 

เมื่อคิดได้อย่างนั้นมันก็ทำให้แฮรี่แค่นยิ้ม

 

หึ....

 

เสียงหัวเราะเย้ยหยันตัวเองที่ดังขึ้นทำให้เดรกโกเหลือบตามามองก่อนที่แผ่นหลังนั่นจะหันกลับไป ถ้าดูไม่ผิดน้ำทะเลผืนกว้างที่เค้าหลงไหลมันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหยาดน้ำตาที่ล้นปรี่อยู่เต็มหน่วยตากลมโต

 

โดยไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจเลยขายาวกลับก้าวออกไปรวบเอาร่างที่กำลังเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วกลับเข้ามาในอ้อมกอดแน่นอีกครั้ง

 

"อย่าเข้าใจผิดแฮรี่"

 

แฮรี่ที่ถูกกอดจากด้านหลังมีอาการตกใจนิดหน่อยแต่แล้วเสียงทุ้มนุ่มหูพร้อมกับนิ้วมือยาวที่ขยันลูบปลอบประโลมก็ทำให้อีกคนอารมณ์เย็นลงได้ไม่ยาก

 

"นายพึ่งหายป่วยนะ"

 

ทั้งที่ๆรู้อย่างนั้นแต่เมื่อร่างกายแนบติดกันไปซะทุกส่วนขนาดนี้ แถมเค้าก็ไม่ได้มีอะไรกับร่างบางมานานแล้วด้วยทำให้อารมณ์มันถูกจุดติดได้ไม่ยากเลย แม้กระทั่งอยู่ในสถานการณ์แบบนี้!

 

แฮรี่ที่พึ่งรู้สึกได้ถึงท่อนเนื้อร้อนที่ดุนดันอยู่ด้านหลังก็ต้องหน้าแดงขึ้นอีกรอบ

 

ดวงตากลมสั่นระริกหันสบตากับอีกฝ่ายอย่างคนตัดสินใจไม่ได้และนั่นทำให้เดรกโกเลือกที่จะถอนหายใจยาวอีกครั้งก้มหน้าตัดสินใจกับตัวเองอีกสักครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มเพลียๆให้แก่อีกฝ่าย

 

"นายออกไปรอนอกห้องก่อนนะแฮรี่ เดี๋ยวฉันตามไป"

 

ว่าแล้วก็หันหลังเดินเข้าห้องอาบน้ำไปอีกรอบ

 

 

 

แฮรี่ที่ไม่รู้จะทำยังไงก็ได้แน่นิ่งงง ขบริมฝีปากอย่างครุ่นคิดกับตัวเองอีกครั้ง

 

เค้าแน่ใจว่าเค้าหายดีแล้ว แต่ก็นั่นแหละมันก็น่าอายสำหรับเค้าไม่น้อยเหมือนกันที่จะเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทั้งๆที่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ถ้าไม่นับครั้งที่แล้วที่เค้ากะจะตัดใจกับคนๆนี้ล่ะก็ ตอนอื่นเค้าก็ไม่เคยจะเป็นฝ่ายตัดสินใจหรือเริ่มที่จะมีอะไรกับเดรกโกสักที

 

 

เมื่อสมองขึ้นควบคุมการกระทำทำให้ขาทั้งสองข้างเลือกที่จะก้าวออกจากห้องน้ำไป

 

แต่แล้วขณะที่มือบางกำลังจะทาบทับลงที่กลอนประตูสีทอง

 

 

 

 

 

 

 

"อย่าไปเลยแฮรี่"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างเล็กที่ถูกจับหันหน้าชนแผ่นกระจกใสได้แต่ท้าวท่อนแขนลงท่อนขาทั้งสองข้างถูกแหวกให้กางถ่างมากขึ้นมือหนากดแผ่นหลังให้ต่ำลงกว่าปกติ เดรกโกส่งฝ่ามือร้อนเข้าลูบไล้ลำตัวด้านหน้าพร้อมๆกับส่งนิ้วมือที่มีสบู่เหลวติดอยู่เข้าไปในช่องทางด้านหลัง แฮรี่ส่งเสียงครางฮือเมื่อถูกปลุกเร้าจากทั้งสองด้านพร้อมๆกัน แต่ด้วยสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยทำให้ช่องทางด้านหลังรัดแน่นนิ้วเดรกโกกว่าปกติ

 

"ผ่อนคลายตัวเองอีกนิดแฮรี่"

 

เสียงนุ่มพยายามปลอบระโลมให้อีกฝ่ายผ่อนคลายมากขึ้นอีกนิดเพราะเค้าไม่สามารถที่จะเข้าไปข้างในได้ถ้าแฮรี่ยังคงเกร็งอยู่อย่างนี้ และไม่นานนักช่องทางที่คับแน่นจึงค่อยๆผ่อนลง จำนวนนิ้วที่ถูกเพิ่มขึ้นทำให้แฮรี่รู้สึกคับแน่นอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แล้วไม่นานเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายน่าจะพร้อมแล้วเดรกโกจึงถอนปลายนิ้วทั้งหมดออกก่อนจะจับก้อนเนื้อนิ่มแหวกออกจากกันแล้วแทรกด้วยของของตัวเองเข้าไปแทน

 

"อึก!..."

 

เนื่องด้วยปลายนิ้วเรียวที่ช่วยเบิกทางพร้อมกับคราบสบู่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ทำให้ก้อนเนื้อที่ดูใหญ่เกินตัวจนไม่น่าจะเข้าไปได้ง่ายๆกลับเข้าไปได้ลึกกว่าที่คิด เดรกโกกระชับสะโพกเพรียวเล็กแน่นก่อนจะค่อยๆถอนเข้าออกเป็นจังหวะช้าๆ

 

"อืม...เดรก"

 

เสียงใสที่เริ่มครางผะแผ่วช่างปลุกอารมณ์ของอีกคนได้ดีนัก

 

"ไม่คิดจะช่วยกันบ้างเลยนะแฮรี่"

 

ทั้งที่กะจะค่อยๆทำแล้วเชียวแต่เสียงครางหวานหูที่ดังคลอทุกจังหวะการสอดใส่มันทำให้เค้าทนไม่ไหวอีกต่อไป เดรกโกกระชับสะโพกเล็กเข้าออกอย่างเร็วและลึกที่สุด

 

"อ๊า...เดรกก..อ๊ะ.."

 

 

ด้วยความที่เป็นท่าโก่งโค้งทำให้ปลายแท่งร้อนที่เข้าไปได้ลึกกว่าทุกทีกระแทกโดนจุดสปอตหวานในตัวของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

เสียงหวานที่ถูกครางอย่างแผ่วเบาจึงเพิ่มดีกรีความดังให้อีกฝ่ายได้รู้สึกเสียงท้องเล่นได้ไม่ยากเย็นนัก

 

"อ๊ะ!!อืม...อา......ดะ...เดรก..."

ด้วยลมหายใจที่ร้อนระอุของดวงหน้าเรียวสวยที่แนบติดกระจกพร้อมกับของอีกฝ่ายที่หลับตาพ่นระบายออกทางริมฝีปากอิ่มตึงทำให้เกิดฝ้าร้อนๆขึ้นตามกระจกผืนกว้าง

 

"ระ...เร็วอีกเดร....อ...อืม...."

 

ได้ตามคำขอด้วยแรงกระแทกทำให้ร่างบางที่โยกคลอนไปทั้งตัวต้องพยายามพยุงตัวเองให้ไม่ทรุดลงไปเสียก่อน

และไม่นานนักแฮรี่ก็ถูกส่งขึ้นสวรรค์พร้อมอีกคนที่ตามกันมาติดๆ

 

"อา................................"

 


"อึก...อะ.........."

 

 

เดรกโกที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังค่อยๆดึงมือทั้งสองของแฮรี่ออกจากแผ่นกระจบหนาแล้วจึงสอดมือเข้ากอดประคองอีกคนไว้อย่างหวงแหน

 

"ฉันรักนาย"

 

คำเอ่ยรักที่นอกจากากระทำถูกส่งออกมาเป็นคำพูดเสียงทุ้มแผ่วอยู่ข้างหู แฮรี่ที่ยังอยู่ในอารมณ์มึนเบลอเงยหน้าหลับตาซบอยู่ตรงซอกคออีกฝ่ายจึงทำได้แค่ส่งเสียงครางอืออาเป็นการตอบรับ

 

เดรกโกยิ้มให้กับความน่ารักของแฟนตัวเองก่อนจะลงมืออาบน้ำให้อีกฝ่ายอีกรอบอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

 

ไม่นานร่างสองร่างก็ได้มานั่งแช่อยู่ในอ่างน้ำข้างๆด้วยกัน แฮรี่ถูกจับซ้อนหลังให้นั่งตักพร้อมโอบกอดอยู่ได้แต่นอนหายใจรวยรินหยุดพักอยู่กับแผ่นอกตึงที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของอีกคน ทำไมเค้าถึงพึ่งสังเกตนะว่าคุณชายคนนี้แม้จะไม่ได้ดูบึกทึกทึนอย่างพวกทหารหรือนักกล้ามคนไหนแต่ไหล่หนากว้างก็ไม่ได้ผอมเพรียวบางซูบอย่างเค้าเช่นกัน มันกลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วนเช่นเดียวกับช่วงแขนใหญ่กระชับที่โอบตัวเค้าไว้

 

แฮรี่ที่เผลอตัวลูบไล้ไปตามแผ่นอกและท่อนแขนต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเสียงของร่างกายคนที่กำลังสำรวจอยู่ดังขึ้นข้างหู

 

"จะยั่วกันหรือไงแฮรี่"

 

และเมื่อนั้นเองแฮรี่จึงรู้สึกได้ถึงแรงดุนที่ด้านหลังของตนอีกครั้ง

 

"นาย!.......อีกแล้วเหรอ"

แฮรี่ที่หันควับกลับมาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่ผงาดตั้งตรงขึ้นมาอีกครั้งทั้งๆที่พึ่งจะเสร็จรอบแรกไปไม่ถึงสิบนาที

 

"ก็นั่งติดกันขนาดนี้......นายก็จับนั่นโน่นของฉันอยู่นั่น....แค่นี้มันก็ทำให้ฉันอยากจะ "รัก" นายให้มากขึ้นแล้วล่ะแฮรี่"

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดพร้อมกับเหตุผลที่ถูกส่งกลับมาทำให้แฮรี่ได้แต่ก้มหน้าหลบตาพร้อมกับเอ่ยค่อนขอดเบาๆพร้อมด้วยแก้มขาวเนียนใสที่บัดนี้กลับเริ่มเปลี่ยนสีอีกครั้ง

 

 

"เพราะว่านายมันลามกต่างหากล่ะ"

 

 

และเมื่อไม่ได้ปฏิเสธอะไรร่างเล็กจึงถูกหันหน้ากลับมาพร้อมกับยกขึ้นทาบทับอีกฝ่ายในทันทีโดยปราศจากการโลมเล้า แต่กระนั้นท่อนเนื้อแข็งก็ยังคงเข้าไปได้อย่างไม่มีติดขัดแต่มันก็ยังคงความขับแน่นเอาไว้เช่นเคย

 

"อ๊า..............."

 

เสียงครางหวานที่ดังขึ้นข้างใบหูของอีกคนพร้อมกับท่อนแขนที่โอบรัดลำคอไว้ชวนให้เดรกโกอยากทำแรงๆนัก เดรกโกยกขยับสะโพกเพรียวบางขึ้นลง เสียงน้ำรักที่ยังคงคั่งค้างจากการกระทำเมื่อคู่ดังกระทบผิวเนื้อทุกการเข้าออก แฮรี่ที่ถูกจับขย่มอยู่ด้านบนเริ่มเรียนรู้ที่จะจับจังหวะและสอดส่ายสะโพกตามจังหวะที่อีกฝ่ายเป็นคนชักนำให้

เดรกโกกวาดชิมความหวานในริมฝีปากเรียวสดของร่างบางก่อนที่จะค่อยๆละลงมาตามต้นคอขาวเนียนหอมกรุ่นโดยไม่ลืมที่จะฝากฝังรอยรักเอาไว้เช่นเคย นิ้วมือข้างที่ว่างบีบคลึงตุ่มสีชมพูบนอีกขาวชวนให้แฮรี่กรีดร้องออกมาก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยลิ้นสากที่ลากผ่านมันก่อนจะอดมันเข้าไป เดรกโกออกแรงดูดดึงพร้อมกับเค้นคลึงอีกด้านไปพร้อมๆกัน ด้วยแรงกระตุ้นจากอีกฝ่ายพาให้อารมณ์ร่างบางกระเจิดกระเจิงไปไกล สะโพกบางออกแรงขย่มบดเบียดตักของร่างหนาได้ลึกและเร็วกว่าเดิม

 

"เดรก...อา...เดรก..."

 

 

 

 

"อืม...อา....."

 

 

เสียงครางแหบเซ็กซี่ที่ดังพร้อมๆกับเสียงครางต่ำในลำคอของอีกคนดังประสานกันระงมในห้องน้ำกว้าง

และไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงจุดหมายอีกรอบ

เดรกโกค่อยๆถอนตัวออกพร้อมกับเปิดน้ำล้างตัวให้อีกคนก่อนจะอุ้มร่างปวกเปียกในอ้อมแขนของตนขึ้นจากน้ำ นำผ้าเช็ดตัวขึ้นเช็ดและห่อคนตัวเล็กเอาไว้ กระชับเสื้อคลุมอาบน้ำใส่ให้ตัวเอง แล้วจึงอุ้มเอาอีกคนออกไปในห้องนอนพร้อมๆกัน

 

แฮรี่พึ่งรู้สึกตัวเองว่าเป็นคนป่วยที่พึ่งฟื้นไข้ก็ตอนนี้นี่แหละเพราะทันทีที่ถึงเตียงนอนดวงตาทั้งคู่ก็ดูจะปรี่ปรือขึ้นมาทันที สมองเริ่มหยุดทำการ ดวงหน้าหวานสวยไซร้ลงกับหมอนฟูสีขาวนุ่มที่วางอยู่บนเตียงสีขาวหลังใหญ่ ทำให้เดรกโกที่พึ่งจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดหัวออกมาอดจะอมยิ้มเอ็นดูไม่ได้

 

"อย่าพึ่งหลับนะแฮรี่ เป่าผมก่อนเดี๋ยวจะไม่สบายขึ้นมาอีกรอบ"

 

แฮรี่ไม่ได้ลุกขึ้นมาอย่างที่ควรทำกลับแค่ส่งเสียงครือครางในลำคอออกมาแทน

และนั่นทำให้เดรกโกเดินไปนั่งลงที่เตียงนุ่มก่อนจะค่อยๆประคองร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่งพิงตัวเองไว้ ไดรเป่าผมเริ่มทำงานพร้อมๆกับมือของร่างสูงที่ขยันลูบผมนุ่มวัดอุณหภูมิว่าร้อนเกินไปสำหรับคนตัวเล็กหรือเปล่าทำให้แฮรี่รู้สึกง่วงงุนจนแทบจะทนไม่ไหว

 

"นี่แฮรี่....พรุ่งนี้นายอยู่คนเดียวได้หรือเปล่า"

 

คำถามที่ถูกส่งออกไปถูกตอบมาด้วยคำตอบที่เหมือนเดิมคือเสียงอือออในลำคอเท่านั้น แต่เดรกโกก็ไม่สนใจยังคงพยายามจะพูดต่อไป

 

"พอดีว่าฉันต้องไปคุยกับลูกค้าเมืองข้างๆน่ะ อาจจะกลับดึกหน่อยนะไม่ต้องรอกินข้าว"

เดรกโกไม่เบื่อที่จะต้องนั่งพูดกับอีกฝ่ายแม้ว่าเสียงตอบรับที่ส่งกลับมาจะมีแค่เสียงงึมงำในลำคอพอให้รู้ว่าอีกฝ่ายยังคงรับรู้อยู่

 

"อย่าไปดื้อซนนะ แล้วก็ถ้าอยากได้อะไรก็บอกป้าแม่บ้านเค้านะเดี๋ยวเค้าจะจัดการให้ และถ้าเกิดเรื่องอะไรก็ไม่ต้องลังเลที่จะโทรหาฉันเลยนะ เบอร์โทรฉันเขียนไว้แล้วที่โทรศัพท์"

 

และเมื่อถึงเอ่ยถึงตรงนี้เสียงตอบรับที่เคยมีก็ถูกแทนที่ด้วยลมหายใจสม่ำเสมอแทน

เดรกโกแค่ยิ้มกับตัวเองเบาๆก่อนจะปิดไดรเป่าผมและกดจูบลงบนกลางกระหม่อมพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเมื่อวัดด้วยริมฝีปากแล้วว่าแห้งแล้วแน่ๆ เดรกโกจึงค่อยๆขยับเปลี่ยนท่าจับให้อีกคนได้นอนลงกับเตียงนุ่ม ก่อนจะกดจูบลงกลางกระหม่อมขาวเนียนอีกรอบ

 

เป๊าะ!

 

ทันทีที่เสียงดีดนิ้วดังขึ้นไฟรอบห้องก็ดับลงพร้อมๆกับร่างสูงที่ทิ้งตัวนอนลงข้างๆคนร่างบาง เดรกโกดึงแฮรี่เข้ามาโอบก่อนดังเช่นทุกคืนที่เคยทำ พร้อมกับเสียงหวานทุ้มที่เอ่ยกล่าวคำพูดที่พร่ำบอกร่างในอ้อมกอดอยู่ทุกๆคืนยามหลับ

 

"ฉันรักนาย ฝันดีนะที่รักของฉัน"

 

แต่แล้วขณะที่ดวงตาคมกำลังมองเก็บรายละเอียดดวงหน้าหวานของคนในอ้อมกอดแต่แล้วเสียงที่เล็ดลอดออกจากริมฝีปากบางตรงหน้ามันก็ทำให้เค้าแทบจะลืมหายใจไปเลยทีเดียว

 

 

"ฉันก็รักนาย เดรกโก"

 

แม้จะเป็นเพียงแค่เสียงงึมงำของคนที่กำลังใกล้จะหลับหากแต่มันกลับทำให้หัยใจของใครอีกคนเต็มตื้นด้วยความรู้สึกขึ้นมาได้ง่ายๆ รอยยิ้มจึงถูกวาดขึ้นเต็มดวงหน้าคมเท่ห์ ท่อนแขนแข็งแรงตวัดเอาร่างของอีกคนมากอดให้แน่นเข้าไปอีกเหมือนเป็นการยืนยันกับตัวเองว่าเค้าได้คนนี้ๆที่ใฝ่ฝันมาตลอดมาครอบครองแล้วและไม่มีวันที่ตนจะยอมปล่อยร่างในอ้อมกอดนี้ไปอีกเป็นอันขาด

 

เดรกโกปฏิญาณกับตัวเองไว้อย่างนั้นก่อนที่ดวงตาคมเข้มจะค่อยๆหลับลงพร้อมๆกับลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอของคนสองคน

 

ลมเย็นๆของทะเลทรายที่พาดพัดผ่านหน้าตากระจกใสเข้ามาในห้องนอนที่อบอุ่นไปด้วยไอรักของคนทั้งคู่พาเอาม่านสีครีมขุ่นปลิวไหวพอให้แสงแห่งดวงจันทร์ที่ทอดผ่านพื้นฟ้ากว้างเข้ามากระทบลงกับพื้นห้องนอนพอให้เห็นเงาร่างของคนสองคนที่ตระคองกอดกันหลับไปในอ้อมแขนของกันและกันอย่างมีความสุขในค่ำคืนนี้ ราตรีแห่งจันทร์ส่องแสงสว่างนวลพอให้มนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลทรายรับรู้ถึงค่ำคืนที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาในไม่ช้า พร้อมๆกับแสงแห่งดวงดาวที่โอบล้อมท้องฟ้ากว้างและส่องผ่านแสงของมันไปยังบ้านทุกบ้าง ทุกชีวิตกลางทะเลทรายเหมือนจะได้ยินเสียงกระซิบผ่านสายลมที่พัดผ่านมาเหมือนดังเช่นทุกคืน เสียงกระซิบหวีดหวิวของสายลมที่ดังกล่อมว่า...~ราตรีสวัสดิ์~...

 

 

To be continue

 

Good night ka everyone @(^___^)/

[Fic DM/HP] Desert Rose: Part XIII By Killau

posted on 09 Oct 2008 21:51 by redwest

 

[Fic DM/HP] Desert Rose: Part 13 By Killau

 

~you say it best, when you say nothing at all~

 

มัลฟอยกระดกแก้วไวน์สีขาวใสในมือเข้าไปรวดเดียวหมด

 

ดวงตาทั้งสองยังคงจับจ้องอยู่ตรงทางเดินที่แฮรี่ถูกลากออกไป แล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเจ้าวีสลีย์กำลังจะเดินไปทางห้องน้ำ ด้วยความใจร้อนทำให้เดรกโกไม่รอช้าที่จะวางแก้วลงกับถาดในมือของพนักงานเสริฟที่เดินผ่านมาทันที แล้วจึงรีบจ้ำเดินตามออกไป

 

"นายตกลงกับแฮรี่ไว้ว่างอย่างไงกันแน่ ทำไมป่านนี้ยังไม่ออกมาอีก"

 

เสียงเข้มของคนที่ยืนกอดอกพิงขอบอ่างล่างมืออยู่ ทำให้คนที่พึ่งออกจากห้องน้ำกำลังเช็คความเรียบร้อยอยู่ ต้องสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง

 

รอนหันซ้ายหันขวาด้วยความกลัวแผนตัวจะแตก

 

"ฉันไม่โง่ขนาดนายหรอก ฉันเช็คแล้ว"

 

เออเนอะไอ้นี่ ก็แค่พูดว่าเช็คแล้วธรรมดาก็ได้ ทำไมต้องมาด่าเค้าด้วย

รอนอดแขวะขึ้นมาในใจไม่ได้

 

"ก็เดี๋ยวแฮรี่จะจับเจ้านั่นใส่กรงส่งกระทรวงเหมือนทุกทีแหละมั้ง เพราะเท่าที่สืบดูหมอนี่ไม่ได้มีลูกน้องเป็นพ่อมดน่ะ พวกที่เหลือเป็นแค่มักเกิ้ลธรรมดา ดังนั้นเดี๋ยวทางกระทรวงจะดำเนินเรื่องกับฝ่ายมักเกิ้ลเอง"

 

รอนล้างมือไปพูดไปโดยไม่ได้หันไปมองหน้าอีกฝ่าย จึงไม่ได้เห็นสายตามัลฟอยที่วาวโรจน์ขึ้น

 

"มั้งงั้นเหรอ โง่อย่างเดียวไม่พอยังไม่รอบคอบอีก! แล้วไอ้เรื่องพวกนั้นฉันรู้อยู่แล้ว เพียงแต่ฉันต้องการจะถามว่าพวกนายตกลงกำหนดเวลาไว้กี่นาที"

 

รอนที่ตอนแรกเริ่มอารมร์เสียที่ไอ้หมอนี่คำก็โง่ สองคำก็โง่เว้ย! ตกลงมันจะมาถามเรื่องแฟนมันหรือมาด่ากันแน่ว่ะ! !

 

แต่เมื่ออีกฝ่ายถามถึงเรื่องเวลาก็ทำให้รอนนึกขึ้นมาได้

 

เออ นี่มันก็จะถึงกำหนดเวลาอยู่แล้ว ทำไมแฮรี่มันยังไม่ออกมาอีกนะ

 

"ฉันถามว่ากี่นาที!"

 

รอนที่มัวแต่คิดคนเดียว ได้สะดุ้งเฮือกอีกรอบเพราะเสียงเข้มที่เอ่ยออกมาอย่างเหลืออดของอีกฝ่าย

 

"เหลืออีกแค่ห้านาที"

รอนเริ่มตอบหน้าเครียด

 

"ฉันไม่รอ! !"

 

พูดจบคุณชายประจำบ้านเสลิเธอรินก็ก้าวออกไปจากห้องน้ำทันที

 

และนั่นทำให้รอนแทบจะวิ่งตามออกไปไม่ทัน

 

 

 

 

 

ดวงตาปิดแน่นพร้อมกับริมฝีปากที่ถูกขบจนเกร็ง แฮรี่รู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดในปากของตน

 

จะแพ้งั้นเหรอ...

 

จะแพ้เพียงเพราะว่าแค่ข้อมือหัก กับถูกตบนิดๆหน่อยๆแค่นี้น่ะเหรอ แฮรี่ พอตเตอร์!

 

 

 

ไม่! เค้าต้องรักษาสัญญา!

 

ไม่เค้าจะต้องไม่แพ้ไอ้พ่อมดวิปริตนี่เด็ดขาด! !

 

 

ว่าแล้วดวงตาสีเขียวมรกตงดงามก็ลืมขึ้น

 

สายตาเหลือบมองพ่อมดอ้วนที่กำลังขบกัดแผ่นอกตนอย่างเมาส์มัน และก่อนที่มือของมันจะถอดกางเกงผ้าฝ้ายสีครีมออก เสียงใสๆก็ดังรอดริมฝีปากบาง

 

"ฉันไม่ชอบพื้น"

 

พูดพร้อมกับสะบัดหน้าไปอีกทาง

 

"หึ ยอมแล้วเหรอ ก็ได้ ฉันจะตามใจ"

 

ว่าแล้วก็เลื่อนหน้ามาประกบริมฝีปากบางเชิดที่ล่อหน้าล่อใจอีกครั้ง

 

หางครานี้ริมฝีปากแดงเฉียบไม่ได้เม้มแน่นอย่างทุกที มันกลับเผยอรับเอาลิ้นของอีกฝ่ายเข้าไปกระหวัดเกี่ยวรัดรึงชวนให้อีกฝ่ายเคลิ้ม แขนทั้งสองข้างถูกยกขึ้นโอบรอบลำคอหนา ท่อนขาค่อยๆยกขึ้นเกี่ยวกระหวัดอยู่รอบเอว ช่วงล่างของลำตัวที่ช่างขยันสอดส่ายเสียดสีเข้ากับลำตัวของอีกฝ่าย ทำให้พ่อมดซิฟฟี่รู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไป ยิ่งเสียงบางๆที่ขยันครางกระเส่าทุกครั้งที่ริมฝีปากถูกปล่อยออกเพื่อหาอากาศหายใจนั่นอีก

 

"อา.....เตียง...อืม...เตียงเถอะนะ....อะ..."

 

 

และนั่นทำให้ซิฟฟี่ค่อยๆยกเอาร่างบางขึ้นจากพื้นทั้งๆที่ริมฝีปากยังคงเกาะเกี่ยวกันอยู่ไม่ห่าง

 

แฮรี่อาศัยจังหวะที่ร่างอ้วนกำลังเคลิ้มไปกับสัมผัสของตน เปลี่ยนจากขาที่กระหวัดอยู่ หวดเข่าลงไปกลางลำตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งแรง และไม่รอช้าที่จะกระโดดเอาข้อศอกกระแทกลงตรงขมับของพ่อมดอ้วนที่จุกจนลงไปนอนอยู่กับพื้น

 

เพิ่งรู้ว่าท่าที่จำเอาจากหนังของพวกมักเกิ้ลก็มีประโยชน์เหมือนกันนะเนี่ย

 

แฮรี่ลุกขึ้นยืนผ่อนลมหายใจอยู่เพียงครู่ ก่อนจะรีบอาศัยจังหวะนี้รีบวิ่งออกจากห้อง

 

เค้าต้องรีบส่งสัญญาณบอกให้รอนมาช่วยจัดการเจ้านี่ต่อ เพราะลำพังตัวเค้าตอนนี้ แม้แต่มือที่จะใช้จับไม่คถายังไม่มีเลย!

 

คิดแล้วก็เจ็บใจตัวเองชะมัด ทำไมต้องมาหน้ามืดตอนนี้ด้วยนะ

 

แฮรี่ค่อยๆใช้เท้าและข้อศอกเขี่ยบานประตู และไม่นานหนักความหวังของแฮรี่ก็เป็นจริง

แฮรี่เป่าปากแล้วยืนรออยู่สักพัก นกฮูกคู่ใจสีน้ำตาลผสมขาวตัวอ้วนกลมก็โฉบขึ้นมาจากพุ่มไม้ และตั้งท่าจะบินตรงมาที่เจ้านายมันทันที

 

และมันคงจะมาเกาะที่มือของเจ้าของและใช้จะงอยจิกได้เหมือนอย่างทุกที หากแฮรี่จะไม่ถูกใครอีกคนกระชากกลับเข้าไปในห้อง พร้อมบานประตูที่ถูกปิดกระแทกลงอย่างแรง

 

ร่างบางถูกจับเหวี่ยงเข้ากับฝาผนังหินอ่อนครั้งแล้วครั้งเล่า แฮรี่รู้สึกทั้งจุกและเจ็บไปหมดทั้งตัว

พ่อมดซิฟฟี่ไม่ยอมหยุดให้ร่างบางได้มีโอกาสคิดอะไรทั้งสิ้น คล้ายคนบ้าคลั่ง อยากจะฟังเสียงกรีดร้องขอชีวิตซะเหลือเกิน

 

"ฤทธิ์มากนัก! ดีอยากตายฉันก็จะให้ตายแน่ ไม่ต้องห่วง! แต่หลังจากตกเป็นของเล่นของพวกฉันก่อนก็ยังไม่สาย!"

 

ว่าแล้วก็จับเหวี่ยงอีกครั้ง

 

คราวนี้ไม่ใช่แค่ลำตัวที่กระแทกถูกผนังหินอ่อนขาวเนียนที่บัดนี้เริ่มมีสีแดงของเลือดเลอะไปทั่ว ศรีษะทุยที่ถูกคลุมทับด้วยเส้นไหมดำนิ่มกลับถูกเหวี่ยงกระแทกเข้าอย่างจัง ส่งผลให้ร่างบางถึงกับทรุดลงกองกับพื้น สติสัมปะชัญญะที่คงเหลืออยู่เริ่มหลุดลอย ความรู้สึกเย็นที่ไหลลงอาบใบหน้า พร้อมกลิ่นคาวเลือดที่ลอยเข้าจมูก

 

เมื่อเห็นร่างบางทรุดลงกองกับพื้น จึงยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะย่างก้าวเข้าไปหา และนั่งยองๆลงตรงหน้า จิกกระหม่อมอีกฝ่ายขึ้นมา

 

"ร้องขอชีวิตฉันสิ แล้วฉันจะไม่รุนแรง"

 

 

ดวงตาสีเขียวปรือแค่เหลือบมอง ก่อนจะแค่นยิ้มออกมา

จงใจเน้นคำตอบที่ใจคิดอย่างเด็ดขาดไร้ซึ่งความลังเล

 

"ไม่-มี-ทาง"

 

ทันทีที่พูดจบอีกฝ่ายเตรียมยกมือขึ้นฟาดลงไปเพื่อทำโทษทันที ถ้าไม่ติดที่เสียงอีกเสียงที่ดังขึ้น พร้อมกับความรู้สึกที่มีอะไรมาจ่ออยู่ที่ศรีษะตน

 

"ปล่อย"

 

ดวงหน้าอ้วนกลมหน้าเกลียดค่อยๆหันหน้ากลับมา ก่อนจะพบกับสายตาแข็งกร้าวที่มองมาอย่างเลือดเย็น

 

"ฉันบอกให้ปล่อยมือจากเค้าเดี๋ยวนี้"

 

 

เดรกโกยังคงมองจ้องไปที่มือหนาที่ยังคงขยำเส้นผมดำลื่นมืออยู่

 

ซิฟฟี่ค่อยๆปล่อยมือลงช้าๆ

 

และทันใดนั้นเองมือที่เหมือนจะปล่อยออกกลับขยำเส้นผมดำและเหวี่ยงไปชนกับฝาฝนังที่อยู่ติดกันพร้อมๆกับการตะหวัดตัวกลับมาหวังจะแย่งไม้กายสิทธิ์ที่กำลังจ่อหัวตัวเองออกจากมือชายหนุ่มนิรนามนั่นทันที

 

แม้ทุกอย่างจะเกิดขึ้นในพริบตา แต่สำหรับเดรกโกการที่อีกคนไม่ทำตามคำที่เค้าบอกมันทำให้เค้าตัดสินอนาคตของคนตรงหน้าได้ในทันที

 

 

 

ตาย!

 

 

 

เดรกโกไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนหรือหลบหนีแต่อย่างใด ริมฝีปากบางแค่เอื้อนเอ่ยคาถากรีดแทงลงไปอย่างเต็มเสียงด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ! แต่เพียงแค่นั้นร่างพ่อมดซิฟฟี่ถูกเหวี่ยงไปกระแทกผนังอย่างจัง ก่อนจะกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างกายพยายามถอยหนีจากบุคคลที่ยังคงย่างก้าวเดินเข้ามา

 

"ชอบไม่ใช่เหรอ ความทรมารน่ะ"

 

เสียงที่เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมกับสีหน้าที่นิ่งเหมือนรูปปั้นช่างขัดกับแววตาสีเทาเข้มที่กลับลุกโชนด้วยความโกรธ

 

ยิ่งเมื่อหันไปเห็นข้อมือของร่างบางที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวไป ดวงตานั้นยิ่งวาวโรจน์ขึ้น

 

เดรกโกตวัดปลายไม้กายสิทธิ์ไปมา พร้อมเสียงกรีดร้องของอีกฝ่าย ไม่นาน ทุกข้อต่อในร่างกายของพ่อมดร้ายกลับบิดเบี้ยวไปอีกทางทันที

 

 

แต่ทันใดนั้นอยู่ดีดีร่างกายของแฮรี่ที่นอนอยู่กลับสั่นเทาแล้วจึงอาเจียนออกมา แล้วสลบไป

 

มัลฟอยหันไปทันเห็น จึงหยุดมือที่จับคถาสั่งเหวี่ยงร่างอ้วนกระแทกไปมาลง

 

"ถือว่าเป็นโชคดีของนายที่จะได้ตายเร็ว"

 

พูดเสร็จท่อนแขนแกร่งจึงยกขึ้นเตรียมเสกคาถาอะวาดา เคดาฟราที่ร้ายแรงที่สุดเพื่อให้คนๆนี้เจ็บจนตาย โทษฐานที่บังอาจมาทำกับของรักของเค้าได้ถึงขนาดนี้

 

แต่ทันใดนั้นเอง ท่อนแขนกลับถูกรั้งด้วยมือสองคู่ พร้อมกับเสียงที่ดังตะโกนเข้ามาในโสตประสาต

 

"จับเป็น! กระทรวงสั่งให้จับเป็น!"

 

เดรกโกหลับตาข่มใจสักพัก แล้วจึงผ่อนมือลง

 

เดรกโกจะไม่สนกระทรวงเลยสักนิด หากคนรับผิดชอบงานนี้ไม่ใช่ร่างบางที่นอนสลบอยู่

ร่างสูงตัดใจหันหลังกลับเดินไปหาร่างที่นอนสลบอยู่ข้างๆกันทันที ปล่อยให้รอนและเฮอร์ไมโอนี่เป็นคนจัดการส่วนที่เหลือ

 

 

มือกว้างมีอาการสั่นนิดๆขณะลูบไล้ลงบนใบหน้าขาวใสที่บัดนี้กลับซีดเผือด

ดวงตาสีเทาเข้มมองกวาดใบหน้าเกลี้ยงไล่ลงมาจนถึงแขนขาเพื่อสังเกตอาการของคนในอ้อมแขน

 

ดวงตาเทาเข้มฉายแววเจ็บปวดอย่างไม่ปิดบัง

 

"ฉันขอโทษมัลฟอย ที่ไม่สามารถดูแลแฮรี่ได้"

เสียงเฮอร์ไมโอนี่ที่ดังอยู่ข้างๆไม่ได้ทำให้ อีกคนรู้สึกดีขึ้นมาสักนิด

 

มัลฟอยช้อนอย่างเบาเอาร่างบางขึ้นซบอกกว้าง

 

แต่ทันทีที่มือของรอนกำลังจะเอื้อมแตะใบหน้าเนียนใสของเพื่อนรักที่บัดนี้กลับมาคราบเลือดเลอะเกรอะกรังอยู่เต็มใบหน้า เจ้าของอ้อมแขนที่โอบอุ้มอยู่กลับตะหวัดหันหนีไปในทันที ไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสมายุ่งกับของรักของหวง

 

"อย่ามาแตะเค้าอีกเป็นครั้งที่สอง"

ดวงตาที่กดต่ำลงมองอย่างเย็นชา พร้อมน้ำเสียงที่รอดไรฟันออกมาทำให้คนทั้งสองรู้สึกเสียวสันหลังได้ไม่ยาก

 

ความเป็นเพื่อนของทั้งสามคน เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้มัลฟอยชั่งใจไม่ต่อว่าอะไรไปมากกว่านี้

 

พูดจบขายาวชะลูดทั้งสองข้างก็รีบจ้ำออกไปทันที โดยไม่คิดแม้แต่จะหันกลับมามองคนทั้งสองอีก

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

------------------------------------------------------------------------------------------------

 

-------------------------------------------------------------------------------------

 

---------------------------------------------------------

 

สายลมเย็นๆพัดผ่านใบหน้าขาวใสที่มีรอยช้ำเขียวตะแต้มอยู่เป็นบางจุดชวนให้แพขนตายาวดำขลับค่อยๆปรือขึ้นเล็กน้อย

คนร่างเล็กกระพริบตาครั้งสองครั้งเพื่อปรับระดับแสงให้เริ่มชิน เพดานสีขาวขุ่นที่คุ้นเคยทำให้รู้ว่าตัวเค้านั้นอยู่ที่ใด

แฮรี่นั่งเรียงลำดับความคิดอยู่สักพักก่อนจะคิดถึงเหตุการณ์สุดท้ายก่อนที่จะสลบไปออก

 

ขณะที่ดวงตาเค้ามองไม่ค่อยจะเห็นเพราะถูกสีแดงของเลือดกลบไว้ แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบนั่งน้ำในทะเลสาบนั่นน่ะ เค้าจำมันได้ดีเชียวล่ะ เค้าชอบที่จะแอบฟังเสียงของคนๆนึงตอบคำถามให้ห้องเรียนอยู่เสมอ น้ำเสียงที่เค้าสามารถให้คำจำกัดความได้ว่า ทั้งเท่ห์นุ่มหูแล้วก็เซ็กซี่สุดๆไปเลย  ยิ่งเวลาที่ต้องมาต้มยาหม้อเดียวกัน หมอนั่นใส่ส่วนประสมผิดทีไรก็จะชอบจิ๊ปากครางเสียงต่ำซะทุกครั้งไป มันทำให้เค้าต้องแอบหันไปยิ้มคนเดียวกับผนังบ่อยๆเลย

 

แต่นายคงจะไม่เคยรู้ตัวเลยสินะเดรกโก

 

ชอบคิดอยู่ตลอดว่าเกลียด แล้วมากัดมาว่าคนอื่นเค้าว่าโง่อยู่บ่อยๆ ใครกันแน่ที่โง่

แฮรี่ยิ้มขำในความคิดของตัวเอง

 

ว่าแล้วก็อยากเห็นหน้าหมอนั่นชะมัด

 

คิดในใจก่อนจะค่อยยันตัวขึ้นนั่ง แต่เพียงแค่ท้าวศอกลงยังไม่ทันที่จะได้เอามือยันลงกับเตียงก็ดันมีมือปริศนาสอดท่อนแขนแกร่งช้อนเอาตัวคนร่างบางเข้าอก

 

เมื่อกี้เค้าแค่เข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาสักแป๊ปแต่พอเดินออกมากลับเห็นอีกคนลืมตาแป๋วมองเพดานอยู่ รู้สึกกระตุกในใจอยากจะเข้าไปกอดให้หายคิดถึง แต่พอนึกอีกทีคราวที่แล้วที่คนนี้ๆทิ้งเค้าไปมันก็ทำให้เกิดอาการไม่กล้าขึ้นมากระทันหัน ทั้งๆที่เค้าไม่ใช่คนที่จะกลัวอะไรง่ายๆอยู่แล้ว แต่กับคนๆนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างทุกการกระทำมันทำให้เค้ากลัว เพราะเค้าแน่ใจว่าทุกสิ่งที่คนตัวเล็กทำมันจะมีอิทธิพลต่อร่างกายและจิตใจเค้าอย่างแน่นอน และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เค้ายืนกอดอกเอียงตัวพิงพนังมองร่างเล็กนอนคิดอะไรกับตัวเองคนเดียว

 

แต่แล้วร่างกายเค้ากลับทรยศทันทีที่เห็นไอ้ตัวเล็กกำลังจะใช้ข้อแขนที่พึ่งปลูกกระดูกใหม่เสร็จ แม้หากคิดดูดีๆแล้วมันอาจจะไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ด้วยความเป็นห่วงมันกลับทำให้ร่างกายเค้าก้าวออกไปเร็วกว่าที่สมองจะตัดสินใจด้วยซ้ำ

และก็ได้มาอยู่ในท่าที่ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป

 

ริมฝีปากแดงค่อยๆจรดจูบลงบนหน้าผากของร่างบางอย่างช้าๆก่อนจะกลั้นใจถอนมันออกมา

เดรกโกมองสบดวงตาสีท้องทะเลที่สบมองเค้าอย่างงงๆก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

"หิวน้ำไม๊"

 

เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยถามอย่างอ่อนโยนมันทำให้คนในอ้อมอกใจเต้นแค่ไหนเจ้าตัวจะรู้บ้างไม๊นะ

 

แฮรี่ที่อึ้งอยู่กับความใกล้ชิดทำได้แค่พยักหน้าเบาๆ

 

"รอเดี๋ยวนะ"

 

จากนั้นเดรกโกจึงนั่งลงกับเตียงโดยมีร่างบางนั่งอยู่บนตัก ก่อนจะเอื้อมมือหยิบเหยือกน้ำใสบนหัวเตียงค่อยๆรินลงแก้ว

มือหนาค่อยๆยกแก้วน้ำขึ้นจรดริมฝีปากบางเรียวที่เชิดขึ้นน้อยๆ โดยพูดขัดมือที่ทำท่าว่าจะมาแย่งแก้วในมือเค้าไป

 

"พึ่งให้ยาปลูกกระดูกไป อย่าพึ่งใช้มันเลย"

 

ด้วยเหตุผลและความแห้งผากในลำคอทำให้แฮรี่ยอมที่จะเผยอปากรับน้ำเข้าไปอย่างไม่เกี่ยงงอน

ริมฝีปากแดงสดที่ทำท่าว่าจะเลิกดื่มน้ำหลังจากที่จิบไปได้เพียงนิดเดียวทำให้เดรกโกรีบพูดดักคอขึ้นมาทันที

 

"ร่างกายนายขาดน้ำมานานหลายวัน ทนดื่มอีกหน่อยเถอะนะ"

แม้จะพูดอย่างนั้นแต่เดรกโกก็ปล่อยให้แฮรี่ได้พักสักนิดก่อนจะป้อนต่อ

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลดีหรือเสียงที่ขยันทอดลงมาอย่างอ่อนโยนนั่นกันแน่ที่ทำให้แฮรี่ไม่นึกอยากจะขัดอีกคนเลยสักนิด

 

และเมื่ออีกฝ่ายฝืนดื่มจนหมดแก้วร่างสูงจึงก้มลงหอมที่แก้มนวลนุ่มพร้อมกับกระซิบข้างหูแล้วจึงผละออกไปนอกห้องนอนอีกครั้ง

 

‘เก่งมากที่รักของฉัน'

 

แม้ว่ามัลฟอยจะออกไปได้สักพักแล้วแต่เสียงที่พูดยังคงดังก้องกังวาลอยู่ในโสตประสาตของอีกฝ่ายอยู่ดี

 

 

หมอนี่นี่มีนิสัยชอบรังแกคนป่วยหรือไงเนี่ย!

เกิดหัวใจวายตายขึ้นมาฉันไม่รับผิดชอบนะเฟ้ย ไปหาที่รักใหม่เอาเองเลยไป

 

แฮรี่ได้แต่นั่งหน้าแดงอมยิ้มแก้มตุ่ยอยู่คนเดียวกลางเตียงสีขาวหลังใหญ่ สายตามองทอดยาวออกไปที่ปลายฟ้าไกล ดวงอาทิตย์ที่พึ่งจะแย้มแตะแผ่นฟ้ามันทำให้แฮรี่คำนวนเวลาได้ไม่ยาก

 

เช้าตรู่ขนาดนี้หมอนั่นไม่มีทางตื่นขึ้นมาแน่

 

....นอกเสียแต่ว่า......

 

จะไม่ได้นอนมาทั้งคืน!

 

คิดได้ดังนั้นทันทีที่อีกฝ่ายเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถ้วยซุปร้อนกลิ่นหอมชวนหิวร่างบางจึงพูดในสิ่งที่คิดออกไป

"นายไปนอนพักเถอะเดี๋ยวฉันกินเอง"

 

ร่างสูงที่หันหลังไปวางถาดซุปที่มาพร้อมกับน้ำผลไม้และยาหลังอาหารตรงโต๊ะใกล้เตียงหันหลังกลับมามองอีกฝ่ายก่อนที่เสียงทุ้มนั่นจะเอ่ยทำให้แฮรี่อายได้อีกครั้ง

 

"พูดคำแรกก็ไล่กันเลยนะ"

 

หากแต่ไม่ใช่เพียงเพราะเสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะตัดพ้อกันอย่างเดียวแต่รวมไปถึงดวงตาที่มักจะแข็งกร้าวอยู่เสมอนั่นกลับทอดมองสบมาอย่างอ้อนวอน

 

นี่รู้ว่าหล่อแล้วก็รู้ด้วยว่าตานายสวย เสียงนายเพราะ แต่บอกแล้วใช่ไม๊ว่าอย่ามาใช้มันอย่างสุ่มสี่สุ่มห้านะ มันอาจจะทำให้เค้าหัวใจวายตายก่อนเวลาอันควรได้นะ!

 

แฮรี่ลอบถอนหายใจกับความคิดของตัวเองหนึ่งครั้งก่อนจะเอ่ยเหมือนบ่นกับตัวเอง หากเสียงที่เอ่ยกลับดังพอที่จะให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าพูดกับตนอยู่

 

"นี่...เลิกคิดจะฆ่าคนเค้าทางอ้อมได้ไม๊ ฉันยังไม่อยากจะทิ้งคนแถวนี้ไว้คนเดียวหรอกนะยิ่งเป็นพ่อหม้ายยิ่งเนื้อหอมไม่เอาด้วยคนหรอก ขี้เกียจจะเป็นผีลมเพชรหึง"

 

ทันทีที่พูดจบประโยคแฮรี่ก็ได้รับอ้อมกอดอบอุ่นมาเป็นรางวัลทันที

 

It's amazing how you can speak right to my heart
Without saying a word you can light up the dark
Try as I may I could never explain
What I hear when you don't say a thing

 

เสียงหัวใจที่ดังก้องอยู่นี่มันเป็นของใครกันแน่

 

....ของเค้าเหรอ....

 

ใช่สิ ก็เค้ากำลังตื่นเต้นนี่นา กลิ่นที่คุ้นเคย อ้อมกอดนี่อีก

 

...ว่าแต่....

 

 

 ของเค้าคนเดียวจริงๆน่ะเหรอ มันจะดังเกินไปไม๊นะ

คิดแล้วแฮรี่ก็ยกแขนขึ้นโอบรอบคอของอีกคนก่อนจะเอ่ยออกมายิ้มๆ

 

"เฮ้อ บอกแล้วใช่ไม๊ว่าให้หยุดทำร้ายกันสักที รู้ก็รู้อยู่ว่าฉันแพ้คนหน้าตาดี เสียงทุ้มปนเซ็กซี่คนนี้ แล้วยังจะมาทำใจเต้นให้ได้ยินอีก กะให้ฉันตายคาอกเลยหรือไง"

 

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes sayin' you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me if ever I fall
You say it best when you say nothing at all

 

เดรกโกที่ทั้งยิ้มทั้งใจเต้นจนไม่รู้จะทำยังไงตั้งแต่ประโยคแรกที่ร่างบางเอ่ยแล้ว แม้จะรู้ว่าเป็นวิธีแก้เขินของอีกฝ่าย แต่มันก็อดใจเต้นไม่ได้จริงๆนี่นา

มัลฟอยระดมจูบลงที่ข้างขมับทั้งสองข้าง กลางกระหม่อม หน้าผากเนียนนุ่ม และสุดท้ายดวงตาทั้งคู่สบกัน ก่อนที่ระยะห่างจะค่อยๆถูกลดลงพร้อมๆกับที่ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบแนบกันเนิ่นนาน

 

จูบบางๆเพียงแผ่วเบา

จูบที่ไม่ได้บนความใคร่ใดๆ

จูบที่มีแต่ความคิดถึงและห่วงใย

จูบของความเข้าใจ

 

....และเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรักด้วยหัวใจของคนทั้งคู่....

 

All day long I can hear people talking out loud
But when you hold me near, you drown out the crowd
Old mr. webster could never define
What's being said between your heart and mine

 

.......................................................................

 

................................................................................................................

 

ไม่ต้องมีคำพูดอธิบายใดๆให้มาก พวกเค้าทั้งคู่ก็เข้าใจกันและกันได้โดยไม่ต้องบอก

จนแฮรี่ยังเคยนึกสงสัยว่าไอ้ความโกรธแค้นที่เคยมีเมื่อก่อนมันหายไปไหนหมดนะ

ไอ้กำแพงที่แต่ก่อนเค้าเพียรพยายามสร้างมันแทบตายมันหายไปไหนหมดแล้ว

หรือว่าจริงๆแล้วมันพังไปตั้งแต่เค้าได้ตื่นขึ้นมาพบคนตรงหน้าเค้าตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วแล้วนะ

 

 

ตอนที่เค้าถูกวางยาและถูกขายมา

 

 

แฮรี่ยังจำได้ดีว่าตอนนั้นเค้าเฝ้าเพียรพยามตอกย้ำตัวเองเพียงใดว่าเกลียดคนๆนี้เกลียดและเกลียด

แฮรี่มองข้ามความดีทุกสิ่งและความอ่อนโยนทุกอย่างที่ร่างตรงหน้ามอบให้

แฮรี่หันหลังให้กับหัวใจของตัวเองตั้งแต่วันนั้น

 

แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ตัวเค้าเองคงลืมไปว่าการห้ามตัวเองไม่ให้ตกหลุมรักกับคนๆเดิมหรือการห้ามตัวเองไม่ให้รักคนที่ตัวเองรักอยู่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!

 

เค้าไม่เคยที่จะลืมร่างหนาได้เลยสักวินาทีเดียว ไม่ว่าจะห่างกันไปกี่ปี อยู่กันไกลแค่ไหน แต่แฮรี่ก็รู้สึกอุ่นใจเสมอเมื่อคิดได้ว่าใต้ฟ้าเดียวกัน คนร่างสูงก็คงจะกำลังทำสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างเป็นสุข กำลังยิ้ม กำลังหัวเราะ แม้ว่าจะไม่ใช่กับเค้าเองก็ตาม

 

แต่นั่นมันก็แค่เมื่อก่อน

 

แต่ตอนนี้ ตอนที่เค้าได้สิ่งที่ต้องการมาอยู่ในมือแล้ว ก็อย่าหวังว่าเค้าจะยอมปล่อยมันอีกเป็นครั้งที่สอง!

ยิ่งได้อยู่ใกล้ยิ่งผูกพัน แฮรี่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกติดยาเสพติดยังไงก็ไม่รู้

ตอนนี้เค้าไม่แม้แต่อยากจะให้คนๆนี้ไปหัวเราะอยู่กับผู้หญิงคนอื่นด้วยซ้ำไป!

 

แต่ไอ้เค้ามันก็เป็นประเภทบ้างานจัด

อยู่ติดบ้านไม่ค่อยจะได้อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าต่อไปคนๆนี้จะทนกับเค้าได้หรือเปล่านะ

 

คิดไปถึงตอนนี้ร่างบางก็ดันถูกจุ๊บลงเบาๆกลางหว่างคิ้วขมวดปมนั่นไปทีหนึ่ง

 

"คิดอะไรอยู่ ทำหน้าเครียดเชียว"

 

"เปล่า ก็แค่คิดว่า ระหว่างฉันไปทำงานจะมีใครนอกใจฉันหรือเปล่าน่ะ"

แฮรี่ยังคงทำท่ากอดอกขมวดคิ้วแน่น

 

เดรกโกไม่ได้ตอบอะไรนอกจากผละอ้อมกอดออกไปหยิบด้วยซุปที่เริ่มจะเย็นลงแล้วมาป้อนอีกคนที่ก็ยอมอ้าปากรับโดยไม่เกี่ยงงอน

 

"ถ้ากลัวพวกป้าๆก็มาเฝ้าไว้ซิ"

 

"ถ้านายทำฉันบอกได้เลยว่านายได้เห็นฉันควงสามีใหม่ไปออกงานแน่!"

 

ทั้งที่แค่เป็นเรื่องที่พูดเล่นกัน แต่เดรกโกกลับทำหน้าเครียดขึ้นมาแทน

 

"ถ้าเป็นอย่างนั้นก็บอกได้เลยว่าหมอนั่นจะมีอายุอยู่ได้ไม่เกินวันเดียวหลังจากเป็นข่าวเหมือนกัน"

 

และคนหน้านิ่งก็ทำให้แฮรี่หลุดขำคิกออกมาไม่ได้

 

"ถ้ามันจะมีคนมาแทนนายได้จริงๆฉันคงพาไปเปิดตัวออกงานตั้งนานแล้วน่า"

ว่าแล้วก็จุ๊บลงเบาๆที่ปลายจมูกโด่งได้รูปของแฟนหนุ่มขี้งอน

 

"นายกำลังจะฆ่าตัวเองทางอ้อมนะแฮรี่"

 

เสียงทุ้มนิ่งที่เอ่ยมาไม่ได้ช่วยให้แฮรี่แปลข้อความระหว่างบรรทัดออกได้ออกเลย

 

และคงเพราะดวงตากลมโตที่ฉายแววฉงนซะเด่นชัดทำให้อีกฝ่ายก้มลงกดจูบย้ำลึกลงบนต้นคอขาวนวลที่โผล่พ้นชายผ้าออกมา

ก่อนเสียงแหบต่ำสุดเซ็กซี่จะเอ่ยข้างหู

 

"เพราะว่านายกำลังจะทำให้ฉันอยากจะเลิกป้อนข้าวแล้วหันไปป้อนอย่างอื่นแทนยังไงล่ะ...ที่รัก"

 

และนั่นทำให้หน้าแฮรี่แดงขึ้นในทันที

 

"ลามก"

 

คำพูดสุดท้ายที่เอ่ยออกมาก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ้าปากกินอย่างเดียว

 

หึ คิดว่าตัวเองจะขยันพูดให้คนอื่นเค้าใจเต้นเป็นคนเดียวหรือไงแฮรี่

เดรกโกยิ้มกับตัวเองก่อนจะลงมือป้อนแฟนตัวเล็กต่อไปอย่างมีความสุข

 

..........................................................................................

....................................................................

..................................



‘ The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes sayin' you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me if ever I fall'

‘You say it best when you say nothing at all'

 

To be continue

 

OST. ประกอบตอนนี้คือเพลง When you say nothing at all ค่ะคิดว่าทุกๆคนคงจำกันได้เนอะ ^_______^

 

[Fic DM/HP] Desert Rose : Part XII By Killau

posted on 06 Oct 2008 23:06 by redwest
 

Desert Rose: Part 12 By Killau Miss-Understand

 

กริ๊งงง....กรี๊งง.....

 

หนุ่มผมแดงใช้มือข้างที่ว่างกวาดเอาเอกสารที่วางทับอยู่บนโทรศัพท์ออก แล้วจึงหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารสีขาวนวลที่กำลังส่งเสียงแผดร้องอยู่ขึ้นมากรอกเสียงทุ้มนุ่มลงไป โดยที่ดวงตาบนใบหน้าเนียนขาวที่มีกระสีแดงกระจายอยู่เป็นหย่อมๆยังคงจับจ้องอยู่กับเอกสารในมือ

 

"สวัสดีครับ รอน วีสลีย์พูดสายครับ"

ไอ้ตัวไหนกันว่ะที่บังอาจโทรมารบกวนเค้าถึงบ้าน นี่มันเวลาพักนะ แม้ว่าเค้าจะยังต้องทำงานอยู่ก็เหอะ

 

"ไง...ทำเสียงดุมาแต่ไกล...รำคาญฉันแล้วเหรอรอนนี่"

 

เสียงปลายสายติดจะแซวนิดๆ แม้จะติดเนือยอยู่หน่อยๆ แต่อีกฝ่ายนี่สิ ทันทีที่ได้ยินเสียงว่าใครเป็นคนโทรมา ก็กระเด้งตัว ทิ้งปากกาที่ถืออยู่ก่อนจะใช้สองมือประคองหูโทรศัพท์ด้วยอารามตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ปากพะงาบๆพูดไม่เป็นภาษา

 

"นะ...นะ..นายยยยย....เฮ้ย!!!!!!! นายหายไปไหนมาแฮรี่!!"

 

"ฮ่าๆ แค่เสียงนายก็ทำให้นึกหน้านายออกเลยล่ะรอน เป็นไงสบายดีไม๊"

ร่างบางนึกขำ หน้าของรอนตอนนี้คงไม่ต่างกับตอนเจอเจ้าแมงมุมตัวยักษ์เพื่อนยากอยู่เป็นแน่ แต่ด้วยความเป็นห่วงก็อดถามไถ่ทุกข์สุขเพื่อนไม่ได้

 

"....สบายสิ...สบายแน่ ถ้าเพื่อนสนิทของฉันคนนึงเค้าไม่ได้หายตัวไป จนฉันกับว่าที่ภรรยาต้องไปตามหาจนแทบพลิกแผ่นดิน ก่อนจะเจองูบ้าบางตัวมันบอกข่าวคราวมาน่ะ ถึงจะมีเวลามาตามงานที่หยุดไป"

เมื่อได้สติ รอนก็ไม่ลืมหันกลับมากัดเพื่อนถึงเหตุผลที่ทำให้ตนต้องมานั่งไล่ทำงานย้อนหลังอยู่แบบนี้

 

"ฮ่า ฮ่า..ขอบคุณนะ ว่าแต่...นายรู้เรื่องแล้วใช่ไม๊...ตกลงเป็นมะรืนนี้ที่ฉันจะลงมือนะรอน"

แม้จะส่งเสียงขำออกมา แต่ดวงตากลมโตกลับแห้งผาก ไร้ซึ่งชีวิตชีวา

 

ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา หากใครได้มาเห็นคงอดสงสารเจ้าตัวเล็กคนนี้ไมได้

 

"....นายไม่โอเคนี่นาแฮรี่"

เสียงหัวเราะของร่างบางที่รอนจำได้มันไม่ใช่เสียงอย่างนี้หรอกนะ

 

"...มารับฉันทีรอน...ฮึก...มา...รับ...ฉันไปที...."

 

........................ ........................

 

........................ ........................ ........................ ........................

 

........................ ........................ ........................ ........................ ........................ ........................

 

ทันทีที่ได้ยินเพื่อนรักพูด รอนก็ใช้เวลานัดหมายเรื่องเตาพงฟลูไม่นาน ก่อนจะเรียบเปลี่ยนเสื้อผ้า และกระโจนเข้ากองไฟไปรับเอาอีกฝ่ายกลับมาที่บ้านตน และโทรเรียกให้ว่าที่ภรรยาที่ว่ากลับมาดูใจเพื่อนสุดเลิฟของหล่อนก่อน เพราะลำพังแค่เค้าคนเดียวก็ไม่สามารถรับมือเจ้ารี่ที่แม้จะหยุดร้องไห้ตั้งแต่เค้าไปถึง แต่แทนที่อาการด้วยการเอาแต่ซึมกระทือไม่พูดไม่จาได้หรอก

 

ตอนที่ไปออกปล่องบ้านที่มันอยู่เค้ายังแอบตกใจคิดว่าไอ้รี่มันไปตกเมียชีฟที่ไหนมาได้กันฟ่ะ แล้วนี่ผัวรักเค้ามาทวงคืนหรือไงกัน เพราะบ้านที่มันอยู่นี่อย่างกับวังย่อมๆกลางทะเลทรายที่เค้าเคยเห็นในหนังอย่างนั้นแหละ

 

แต่อย่างเจ้านี่ ถ้าไปแอบลักเมียชาวบ้านมา มันก็คงต้องแอบพาหนีไปจนถึงที่สุดเป็นแน่ 

ไม่มานั่งทำหน้าอย่างกับถูกผัวทิ้งมาแบบนี้หรอก!

 

และเมื่อเพื่อนทั้งกลุ่มมาครบองค์ประชุมเวลาแห่งการซักถามโจทย์ก็เริ่มขึ้น!

 

แฮรี่จำใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบ้าง ข้ามไปบ้างบางตอนให้พอรู้กัน แต่ที่แน่ๆนี่ขนาดไม่ทั้งหมด ไอ้เจ้ารอนนี่เพื่อนรักก็ทำหน้าประหนึ่งปลากระโฮ่ที่ต้องการอากาศหายใจ หาอากาศ พะงาบๆปากไม่หยุดเลยทีเดียว

 

"นะ..นาย...จะบอกว่า...ที่นายหายไปนี่...ไปเป็นเมีย..โอ้ยย....ไปอยู่บ้านมัลฟอยมาเหรอ"

เฮอไมโอนี่ตีแขนแฟนแรงๆทันทีที่เห็นแฟนตัวเองติดโรคมีหมาในช่องปากขึ้นมากระทันหัน

 

นี่ขนาดเล่าข้ามๆยังตีความไปเองได้ขนาดนี้ นี่ถ้าขืนเล่าทั้งหมดว่าเค้าไปได้เสียตกเป็นเมียสุดที่รักของมันไปแล้วกี่รอบ มันคงได้ขาดอากาศหายใจตายไปจริงๆเป็นแน่!

 

แฮรี่ส่ายหัวเบาๆกับความล้นของเพื่อน

เทียบกับคุณชายนั่นแล้ว......

 

 

ว่าแล้วแฮรี่ก็อดหวนกลับไปคิดถึงคนอีกคนไม่ได้อยู่ดี

 

 

เฮอร์ไมโอนี่ที่เงียบมาแต่ต้นมองหน้าเพื่อนรักที่เหมือนทิ้งหัวใจไว้อีกที่ก็ถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นมา

 

"ทำไมไม่พูดไปตรงๆ"

 

ดวงตาสีน้ำทะเลเข้มเงยขึ้นสบตา เมื่อรู้ว่าเพื่อนหมายถึงเรื่องอะไรจึงตอบกลับ

 

"ฉันไม่อยากพึ่งหมอนั่นไปซะทั้งหมดน่ะ"

 "ไม่ใช่แฮรี่....นายตอบไม่ตรงประเด็น"

เฮร์อไมโอนี่จับจุดที่แฮรี่พยายามเบนออกไปได้

 

"นายแค่ไม่ต้องการรู้สึกว่าโลกของนายตอนนี้หมุนรอบพระอาทิตย์อีกดวงอยู่ ไม่ใช่ดวงเดิมที่นายเคยควบคุมมันได้ดั่งใจ"

แฮรี่เงียบก้มหลบสายตา

 

"งานแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนายก็จะได้พักยาวไม่ถูกเหรอแฮรี่ นายบอกเค้าอย่างนี้ก็ได้ด้วยซ้ำ แต่นายก็ไม่ทำ นายแค่อยากฉวยโอกาสของงานครั้งนี้แล้วแยกตัวออกมา เพียงเพราะว่า นายรู้สึกว่า นายต้องเปลี่ยนชีวิตการงานของนายทั้งหมด นายต้องยอมเป็นฝ่ายถูกดูแล และที่สำคัญที่สุด..นายอาจจะต้องไปเกี่ยวข้องกับคนที่นายเกลียดที่สุด!"

เมื่อเพื่อนที่ดูเค้าออกทุกอย่างพูดออกมาอย่างนี้ มันทำให้เค้าจนหนทางที่จะหาเหตุผลมาแก้ตัว

 

"และถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดนะ นายรักเค้าใช่ไม๊แฮรี่"

เฮอไมโอนี่ค่อยๆนั่งยองๆลงตรงหน้าคนที่เอาแต่ก้มหน้าหลบตาตนอยู่นั่น

 

ทันทีที่สบตากัน ดวงตาสีน้ำทะเลยามค่ำคืนได้ทำตัวแทนปากแดงๆบางๆ บอกทุกอย่างออกมาซะหมด

 

"อย่าเอาอดีตมาปิดตัวเองแฮรี่ ปากพูดว่าฉันจะลืมๆ ทั้งที่จริงๆนายกลับทำร้ายมัลฟอย ทำร้ายคนที่นายรัก ทำร้ายหัวใจของตัวเองได้อย่างเลือดเย็นด้วยซ้ำ!"

 

"เฮิรม.." รอนเริ่มเอ่ยเตือนแฟนเมื่อเห็นว่าร่างบางที่นั่งอยู่เริ่มมีน้ำตาตลอ

แต่เฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ได้หยุด คำพูดทุกคำที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเหมือนกับมีดเล่มบางๆที่ค่อยๆปาดลงบนผิวเนื้ออ่อน

 

"นายหาเหตุผลต่างๆนาๆมาหยิบยื่นให้กับมัลฟอย ทั้งที่จริงๆหมอนั่นไม่ได้ต้องการมันด้วยซ้ำ แต่นายกลับยัดเยียดให้เค้า คิดเอาเองว่าเค้าคิดอย่างนั้น คิดในทางกลับกันสิแฮรี่ ถ้าเป็นนาย...ถ้าคนที่รักที่สุดยื่นมีดมาให้...นายยังจะทนรับมันมาแทงที่ตัวเอง อย่างที่มัลฟอยทำได้ไม๊"

 

"อึก...เฮิร์ม...ฮึก...แต่...แต่พ่อหมอนั่นฆ่าพ่อของฉันนะ!"

แฮรี่ที่หลุดสะอื้นเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่แข็งกร้าวเมื่อนึกถึงอดีต

 

.........

................................

 

ใช่สิ วันนั้นเค้ายังจำได้ดี วันที่เค้าเสีย  พ่อ  ผู้เคยชิดใกล้เพียงหนึ่งเดียว

 

แม้จะไม่ได้เป็นพ่อแท้ๆ แต่ซีเรียสก็เป็น พ่อ คนเดียวที่แฮรี่มี แถมเป็นพ่อที่ดีที่สุดเท่าที่แฮรี่เคยสัมผัสมา และเค้าก็รักพ่อคนนี้เหลือเกิน

 

แต่แล้วเหตุการณ์ในวันนั้นก็เกิดขึ้น

 

....วันที่ซีเรียสถูกพวกจอมมารฆ่าตาย....

 

แฮรี่ที่อยู่ในเหตุการณ์

 

มือที่อยากจะไขว่คว้าเอาไว้ แต่กลับห่างไกลเหลือเกิน

เสียงที่จะออกจากลำคอยังแทบจะไม่มี หัวใจคล้ายจะหยุดนิ่ง

 

เค้าอยากรู้ว่าตัวเองทนได้ยังไง ที่เห็นคนที่รัก ค่อยๆจมหายไปกับเยื่อสีดำบางในแผ่นกระจก

 

เมื่อกลับมาถึงห้องพักที่กริฟฟินดอร์แฮรี่ก็เอาแต่นิ่ง ไม่ยอมพูดยอมจากับใครสักคน แม้แต่เพื่อนสนิททั้งสองอย่างรอนและเฮอไมโอนี่

 

นอกจากจะไม่ยอมพูดยอมจากับใครแล้ว ข้าวปลาอาหารก็ไม่แตะ

 

ความรู้สึกผิดมันค้ำคอ.....ถ้าไม่ใช่เพราะเค้าซีเรียสคงไม่ตาย....

 

ทุกวันแฮรี่เฝ้าแต่คิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา นอนก็ไม่ค่อยหลับ เพราะทุกครั้งที่หลับ ภาพที่ซีเรียสตกเข้าไปในผ้าม่านสีดำนั่น ....มือที่เค้าจับไม่ทัน...มันเหมือนตัวเองลอยคว้างอยู่กลางทะเล เท้าทั้งสองข้างไร้ซึ่งพื้นให้เหยียบประคองตัว ร่างกายที่ค่อยๆจมลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับลมหายใจที่ติดขัดๆ ก่อนที่จะสะดุ้งตื่นขึ้น

 

เป็นอย่างนี้อยู่ทุกครั้ง จนแฮรี่ไม่อยากจะหลับตาลง

 

ร่างกายที่ผอมอยู่แล้วก็ซูบลงทุกวันๆ ดวงตาที่เคยส่องประกายเขียวสดใส งดงาม สว่างไสว กลับถูกแทนที่ด้วยความแห้งผาก ไร้ชีวิตชีวา

 

พวกรอนและเฮอไมโอนี่ทนไม่ได้จริงๆที่จะเห็นเพื่อนรักของพวกเค้าทำตัวเหมือนเป็นซากศพเดินได้อยู่อย่างนี้ ทั้งคู่คิดแล้วคิดอีก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงกัน  เพราะพวกเค้าก็เป็นแค่เด็กคนนึง เรื่องความตาย เป็นสิ่งที่พวกเค้าไม่เคยคิดว่ามันจะอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมถึง

 

แต่กลับมีคนๆนึง

 

ทั้งที่อายุก็ไม่ได้ต่างกัน แต่กลับคิด..และเลือกทำให้บางสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างใจหวัง แม้ว่าผลลัพธ์นั้นจะเป็นเหมือนมีดสองคม แต่ก็ยอม

 

"หึ แค่พ่อโง่ๆคนนึงตาย ทำเป็นเดือดเป็นร้อน ก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องขอบคุณพ่อฉันซะอีก ที่ช่วยให้โลกนี้เบาขึ้นเยอะ"

ดวงตาสีเทาเข้ม พร้อมริมฝีปากที่เชิดขึ้นอย่างถือตัว ชวนให้สติสัมปะชัญญะของอีกฝ่ายขาดเอาได้ง่ายๆ

 

"เลว! พอกันทั้งพ่อทั้งลูก คิดเหรอว่าจะได้ตายดี ชาตินี้ฉันขอบอกไว้เลยนะ ว่าถ้ามีอะไรที่ฉันทำให้พวกนายหายไปได้ ฉันจะไม่มีวันลังเลที่จะทำมันแน่!"

 

เสียงที่ตะโกนด่าออกมาพร้อมคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย ยังคงสะท้อนติดอยู่ในความทรงจำของเพื่อนทั้งสอง ที่ตอนนั้นทำได้แค่รั้งร่างบางไม่ให้เข้าไปทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย

 

"ฉันจะรอ.....อย่าตายไปก่อนให้พวกฉันขำเล่นก็แล้วกัน"

พูดจบก็หันหลังออกไปโดยไม่รอฟังเสียงใดๆทั้งสิ้น

 

และวันนั้น เป็นวันแรกและวันสุดท้ายที่แฮรี่นึกอยากจะจำแผ่นหลังที่เดินหันหลังให้เค้าไปจนตาย!

 

 

 

มือเรียวยาวที่แต่งเล็บอย่างสวยงามค่อยๆบรรจงจับใบหน้าของร่างที่นั่งอยู่บนเตียงขึ้นมาสบตากับตนเอง

 

"พ่อเค้าแฮรี่...ไม่ใช่เค้า"

 

"แต่....ฮึก...แต่"

ร่างบางพยายามจะหาข้ออ้างต่างๆนาๆมาเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหา หากแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี

ในหัวมันสับสนไปหมด หยดน้ำใสไหลรินออกมาดวงตาคม

 

ทำไมนายต้องมาทำดีด้วย ถ้าจะเลว ก็เลวให้ตลอดสิ

 

"แค่คนที่ตัวเองรัก....จะให้อภัย....ลืมอดีตมันไปหน่อยไม่ได้เลยเหรอ นายก็ด้วยรอน เลิกโอ๋เค้าได้แล้ว แฮรี่ต้องโตขึ้น"

เสียงใสไม่ลืมแหวแขวะแฟนที่กำลังโอบโอ๋คนที่กำลังสะอื้นฮักอยู่

 

"แต่แฮรี่...เอ่อ..คือฉันมีเรื่องจะบอกนายเหมือนกัน...เอ่อ...คือ"

เหมือนตัดสินใจอะไรได้ รอนจึงพูดขึ้นมา แต่ท่าทีกลัวๆกล้าๆนั่นทำให้เฮอร์ไมโอนี่ต้องแหวใส่อีกรอบ

"จะพูดอะไรก็พูดรอน มัวแต่ทำเสียงอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่น จะรู้เรื่องไม๊ล่ะ"

"โอเคๆๆ คือ ฉันจะบอกว่า พ่อฉันเล่าให้ฟังว่า เรื่องที่ซีเรียสตายน่ะ ไม่ใช่ความผิดของลูเซียสหรอกนะแฮรี่"

 

ทันทีที่พูดจบดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างหันขวับมามองอีกคนทันที รวมไปถึงแฟนสาวของตนที่ไม่ได้รู้เรื่องนี้มาก่อนเช่นเดียวกัน

 

"คือ....เอ่อ...ลูเซียส..หมอนั่นน่ะ เค้าเป็นสายให้ฝั่งเราน่ะ เพียงแต่วันนั้น ฝ่ายคนที่คุณก็รู้ว่าใครดันจับได้ซะก่อน กว่าจะหนีออกมาได้ ก็มาไม่ทันช่วยซีเรียสแล้ว....เอ่อ...ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเค้ามัวยืนมองให้ซีเรียสถูกฆ่าหรอกนะ หมอนั่นก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนกัน"

 

รอนค่อยๆเล่าเหตุการณ์ออกมาอย่างติดๆขัดๆ

 

"แล้วทำไมนายไม่บอกพวกเราเร็วกว่านี้รอน"

กลับเป็นเฮอร์ไมโอนี่ที่ตั้งสติได้เร็วกว่า และต่อว่าออกไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน

 

"อ้าว...ก็....ฉันก็พึ่งรู้จากพ่อไม่นานมานี้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่รู้นี่นาว่า...แฮรี่รักหมอนั่นนี่....ฉันก็เลยไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดถึง..ก็เลย.."

 

"โอเค....สรุป....หมอนั่นไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่เป็นพวกโรคจิตซาดิสชอบเอามีดมาปาดตัวเองเล่นใช่ไม๊"

 

คำสรุปความแกมประชดของเพื่อนสาวช่างโดนใจคนที่นั่งอยู่อย่างจัง

 

เมื่อตั้งสติได้ สมองทั้งหมดประมวลผลออกมาอย่างฉับไวก่อนที่ความรู้สึกผิดล้นจะอัดแน่นบีบขึ้นมาถึงลำคอแห้งผาก

ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลคู่สวยเจือไปด้วยน้ำใสอีกครั้ง

 

"นายมัน...โง่....เดรก....ฮือ....โง่ที่สุด...."

 

ร่างบางสะอื้นฮักจนตัวโยน

 

 

 

........................ขอโทษนะเดรก.....................................

 

.........................ขอโทษที่ทำร้ายนายซ้ำแล้วซ้ำเล่า...........................

 

ขอโทษ

 

ขอโทษที่ตลอดมาฉันมันโง่ ไม่เคยถาม ไม่เคยคิดอะไรให้มันรอบคอบ

แค่มีคนมาแย่งเอาความผิด ฉันก็ไม่ติดไตร่ตรองให้ดี รีบโยนมันออกไปให้พ้นตัว

 

ฉันนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่ สกปรกเกินไปหรือเปล่านะ

 

 

สำหรับนาย ยังจะคงต้องการกันอยู่หรือเปล่า

 

.....................ฉันจะรักษาสัญญาของเรา...................

 

 

 

....ฉันสัญญา.....

 

 

 

.............................. ............................. .............................

 

.............................. ............................. ............................. .............................. ............................. .............................

 

เป็นครั้งแรกที่ขาทั้งสองข้างไม่อยากจะก้าวเข้าไปเหยียบพื้นที่บ้านสีขาวสว่างตาหลังนี้สักนิด

เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า ยังไง ถ้าหากบ้านหลังนี้ขาดความอบอุ่นไปแล้วล่ะก็ มันก็คงไม่ต่างอะไรกับก้อนน้ำแข็งที่ทำเป็นรูปร่างขึ้นมา

 

.....ถ้านายไม่อยู่....บ้านก็ไม่เรียกว่าบ้านหรอกนะแฮรี่....

 

แม้จะไม่อยากขนาดไหนแต่ขายาวก็ยังคงต้องก้าวเข้าไปอย่างมั่นคง

 

เค้าจะล้มไม่ได้

 

ถ้าเมื่อไหร่ที่ยังคงมีคำสัญญาช่วยค้ำจุนอยู่ เมื่อนั้นเค้าจะไม่มีวันล้มไปอย่างผู้แพ้เด็ดขาด!

 

แต่บ้านที่เงียบสนิทไร้เสียงตอบรับของร่างเล็กที่มักจะนอนอ่านหนังสือตรงชานบ้าน หรือไม่ก็จะคอยวิ่งเข้ามาหาเวลาเค้ากลับบ้าน ...เอาน้ำเอาท่ามาให้...วิ่งสาละวนช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะกินข้าว....ปากเล็กๆช่างเจรจานั่นจะบอกเมนูของวันอย่างเจื้อยแจ้วไม่รู้เบื่อ....ทำให้ตัวเค้ากลายเป็นคนติดข้าวบ้านไปโดยปริยาย

ภาพเหล่านั้นมันติดตาเค้าซะจนเค้าไม่คิดว่าจะมีวันที่ตัวเองจะได้มานั่งกินข้าวเย็นๆชืดๆนี่คนเดียวอีกครั้ง

บ้านแบบนี้ เค้าอยู่มาได้ยังไงตั้งนาน.....เค้าคิดภาพตัวเองแต่ก่อนไม่ออกเลยจริงๆ

เพราะตั้งแต่มีไอ้ตัวเล็กเข้ามา เวลาจะทำอะไร จะไปไหนมาไหน จะกินอะไร ก็คิดให้หมอนั่นเป็นจุดศูนย์กลางเสมอ

 

ชีวิตที่ต้องหมุนตามกันและกัน สำหรับเค้า มันเป็นอะไรที่มีความสุขเกินกว่าที่เคยคิดไว้ซะอีก

 

แต่ตอนนี้หากเค้าไม่ถามถึง คนในบ้านคนใดก็ไม่มีใครมีสิทธิเอ่ยถึงคุณหนูเล็กของตน

ทุกคนต่างแค่คิดภาวนาเหมือนกัน ขอให้คุณหนูเล็กกลับมาอยู่บ้านที่เป็นบ้านของเราเร็วๆสักที

พวกหล่อนจะได้ไม่ต้องทนเห็นคุณผู้ชายทำหน้าเป็นเจ้าชายน้ำแข็งเช่นเดิมอีกครั้ง

 

นายต้องรีบๆกลับมานะแฮรี่...ฉันไม่ยอมทนกินข้าวคนเดียวนานๆหรอกนะ..

 

.............................. ............................. .............................

.............................. ............................. ............................. .............................. ............................. .............................

 

 

บ้านที่เรียกว่าบ้าน......ต้องเป็นบ้านที่มี "เรา" นะแฮรี่.......

.............................. ............................. .............................

 

.............................. ............................. ............................. .............................. ............................. .............................

 

"แล้วทำไมนายยังไม่กลับไปอีกแฮรี่"

เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยขึ้นขณะที่ร่างเล็กบางคนมัวแต่สาละวนอยู่กับชุดผ้ารุ่มร่ามสีขาวบางอยู่

 

ร่างเล็กดวงตากลมโตหันขวับมองตอบเพื่อนกลับทันที

 

"ถ้าฉันกลับไปเธอคิดว่าหมอนั่นจะยอมปล่อยฉันออกมาทำงานอย่างนี้เหรอไง"

แม้เสียงจะดูเป็นปกติดีแล้ว แต่ดวงตาที่พูดถึง ‘นายนั่น' ก็ยังดูจะคิดถึงกันซะเหลือเกิ้น จนทำให้เพื่อนผมแดงอีกคนที่ช่วยรื้อของที่สั่งออกจากถุงมาดู อดค้อนขวับให้ไม่ได้

 

"อ้าว...ก็รู้นี่ แล้วยังจะทำอีก"ลอยหน้าลอยตาเอ่ยว่าเพื่อนร่างบางประหนึ่งแอบกัดภรรยาที่กำลังจะหนีสามีไปหาความสุขที่ไหนสักแห่ง

 

"นี่เฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอยมันไปให้เงินค่าหาเสียงตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ เห็นพูดเข้าข้างเช้ากลางวันเย็นไม่หยุดไม่หย่อน จนฉันคิดว่าเธอไปถูกรถชนความจำเสื่อมตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้จำสลับตำแหน่งระหว่างแฮรี่กับมัลฟอยว่าใครกันแน่ที่เป็นเพื่อนเรา แถมนี่ก็งานเค้า จะมาว่าอะไรกันมากมาย"

รอนอดไม่ได้ที่จะว่าแฟนตัวเอง ใช้ได้ที่ไหน ทำมาพูดนั่นนี่เข้าข้างคนที่แฟนตัวเองเกลียดเข้าไส้ได้ทั้งวี่ทั้งวัน

 

"รอน...นายอย่าเอาอคติส่วนตัวมาแช่งชักหันกกระดูกฉันนะ ฉันว่าเค้าก็ออกจะดี ดูจากที่แฮรี่เล่า หมอนั่นก็ดูจะเลี้ยงเพื่อนเราดีออก ดูซิเนี่ย..พยานปากเอกขาวย้วยผ่องขนาดนี้มีอะไรมาแก้ตัวอีกเหรอไง"

ไม่พูดเปล่า ลำโพงหาเสียงเคลื่อนที่ได้ของมัลฟอยยังคงทำหน้าที่ต่อไป พลางจับแก้มใสผ่องของเพื่อนตนขึ้นมาดึงเล่นอย่างไม่เกรงใจเจ้าตัวที่นั่งหน้างอกุมแก้มอย่างเจ็บปวดทันทีที่ถูกปล่อยออกจากมือ

 

ไม่มียั้งแรงกันเลยนะ กะลงโทษเค้าแทนคนช่างขุนหรือไงกัน

 

แฮรี่อดพึมพำกับตัวเองเบาๆไม่ได้

 

แต่ทีมฝ่ายแดงก็คงจะยังจะไม่หยุดปาก หากไม่มีเสียงคนกลางพูดขึ้นมาซะก่อน

 

"พอๆได้แล้ว....คือ ฉันกะว่า ไว้ทำงานนี้เสร็จฉันก็จะได้พักยาวใช่ม้า ไว้ถึงตอนนั้นค่อยกลับไปคุยกับหมอนั่นก็ยังไม่สายนี่นา เพราะยังไง ฉันก็คิดที่จะทำงานนี้ต่อไปแน่นอน เพราะมันเป็นงานที่ฉันรัก....เป็นชีวิตของฉันน่ะ"

 

แฮรี่พูดไปยิ้มไป เมื่อเอ่ยถึงงานที่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตของตน เพราะงานนี้ทำให้เค้าได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ได้รู้จักคนมากมาย เค้าสนุกทุกครั้งเวลาที่ต้องคิดหาทางแก้ปัญหาต่างๆ และเวลาที่งานสำเร็จมันเทียบได้พอๆกับการเคลียร์เกมส์อย่างหนึ่งเลยนะ! และมันก็ถือเป็นความภูมิใจของเค้าอย่างที่สุดเช่นเดียวกัน

 

แต่ถ้าจะให้เปรียบ

 

...หากงานเปรียบเสมือนสถานเริงรมณ์ของเค้า....

 

....หมอนั่น....

 

กลับเป็นบ้านที่เค้าจะต้องมีไว้พักใจ มีไว้นอนหลับ มีไว้ชาร์จพลัง

 

แฮรี่อมยิ้มน้อยๆกับตัวเอง ดวงตาใสที่ดูเหมือนจะจ้องมองไปยังเก้าอี้ไม้ขัดเงาที่วางอยู่ไม่ไกล หากแต่จริงๆแล้วห้วงความคิดกลับลอยไปอยู่อีกที่

 

 

.....ที่ที่ตัวเค้าเองเป็นคนดิ้นรนที่จะจากมันมา.....

 

 

....บ้านหลังนั้น....ยังจะเปิดรอรับเค้าอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่านะ....

 

 

 

...................หรือว่าได้ให้ใครเข้าไปแทนที่กันแล้วหรือเปล่า.............

 

คิดถึงกันบ้างหรือเปล่า

เข้าใจกันใช่ไม๊

 

"โอเคๆๆ ฉันเข้าใจนายแล้วน่า ไม่ต้องมาทำซึ้งเรียกความสงสารอีกหรอกน่า แค่นี้รอนนี่ของฉันก็หลงนายจะแย่แล้ว ว่าแต่...ตกลงนายจะให้เราสองคนช่วยอะไรบ้างนะ"

เมื่อเห็นเพื่อนเริ่มเข้าสู่โหมด "คิดถึงหมอนั่น" อีกครั้ง แม่สาวไฟแรงสูงเลยต้องรีบดึงกลับมา รีบๆทำงานให้เสร็จๆจะได้รีบกลับไปละเมอเพ้อพกถึงกันและกันในอ้อมอกซะที เค้าจะได้ไม่ต้องมาทนหมั่นไส้ว่าที่คู่หมั้นตนที่มานั่งถือธงตั้งบู้ทเปิดเชียร์แฮรี่ พอตเตอร์จนออกนอกหน้าไม่เกรงใจแฟนอยู่แถวนี้

 

"หึ....อย่างไอ้นี่น่ะเหรอ....ขำๆน่ะ ฉันก็แค่อยากขอยื้มตัวพวกนายไปช่วยอยู่ข้างๆ ตอนแรกว่าจะใช้คาถาสร้างร่างแปลง แต่ช่วงนี้พลังฉันมันไม่ค่อยจะเสถียรน่ะสิไม่รู้ทำไม ก็เลยไม่อยากใช้คาถายากนัก พวกนายพอจะมีเวลาให้ฉันสักวันนึงไม๊"

 

เมื่อเปลี่ยนเรื่องคุย ดวงตาที่เอาเหมือนจะเคลิ้มๆอยู่ กับกร้าวแข็งขึ้นทันทีที่พูดถึงเป้าหมายใหม่ ดวงตาที่เหมือนกำลังคิดภาพเป้าหมายที่ถูกจัดการซะแล้วด้วยซ้ำ

 

"โอเค ว่าแต่เรื่องพลังของนาย ไม่ลองไปให้หมอตรวจดูหน่อยเหรอ อาจจะป่วยก็ได้นะ"

เฮอร์ไมโอนี่เป็นห่วงสุขภาพของเพื่อนมากกว่า เรื่องงานน่ะ เค้ารู้ว่าร่างเล็กนี่จัดการได้แน่นอน เพราะงานใหญ่กี่งานต่อกี่งานที่ดังขึ้นมา ถ้าไม่มีชื่อเพื่อนตัวเองโชว์หราเป็นผู้จัดการ ก็จะมีติดโผไปเป็นผู้ให้คำปรึกษาในทุกอันเชียว

 

"อืม ไว้เสร็จงานนี้ก่อนละกัน"แฮรี่พูดปัดๆผ่านออกไป เพราะคิดว่าเดี๋ยวนอนอิ่มๆกินอร่อยๆเดี๋ยวก็หาย ก่อนจะเอาสมาธิไปพุ่งกับการวางแผนการลงมือในวันมะรืนที่จะถึง

 

..............................

 

.............................. .............................

.............................. ............................. ............................. .............................

 

.............................. ............................. ............................. .............................. ............................. .............................

 

บ้านขนาดใหญ่ที่ปลูกด้วยอิฐสีขาวเกลี้ยงมองภายนอกดูตัดกับพื้นทะเลทรายที่รายรอบ

งานเลี้ยงในวันนี้ถูกยกชั้นขึ้นไปอยู่ที่ลานกว้างด้านนอกที่ชั้นสอง ริ้วผ้าหลากสีที่ถูกตกแต่งแขวนไขว้ไว้ตามราวต่างๆถูกลมเบาๆพัดเกลี่ยชายผ้าสวยให้ปลิวไสวอวดโชว์ความสดใสของมันบนท้องฟ้าใส

ผู้คนมากมายในชุดหรูหราไฮโซหลายแบบหลากสไตล์ต่างพากันชิมอาหารหลากรสที่จัดเรียงอยู่ริมของสระน้ำ

มือสีขาวจัดยกขึ้นหยิบแก้วไวน์แดงจากถาดของบริกรที่เดินผ่านหน้าไป พร้อมกับเสียงแหวเบาๆดังขึ้นจากผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆ

ทำให้หนุ่มหน้ามนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ที่ก้าวอี้ริมขอบสระเกิดอาการสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย

 

"ใช่เวลามากินเหล้าเหรอรอน"

 

"โธ่....เฮิร์มจ๋า...ก็..แบบว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามไงจ๊ะ ไม่งั้นเดี๋ยวเค้าจะสงสัยเอาได้ จริงมั้ย"

หันไปยิ้มหวานประจบอีกหนึ่งที

ด้วยความที่ขี้เกียจจะไปโต้เถียงให้เป็นจุดเด่นแถมเป้าหมายที่กำลังเดินตรงมาทางนี้อีก ทำให้เฮอร์ไมโอนี่หยุดปากตัวเองลง พร้อมกับนั่งก้มหน้าสงบลงตามเดิม

รอนที่ดวงตามองไปทั่วๆงานอยู่เสมอ ยังคงรักษามาดวาดยิ้มการค้าให้อีกฝ่ายที่กำลังเดินเข้ามาหาได้อย่างไม่มีสะดุด

 

อย่างว่า...คนมันต้องเติบโตกันตามกาลเวลา จะให้เป็นรอนนี่ที่ไม่ได้เรื่องเหมือนเคย....มีหวังลูกได้เกิดขึ้นมาตบหัวด่าทอพ่อเหมือนคนเป็นแม่กันพอดี

 

"สวัสดีครับคุณชาย...."

 

"เฟรดริก โอโปแลนด์เพื่อนของรัสเซล"รอนต่อเสียงให้อย่างไม่มีขัด และไม่ลืมที่จะพ่วงชื่อคนที่ชอบเข้ามาประมูลอีกคนที่ตัวเองไปสืบมา เพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อใจเข้าไปด้วย

 

"อ๋อ......อย่างนั้นเองเหรอครับ ว่าแต่ทำไมวันนี้รัสเซลไม่มาด้วยล่ะครับ" จะให้ไว้ใจในทันทีคงจะไม่ได้ จึงทำทีถามต่อ แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้ลูกน้องโทรเช็คอีกรอบเพื่อความไม่ประมาท

 

"อ๋อ พอดีว่ารัสเซลเค้าติดลูกค้าที่อีกเมืองน่ะครับ เลยไม่ว่างมาด้วย....เอ...หรือว่าการที่ผมจะมาคุยการค้าสักนิดคนเดียวจะเป็นการสร้างความลำบากแก่คุณเกินไปเหรอครับ"

 

เสียงลูกน้องกระซิบบอกถึงสัญญาณมือถือที่ติดต่อไม่ได้ของเพื่อนที่ถูกอ้าง ไม่ได้ช่วยทำให้พ่อมดเจ้าเล่ห์หมดความระแวดระวัง หากแต่ลักษณะท่าทางการแต่งตัวและเหล่าแหวนทองมากมายบนนิ้วมือชายแปลกหน้า ได้เป็นตัวกระตุ้นต่อมละโมบและระงับต่อมระแวงลงไปบ้าง

 

"แหม คุณชายอย่าพึ่งอารมณ์ร้อนไป คนค้าคนขายก็อย่างนี้แหละครับ ก็ต้องกลัวคู่แข่งกันบ้างเป็นธรรมดา แถมของที่ผมขายก็ไม่ใช่ของราคาถูกข้างถนนซะด้วย" ว่าแล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งในเบาะนุ่มข้างๆ พร้อมรอยยิ้มร้าย

 

ก็อย่างนี้แหละน้า ความละโมบนี่มันไม่เข้าใครออกใครซะจริง

 

รอนได้แต่ยิ้มบางๆทั้งด้วยความสมเพชและพึงพอใจที่แผนตัวเองเหมือนจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นมา

 

"แหม ที่นี่ก็ช่างเปิดเพลงได้ถูกใจผมซะจริง แถมวันนี้ผมก็ไม่ได้มามือเปล่าซะด้วยซิ"

รอนดีดนิ้วเบาๆ ไม่นานหญิงทาสคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ค่อยๆค่อมตัว คลานเข้ามานั่งข้างๆ

 

มือจับขึ้นเชยคางของร่างบางที่นั่งอยู่ ผ้าสีขาวที่คาดผ่านคลุมครึ่งหน้าส่วนล่าง ทำให้ลูกแก้วสีเขียวใสช่างดูเด่น งดงาม และน่าดึงดูดยิ่งนักในความคิดในพ่อมดร้าย

 

"เด็กคนนี้ของข้าเต้นเก่งมากเลย......" พูดทิ้งหางเสียงเพื่อรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากอนุญาติตามธรรมเนียม

 

"เชิญ....." พ่อมดหนุ่มไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากผายมือเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายขึ้นเต้นในลานหินสีขาวกว้างด้านหน้า

 

คนมากมายที่พากันยืนจิบไวน์ชั้นดี พร้อมคอกเทลชั้นเลิศเพื่อรอการประมูลครั้งใหญ่ของวันนี้ ได้ต่างพากันเงียบเสียงลงทันทีที่เห็นบุคคลลึกลับในชุดเสื้อคลุมผ้าสีครีมค่อนไปทางเก่า เดินออกมายืนตรงหน้าเจ้าของคฤหาสน์

ช่วงขาเรียวเล็ก ผิวเนื้อเนียนผ่องที่โผล่พ้นผ้าคลุมตัวยาวออกมา ช่างชวนให้แขกเหรื่อหลายคนหยุดการกระทำที่ทำอยู่

เสียงกระดิ่งหลากสีที่ติดอยู่ที่กำไลข้อเท้าดังกังวาลใสทุกย่างก้าวสะกดเสียงพูดคุยที่กำลังดังอยู่ให้ค่อยๆเงียบลง

 

แม้จะไม่เห็นแม้แต่หน้าของคนคนนี้ เนื่องจากฮู้ดสีซีดที่คลุมทับอยู่ หากแต่ แค่ดวงตาสีเขียวสวยคู่เดียว กลับทำให้ใครหลายคน อดที่จะจ้องมองไม่ได้

 

ดวงตาสีเขียวค่อยๆปรือหลับลง หูทั้งสองตั้งใจฟังเสียงเพลงประจำท้องถิ่นที่เปิดคลออยู่เบาๆ

ช่วงทำนองเชื่องช้า และเนื้อร้องที่ฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ทำเป็นปัญหาสำหรับแฮรี่

 

ข้อเท้าเล็กเกินผู้ชายทั่วไปค่อยๆกระทืบลงที่พื้นหินเบาๆเพื่อเคาะจังหวะ และเมื่อจับจังหวะได้แล้ว ร่างบางที่ยืนหลับตาอยู่จึงค่อยๆเคลื่อนกายไปตามที่เคยเห็นเด็กหญิงชาวบ้านเต้นกัน สองแขนที่ขยับไปมาออกจากเสื้อคลุมตัวกว้าง เสียงกำไลมากมายดังกรุ๊งกริ๊งแทนเสียงเครื่องดนตรี มือเล็กปัดฮู้ดที่คลุมอยู่และผ้าคลุมหน้าผืนบางออก โชว์ให้เห็นผมหยักโศกสีดำยาวประบ่าที่ตัดกับใบหน้าขาวนวลกระจ่างตาอย่างเห็นได้ชัด ชวนให้ใครหลายๆคนอยากจะไปจับปัดมันออก เพื่อที่จะได้เชยชมดวงหน้าเรียวเล็กนั่นชัดๆ

 

ดวงหน้าที่ปรากฏจะว่าเป็นหญิงก็ไม่มีทางใช่แน่ๆ เนื่องจากสะโพกและหน้าอกที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุม แต่ก็ไม่ได้มีหุ่นกำยำดังเช่นชายหนุ่มทั่วไป ถ้าจะให้พูด ก็คงจะเหมาะกับคำว่าหนุ่มน้อยเจ้าเสน่ห์อย่างเป็นที่สุด

 

ดวงตาสีเขียวมรกตนั่นก็ช่างยั่วยวนตาชายหลายคนที่มองสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆรอน ที่หนุ่มปริศนาคอยแต่จะชวนเชิญส่งสายตามองอยู่บ่อยๆ

 

ริมฝีปากแดงฉ่ำที่ชอบจะส่งยิ้มน้อยๆให้ใครหลายคน และด้วยความร้อนของอากาศทำให้เลือดทั้งหมดพากันมาไหลวนเวียนสร้างสีสันให้กับพวงแก้มขาวใสสะอาดตา ทั้งๆที่ปราศจากการแต่งแต้มใดๆแต่ดวงหน้าเล็กกลับดูสวยเป็นพิเศษยิ่งกว่าใคร

 

ทั้งๆที่เป็นบุคคลน่าสงสัย เพราะไม่เคยมีใครคุ้นตามาก่อน ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวเป็นใครมาจากไหน ผมสีดำดั่งแม่มดในตำรานั่นอีก และดวงตาสีเขียวมรกตสดที่ในบางคราวก็ฉายแววแห่งความเศร้าสลดเอาไว้ แต่ในทางกลับกันกลิ่นหอมดอกไม้ป่าจางๆที่โฉยผ่านอากาศ เสียงฮัมเพลงเบาๆ สายตา ดวงหน้า และท่าทาง กลับทำให้ความลึกลับที่มีนั้นดูหอมหวานชวนค้นหาขึ้นมาทันใด

 

ชายหนุ่มหลายคนในงานเฝ้าเวียนเดินเข้าไปถามเจ้าของงานอยู่บ่อยถึงสินค้าในคืนนี้ว่ามี ‘สินค้าหายากจากแดนไกล' ชิ้นนี้รวมอยู่ด้วยหรือไม่ และมีหลายคนที่ทุ่มเต็มที่ขอซื้อเมื่อทราบว่าเป็นแค่ทาสที่แสนต่ำต้อยคนนึงของท่านชายเฟรดริก โอโปแลนด์ที่เอาแต่นั่งกระดิกเท้ามองผลงานชิ้นโบว์แดงที่ยังคงร่ายรำต่อไป

 

แฮรี่ยังคงอินไปกับบทเพลงที่เปิดบรรเลง สายตาที่ไม่เคยหยุดอยู่ที่ใครคนเดียวยังคงมองส่งไปเรื่อย หากแต่ดวงตาคู่นั้นต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้สบกับดวงตาสีควับบุหรี่ที่คุ้นเคย ดวงตาที่ตอนแรกมีแต่ความก้าวร้าว และไม่นานควันบุหรี่ที่หนาแน่นก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายของการตัดพ้อที่หวานที่สุดเท่าที่แฮรี่เคยเห็น

 

 

...ไม่โกรธกันใช่ไม๊.....

 

....เข้าใจกันใช่ไม๊....

 

 

แฮรี่ได้แต่หลับตาลง กัดริมฝีปากแน่น เพื่อข่มใจตัวเองไม่ให้กระโดดเข้าหาอ้อมกอดที่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกคืนวัน

 

ก่อนจะตัดสินใจปิดฉากละครลง ด้วยการทรุดตัวชันเข่าลงกับพื้นด้านหน้าเป้าหมาย ดวงตากลมโตลืมขึ้นอีกครั้งเพื่อส่งสายตาหวานซึ้ง พร้อมด้วยริมฝีปากแดงสดก้มลงจุมพิตเบาๆที่หลังมือเจ้าของคฤหาสหลังใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างเพื่อนตัวเอง พร้อมกับทำนองเพลงที่จบลงอย่างเชื่องช้าและแผ่วเบา

 

"ท่านจะช่วยรับของกำนัลที่ข้าอยากจะมอบให้ไว้ได้หรือไม่"

รอนถามแกมเย้า เนื่องด้วยสายตาของอีกฝ่ายตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะกลืนกินเพื่อนเค้าเข้าไปอยู่แล้ว แต่อย่างว่าแหละ เค้าก็เข้าใจ

 

........นายมันยังช่างยั่วได้เก่งเกินใครจริงๆแฮรี่ .......

 

รอนอดยิ้มชื่นชมไม่ได้กับผลที่ออกมาเกินคาด

 

นี่เพื่อนเค้ามันกะจะจับแค่คนเดียวหรือมันจะเอาทั้งงานกันแน่ว่ะเนี่ย

 

"ผมว่าตอนนี้คุณคงอยากจะชื่นชมกับของขวัญชิ้นใหม่มากกว่าธุรกิจของเราแล้วล่ะมั้ง เอาเป็นว่าเดี๋ยวคืนนี้เราค่อยคุยกันก็ได้ เหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะประมูลไม่ใช่เหรอครับ"

 

รอนยิ้มพูดด้วยเสียงเนิบๆ

 

"หึ...คุณนี่ช่างรู้ใจผมซะจริง งั้นไม่ขัดศรัทธาล่ะ เดี๋ยวเราค่อยเจอกันคืนนี้ล่ะกันนะครับ แล้วถ้าของชิ้นนี้เด็ดจริง..รับรอง..ผมจะให้ของที่พิเศษไม่แพ้กันตอบแทนเลยทีเดียว"

 

เสียงหัวเราะแหบๆในลำคอดังขึ้น ริมฝีปากผุดรอยยิ้มร้ายเมื่อนึกถึงยามที่มือตัวเองกำลังแกะกล่องของขวัญชิ้นสำคัญที่นั่งก้มหน้าอยู่ ร่างหนาไม่รอช้ารีบลุกขึ้นยืน มือใหญ่กร้านจับท่อนแขนบางกระชากให้ลุกตาม ก่อนจะลากให้เดินออกไปด้านนอกงานด้วยแรงที่ไม่มียั้ง

 

ชวนให้รอนที่มองอยู่กลืนน้ำลายเอื้อกๆ และเหมือนจะมีคนอ่านใจออกเมื่อเสียงทุ้มนิ่งเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

 

"จำไว้นะ ถ้าเพื่อนนายได้รอยช้ำมาแม้แต่รอยเดียว.....นายต้องชดใช้ให้ฉัน!"

 

รอนหันหลังขวับสบกับดวงตาแข็งกร้าวที่กดต่ำมองมา ชายหนุ่มสูงสง่าในชุดสูทสีดำเข้มที่ตัดเป็นทรงสมัยใหม่ เสื้อเชิ้ตสีขาวและไทด์ดำเรียบๆช่วยทำให้ร่างสูงสง่าคนนี้ไม่ได้ดูสูงอายุอย่างใครหลายๆคน หากแต่คนๆนี้ยังคงมีรัศมีเต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือและน่าเคารพไม่น้อยไปกว่าใคร รอนจึงไม่แปลกใจเลยว่าเมื่อมองไปรอบๆตัว หญิงสาวและชายหนุ่มมากมายก็แอบพากันมองด้วยความชื่นชมอยู่ห่างๆเช่นเดียวกันกับเค้าที่ยังอดจะชมไอ้หมอนี่ไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อดตัดพ้อไม่ได้เช่นกันว่า ทำไมพระเจ้าช่างลำเอียงสร้างคนมาให้มันแตกต่างกันได้ขนาดนี้นะ

 

ดวงตาสีเทาเข้มสังเกตเห็นคนในงานที่มองมาทางพวกเค้ามากขึ้น กัดริมฝีปากแดงฉ่ำอย่างตัดใจที่จะต่อว่าไอ้คนรักเพื่อนจัดนั่นต่อไป

 

หึ ถ้าไม่กลัวว่าแฮรี่จะเสียงานพ่อจะลากเอาไอ้พวกที่มันจ้องคนของเค้าไล่ขึ้นเขียงส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์มันเสียทีละคน !

 

แต่ก่อนอื่น ขอเริ่มจากเพื่อนเจ้าตัวดีมันคนแรกนี่แหละ!!

 

ใช้ได้ที่ไหน ปล่อยให้เพื่อนตัวเองทำอะไรเสี่ยงๆ !

 

 

ฮึ้ย !! พูดแล้วยิ่งขัดใจ !! !!

 

 

เจ้าตัวเล็กของเค้าก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าจะหนีออกมาทำงานอย่างนี้

 

 

จบงานนี้พ่อจะจับมาขังลืมอยู่ที่บ้านให้ดู!!

 

 

แล้วช่วงขายาวจึงก้าวฉับเดินออกไปอีกฝั่งของงานแทน

 

ปล่อยให้ใครหลายคนได้แต่มองตาม ซึ่งนั่นรวมไปถึงเพื่อนเก่าร่วมโรงเรียนสองคนที่เหลือด้วย

 

"เหอะ....ไอ้หมอนั่น ทำไมยิ่งโตยิ่งน่าเกลียดฟ่ะ"

 

ท่านชายที่กำลังนั่งไขว่ห้างทำท่าเบ้ปากชวนให้คนที่นั่งข้างๆอดส่งสายตาหมั่นไส้มาให้ไม่ได้

 

"เฮ้อ...คนเราก็อย่างนี้ล่ะน้า...เห็นใครหน้าตาหล่อและพูดจาได้เท่ห์...มากๆๆๆๆๆๆ....หน่อยเป็นไม่ได้"

หญิงสาวแกล้งเน้นเสียงพอให้อีกคนฮึดฮัดเล่น

 

"ว่าแต่แฮรี่จะเป็นอะไรไม๊น้า"

เมื่อได้ยินเสียงบ่นพึมพำของแฟนสาว ก็ชวนให้รอนนึกห่วงเพื่อนตัวเล็กขึ้นมาดื้อๆ

 

"เจ้านั่นมันออกจะเก่ง คงไม่เป็นอะไรหรอก...มั้ง....."

ทั้งๆที่พูดอย่างนั้น แต่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกลับแฝงไปด้วยความกังวล

 

ทำไมถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กนั่นนะ

 

รอนที่นั่งอยู่ได้แต่มองไปตามทางที่แฮรี่ถูกลากไป ดังเช่นคนในงานอีกหลายๆคน หากแต่ความหมายที่มองช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะหลายคนได้แต่ภาวนาให้เจ้าของทาสคนใหม่นั้นอิ่มเอมเร็วๆและยอมปล่อยให้เด็กหนุ่มปริศนามาเป็นของชิ้นสำคัญในงานซะมากกว่า

 

แต่ถ้าหากมันกลายเป็นอย่างที่คนอื่นคิดจริงๆป่านนั้นรอนคงได้กลายเป็นศพไปก่อนแน่!

 

นี่ขนาดถ้าไอ้เพื่อนเค้ามันเป็นรอยด่างช้ำขึ้นมาเพียงจุดเล็กๆเค้ายังจะซวยเลย แล้วประสาอะไรกับถ้าเพื่อนเค้าพลาดท่าให้กับไอ้อ้วนนั่นล่ะ

 

เหอะ...งานเค้ารึเปล่าก็ไม่ใช่ เป็นคนออกไอเดียนี้รึก็เปล่า แฟนมันคิดเองทำเองแท้ๆ แต่ทำไมเค้าต้องมาซวยด้วยว่ะเนี่ย

 

รอนส่ายหัวเบาๆกับความซวยของตัวเอง

 

แฮรี่มันเลี้ยงมัลฟอยด้วยอะไรว่ะเนี่ย ถึงได้ดุขนาดนี้!

 

.................................................

 

เสียงรองเท้าสองคู่ที่กำลังเดินไปตามทางระเบียงสีน้ำตาลหม่นกว้างที่ปูยาวล้อมรอบตัวอาคารหลังใหญ่ ทอดต่อจากส่วนที่จัดเลี้ยง ทางเดินที่สร้างเอาไว้เพื่อเชื่อมต่อกับห้องทุกห้อง หากเดินตามทางนี้ไปเรื่อยๆคงจะไปหยุดอยู่ที่ห้องใดสักห้องกระมัง แฮรี่คิด แต่จะว่าเค้ากำลังเดินอยู่ก็คงไม่ถูก ต้องเรียกกว่าคนหนึ่งกระชากให้อีกคนเดินตามซะมากกว่า เพราะตั้งแต่ออกมาจากงานเลี้ยงแฮรี่จำได้ว่ายังไม่ได้ถูกปล่อยข้อมือให้เดินเองเลย ข้อมือที่ถูกบีบรัดอย่างไร้ความปราณี เริ่มแผลงฤทธิ์ให้เจ้าของรู้สึกเจ็บขึ้นมาตะหงิดๆ แฮรี่มั่นใจว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลังมันต้องเปลี่ยนสีแน่ๆ

 

เสียงผู้คนจากงานรื่นเริงและเสียงดนตรีถูกทดแทนด้วยเสียงการกระทบกันของใบไม้เนื่องจากถูกสายลมบางๆพัดผ่าน นกน้อยหลายตัวแข่งกันส่งเสียงร้องแข่งกัน แต่มันคงจะทำให้แฮรี่รู้สึกผ่อนคลายมากกว่านี้หากเค้าไมได้อยู่ในระหว่างการทำงานที่แสนจะน่ารำคาญนี่ เฮ้อ ไอ้บ้านี่ก็ลากให้เดินเร็วอยู่นั่นแหละ

แฮรี่พยายามจำเส้นทางรอบตัวให้แม่นเผื่อเอาไว้หาทางหนีทีไล่ถ้าเกิดอะไรขึ้น

 

ขณะที่ร่างบางกำลังหันมองสิ่งรอบๆตัว ทันใดนั้นแฮรี่ก็รู้สึกได้ถึงแรงพลักอย่างรุนแรงเข้าที่แผ่นหลัง ก่อนที่จะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น

 

ห้องริมสุดของทางเดินงั้นเหรอ

 

แต่แล้วความคิดทั้งหมดก็ถูกดึงความสนใจไปที่เสียงจากประตูไม้บานโตตั้งตัวตระหง่านอยู่ค่อยๆแง้มปิดลง พร้อมกับแสงแห่งอิสระภาพค่อยๆถูกแทนที่ด้วยร่างอ้วนกลมที่ยืนแสยะรอยยิ้มร้ายมาให้ หลังจากจัดการลงกลอนประตูเรียบร้อย

 

พ่อมดซิฟฟี่ผู้มีร่างกายอวบอ้วนค่อยๆก้าวสามขุมเข้ามาหาคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กับพื้น

 

"หึหึ หนุ่มน้อย เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า ทำไมฉันคุ้นหน้าเธอจัง"

 

แฮรี่แค่นยิ้มนิดๆ เหอะ กว่าจะมาคิดออกตอนนี้ไม่โง่ไปหน่อยเหรอ

 

ระหว่างที่พ่อมดกำลังมองสำรวจเรือนร่างของของขวัญชิ้นโต แฮรี่ก็ไม่รอช้า มือเล็กที่ยันพื้นอยู่ค่อยๆเลื่อนมาจับตรงช่วงขาที่คลุมด้วยผ้าบาง และไม่นานนัก

 

"สตูพิฟาย!"

ทันทีที่คาถาสะกดนิ่งถูกสั่งออกไป เข่าทั้งสองข้างของคนที่ยืนกึ่งค่อมอยู่ค่อยๆล้มลงกับพื้น ดวงตาทั้งสองคู่เบิกกว้าง ริมฝีปากที่สั่นระริกพยายามอย่างสุดชีวิตกว่าจะเอ่ยคำพูดออกมาได้

 

"นะ....นาย......ปะ..เป..เป็น.....พ่อมด...หะ.."

 

แฮรี่ไม่ได้ตอบอะไร แค่ค่อยๆยันตัวให้ลุกขึ้น มือเล็กยกขึ้นเสยผมด้านหน้าที่ยาวปิดระหน้าผากสวย และใช้หลังมือซับเหงื่อที่ออกมาตามไรผมนุ่ม

 

รอยแผลเป็นที่แทบจะกลืนไปกับผิวสีขาวนวลกลับเด่นชัดในมโนความคิดของอีกคน

 

"นะ..นาย....พะ....พะ...พอต..เตอร์"

ริมฝีปากหนาสั่นระริกเฉกเช่นเดียวกับดวงตา

 

ในหมู่พ่อมดด้วยกันไม่มีใครไม่รู้จักมือปราบมารฝีมือดีคนนี้แน่ เพียงแต่เค้าได้ยินว่าหมอนี่มันลาพักงานไปตั้งนานแล้วเลยไม่ได้ระวังตัว แถมไม่คิดด้วยว่าแฮรี่ พอตเตอร์ในตำนานจะหน้าตาหวานได้ขนาดนี้

 

แฮรี่ที่กำลังมองไปรอบๆห้อง เพียงแค่เหลือบตามองมา ก่อนรอยยิ้มเล็กจะผุดขึ้นที่มุมปาก

 

"ยินดีที่ได้รู้จัก ซิฟฟี่ หวังว่านี่คงเป็นการแนะนำตัวครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเรานะ"

ว่าแล้ว ท่อนแขนเรียวบางจึงยกกวาดขึ้นตั้งท่าพร้อมจะเสกคาถาเต็มที่

 

แต่...

 

"อ๊ะ!!!??"

 

อยู่ดีๆร่างบางที่ยืนคุ้มหัวอีกคนอยู่ก็ทรุดลงกับพื้นหินอ่อนสีขาวลายคราม

 

แฮรี่รู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกวูบลง ตัวทั้งตัวเหมือนอยู่ดีๆก็มีคนเอาหินมาถ่วงเอาไว้

 

แล้วไม่นานนัก เสียงหัวเราะที่ลอยมากลับยิ่งทำให้แฮรี่มั่นใจขึ้นอีก

 

ทำไมเมื่อกี้เค้าไม่สังเกตนะ ว่าทำไมไอ้บ้านี่มันถึงยังพูดได้อยู่!!!

ถ้าไม่ใช่เพราะพลังของเค้ามันเริ่มตกลง!

 

 

ฮึ้ย !! ไอ้บ้าเอ้ย ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ด้วยนะ

 

 

แฮรี่ได้แต่ภาวนาให้พลังที่เค้าส่งไปตอนแรกมันแรงพอที่จะสกัดไอ้พ่อมดนี้ไว้ จนกว่าพวกรอนจะมาตาม

เพราะเค้ามั่นใจว่าตัวเองในตอนนี้คงไม่สามารถจะลุกขึ้นจับมันย่อส่วนลงไปขังในกรงอย่างที่ทำปกติได้เป็นแน่

 

แต่แล้วความคิดทั้งหมดก็ต้องหยุดลงทันทีที่มีแฮรี่รับรู้ได้ถึงสัมผัสสากที่ไล้ผ่านแก้มนวล ก่อนที่จะฟาดลงมาอีกทีที่เดิม

 

แฮรี่รู้สึกได้ถึงความเจ็บที่แก้มเนียนที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับรอยแดงเป็นปื้น

 

"หึ สงสัยคนที่ชื่อแฮรี่นี่คงจะเกลื่อนไปหมดละมั้ง หรือไม่เส้นนายก็คงจะใหญ่พอดู ถึงสามารถเอาชื่อตัวเองไปติดโผในงานใหญ่ๆพวกนั้นได้ ถุ้ย กระจอก!"

 

หยดน้ำลายที่อีกร่างจงใจถ่มรด ทำให้ริมฝีปากแดงเข้มกัดแน่นขึ้นไปอีก ร่างทั้งร่างสั่นเทาเพื่อระงับความโกรธ

 

ใจเย็นๆแฮรี่ ค่อยๆหาวิธีคิดว่าจะทำยังไง

 

ถ้านายขาดสตินายจะแพ้มัน!

 

มืออวบอ้วนตะปบเข้ากับเส้นผมสีดำนุ่มมือก่อนจะกระชากทึ้งใบหน้าที่ก้มอยู่ขึ้นมา

 

ดวงตาแข็งกร้าวที่มองสบมาทำให้ซิฟฟี่ยิ้มกระหย่องอย่างประหลาด

 

"หืม ทำตาอย่างนี้มันปลุกให้เจ้าหนูฉันตื่นขึ้นมารู้ไม๊"

 

ทันทีที่จบประโยคมือน้อยก็ฟาดลงบนใบหน้าอีกฝ่ายทันทีเช่นกัน

 

พ่อมดซิฟฟี่หันใบหน้ากลับมาก่อนจะตบลงไปที่แก้มอีกข้าง พร้อมกับกระชากข้อมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นมา

"อยู่ดีดีไม่ชอบ ไอ้มือนี้ใช่ไม๊ที่ทำ"

ข้อมือทั้งสองข้างถูกดัดไปด้านหลัง เสียงกระดูกที่ดังลั่น พร้อมกับความรู้สึกทั้งหมดที่หายไป

 

แฮรี่ที่ไม่มีเสียงร้องออกมาสักกระแอะทั้งที่ความจริงเจ็บจนอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ

 

เค้าจะต้องไม่ส่งเสียงร้องออกมาให้หมอนี่ได้ยิน!

 

กรามที่ขบแน่นอยู่แล้วยิ่งกดย้ำลงไป

 

ซิฟฟี่กระชากให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา ดวงหน้าที่ยื่นเข้ามาใกล้ค่อยๆส่งปลายลิ้นขึ้นลามเลียริมฝีปากที่เม้มแน่น เพื่อเก็บเกี่ยวลิ่มเลือดเริ่มไหลออกจากมุมปากที่ถูกตบ ค่อยๆไล่ไปที่ยวงแก้มใส และงับลงไปด้วยแรงที่ไม่เบานัก!

 

แฮรี่ที่หลับตาอยู่ด้วยความสะอิดสะเอียนถึงกับสะดุ้งในความวิปริตของอีกฝ่าย

 

รอยฟันแดงเข้มที่ปรากฏสร้างความรื่นเริงใจไม่น้อยให้กับพ่อมดร้าย

 

ฟันสีเหลืองเริ่มไล่งับไปที่ต้นคอขาวนวลผ่องและไหปลาร้าที่โผ่ลพ้นปกคอเสื้อออกมา

 

ทุกๆครั้งที่รอยฟันคมกระทบลงบนผิวอ่อนนุ่ม มันไม่ได้สร้างความรู้สึกดีเลยสักนิดให้กับอีกฝ่าย

น้ำลายเหนียวเหนอะหนะเลอะเทอะไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ

 

มือหนากระชากเสื้อคลุมตัวนอกออก พร้อมๆกับเสื้อแขนกุดตัวใน เผยให้เห็นแผ่นอกสีขาวกระจ่างตา

 

แฮรี่ทำได้แค่หันหน้าหนีทันทีที่ดวงตาสีน้ำทะเลมองสบกับอีกฝ่ายที่มองมาด้วยความหื่นกระหายอย่างไม่ปิดบัง

 

 

ตัวเค้าควรจะทำยังไงดี มือทั้งสองข้างก็ใช้ไม่ได้

 

ทำยังดี

 

ขณะที่ความหวังค่อยๆริบหรี่ลงเรื่อยๆ แต่คำๆเดียวกลับปรากฏขึ้นให้หัวของร่างบางอย่างเด่นชัด

 

 

.....เดรก.....

....ขอโทษ....

 

To be continue

ค้างบ่ 555

 

Desert Rose : Part 11 ~My Beloved ~

 

 

"เดรก...." ชอบจังเวลาที่เค้าเรียกผมว่า เดรก หรือเดรกโก มันทำให้ผมรู้สึกว่าเราใกล้กันมากขึ้น จนอยากจะหอมแรงๆซักฟอดเพื่อให้รางวัลที่ทำให้ใจผมเต้นนักเชียว

 

"คือว่า...ฉัน....."ริมฝีปากแดงสวยถูกขบเบาๆเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรสักอย่าง ดวงตาคู่สวยเสมองไปที่พื้นหินอ่อนขาวจัด และถ้าผมสังเกตไม่ผิดในดวงตาสีเขียวน้ำทะเลนั้นแฝงไปด้วยความกังวลอยู่ลึกๆ มีอะไรทำให้กังวลอยู่หรือไง ขอแค่เค้าบอกมาคำเดียวผมก็จะช่วยทันที ผมอยากจะพูดอย่างนั้นออกไป แต่ก็ไม่อยากไปเร่งเร้าให้ลำบากใจกันเสียเปล่าๆ แถมเดี๋ยวจะมากัดผมอีกว่าผีเข้าหรือไงถึงได้มาใจดีด้วย ทั้งที่ความจริงผมออกจะโอ๋เค้าออก เพียงแต่เจ้าตัวไม่ค่อยจะสังเกตเองต่างหาก หรือพวกคุณว่าไม่จริง

 

เปลือกตานวลปิดลงสักพัก  ก่อนจะเปิดขึ้นพร้อมกับการเบือนใบหน้าหันมา ดวงตากลมโตมีความมุ่งมั่นและแน่วแน่เสียจนผมหวั่นใจ ทุกครั้งที่แฮรี่ทำสายตาอย่างนี้แสดงว่าเค้าได้ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างลงไปแล้ว และเจ้าตัวก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจแน่ๆ น้ำทะเลสีเข้มบอกกับผมแบบนั้น

 

.....ผมไม่ขอให้เค้าเปลี่ยนใจหรอก ถ้าเป็นสิ่งที่เค้าเลือก ......

......แต่ผมอยากจะขอภาวนาเพียงว่า ให้การตัดสินใจนั้นของเค้านั้น มีผมเข้าไปด้วยเถอะ.....

 

....ได้โปรดอย่ามองข้ามกันไปเลย.....

 

"เดรก..."คราวนี้ไม่เรียกปล่า แต่กลับหันดวงหน้าคมกลับมาสบตาที่เหมือนเว้าวอนอยู่ลึกๆ

ชั่งใจอยู่สักพักก่อนที่สองเท้าของผมจะก้าวเข้าไปหา...

 

สองแขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มผมทองที่นั่งลงข้างๆบนเตียงสีขาวสะอาด

ดวงตาคมสองคู่สบกันก่อนที่ร่างบางจะเอียงคอพร้อมจรดริมฝีปากลงเบาๆ หลายๆครั้ง แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นจูบที่ลึกซึ้งขึ้น โดยอีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมืออย่างไม่ได้ขัดใจอะไร

 

แฮรี่หอบเบาๆเนื่องจากขาดอากาศหายใจ แต่ร่างบางก็ดูจะไม่ยอมแพ้อยู่แค่นั้น มือเรียวพลักร่างสูงลงกับเตียง แล้วขึ้นค่อมในทันที อีกครั้งที่สองตาประสานกัน แต่คราวนี้ สายตาของฝ่ายที่อยู่ด้านล่างกลับเต็มไปด้วยความสงสัย กังวล และกลัวอยู่ลึกๆ

ซึ่งเมื่อเห็น แฮรี่ก็ทำสีหน้าตอบอีกฝ่ายไม่ถูกเหมือนกัน เลยเปลี่ยนเป็นก้มหน้าแทน

 

"ถ้านายทำหน้าอย่างนั้นออกมา ก็อย่าเลยดีกว่า"

..............................

.......................................................

...............................................................................

 

แฮรี่เงยหน้าขวับสบตาคม

มือหนายกขึ้นแตะลงบนแก้มบางเบาๆ พร้อมกับยิ้มบางๆเพื่อปลอบประโลม

"ฉันไม่อยากโดนปล้ำทั้งที่อีกฝ่ายทำหน้าอย่างกับจะถูกข่มขืนอยู่มะลอมมะล่อหรอกนะ"

ทั้งที่ปากกัด แต่ทำไมมือนายถึงได้เบาและถนุถนอมกันได้มากขนาดนี้นะเดรกโก

"เอ๊า ยิ่งพูดยิ่งจะร้องไห้หรือไง"

แฮรี่ยิ้มขำ ก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงมาใกล้อีกฝ่าย มือสองข้างเท้าลงข้างๆใบหน้าคม

"เงียบน่า" ริมฝีปากบางเริ่มบรรเลงเพลงรักต่อ

เสียงริมฝีปากที่สัมผัสบางเบา ดังสลับกับเสียงครางหอบยามลิ้นทั้งสองฝ่ายเก็บเกี่ยวความหวานซึ่งกันและกัน

มือบางค่อยๆกลัดกระดุมเสื้ออีกฝ่ายออกจากรังดุมโดยที่ริมฝีปากยังคงเกี่ยวกระหวัดอยู่กับอีกฝ่าย

ลิ้นเรียวค่อยๆแทะเล็มตามแผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของอีกฝ่ายอย่างเคอะเขิน แต่ก็ไม่ลืมที่จะฝากฝังความเป็นเจ้าของเอาไว้

 

......ขอให้มันยังอยู่กับนายให้นานที่สุด....อย่าหายไปเร็วอย่างกาลเวลาเลยนะ.....

 

ร่างบางเลื่อนใบหน้าบางลงมาถึงขอบกางเกงผ้า ก่อนจะเงยหน้าไปมองอีกฝ่ายที่ก็มองมาเช่นกัน

ดวงตาคมสีน้ำทะเลมีแววไม่แน่ใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคมกล้าขึ้นมา มือเรียวค่อยๆปลดเข็มขัด และกระดุมกางเกงออก

มือเล็กค่อยๆจับลงบนลำตัวอีกฝ่ายเบาๆ อย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากลงตรงส่วนปลาย แทะเล็มไปรอบๆ และดูดเล็มเบาๆตรงยอด

แฮรี่สังเกตเห็นร่างข้างใต้หลับตาขบริมฝีปากแน่นก็เกิดกังวล เลยเงยหน้าขึ้นถามอีกฝ่าย

"ฉัน...เอ่อ.....แย่....เอ่อ...มากเหรอ"

เสตาหลบดวงตาสีเทาฉ่ำที่ลืมสบมา ดวงหน้าขาวเนียนแดงระเรื่อด้วยความอาย แต่แล้วเสียงแหบพร่าที่เปร่งออกมากลับทำให้ใบหน้านั้นแดงหนักกว่าเดิม

"ถ้านายหยุด...เท่ากับนายจะฆ่าฉันแฮรี่"

ริมฝีปากบางก้มลงรับท่อนเนื้อร้อนเข้าไปในปากต่อทันที พยายามรับเข้าไปในปากให้มากที่สุด ดูดอมราวกับมันเป็นของหวานชิ้นโปรด และค่อยๆรูดเข้าออก จนส่วนปลายเริ่มมีน้ำสีขาวขุ่นออกมา

"อืม..แฮรี่...." ดวงหน้าขาวเงยหน้าขึ้นอีกรอบจากมือหนาที่ขยุ้มกลุ่มผมตนเอง ดวงตาของอีกฝ่ายที่แฝงไว้ด้วยความเว้าวอน ทำให้ร่างบางได้แต่เก็บความกลัวเข้ากระปุก และจัดการกับสิ่งตรงหน้าต่อไปทันที

 

มากกว่านี้คนๆนี้ก็เคยให้เค้ามาแล้ว เรื่องแค่นี้ทำไมนายจะทำให้เค้าไม่ได้แฮรี่

 

"...อา..แฮรี่...ดี...อื้มม.....อา................"เม้มดูดหลายรอบเร็วๆก่อนร่างสูงจะปลดปล่อยออกมาในปากเรียวของร่างบาง

แฮรี่กลืนมันลงคอ พร้อมใช้มือปาดส่วนที่ล้นออกมาเลอะนอกริมฝีปาก การกระทำเหล่านี้บวกด้วยดวงตาปรือๆมึนๆของร่างบาง

ทำให้คนข้างล่างแทบคลั่งได้ไม่น้อย นี่ไม่ได้รู้ตัวเลยใช่มั้ยว่ากำลังยั่วเค้าอยู่อย่างหนัก

 

 

แฮรี่ใช้มือบางค่อยๆจับเอาส่วนยอดที่เลอะน้ำรักอยู่นิดหน่อย ก่อนจะค่อยๆใช้มือยันแผ่นอกร่างสูง และดันตัวขึ้นนิดๆ และค่อยๆปล่อยสะโพกสวยลงบนตัวของอีกฝ่าย

 

"อ๊ะ...อืม...เดร..."

สะโพกสวยหยุดการเคลื่อนไหวเนื่องด้วยความเจ็บหลับตาลงแต่กัดปากแน่น พึมพำชื่ออีกฝ่ายไม่หยุด

"จะ..ให้ช่วยไม๊ เจ็บใช่..ไม๊"ร่างสูงกดเสียงต่ำถามอีกฝ่ายด้วยความยากเย็น

 "อืม...อ๊ะ...จะ..เจ็บ...." ทั้งที่ปากพูดแต่สะโพกเพรียวกลับค่อยๆยกขึ้นและพยายามกดลงมาอีกครั้งอย่างเบาๆ

"ค่อยๆผ่อนลมจากปากแฮรี่...อย่างนั้น"ร่างข้างใต้ชื่นชมลูกศิษย์ที่เรียนรู้ได้เร็ว

แฮรี่รู้ว่าเดรกโกต้องอดกลั้นอารมณ์อย่างหนัก เพราะความเชื่องช้าของตน ดูจากเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผม

เมื่อเห็นดังนั้นร่างบางจึงค่อยๆผ่อนลมจากปากตามที่อีกฝ่ายสอน และตัดใจทิ้งตัวลงทีเดียว

 

"อ๊า...." เมื่อลงได้สุดโคน ร่างบางจึงทิ้งตัวลงซบแผ่นอกกว้าง

 

"เหนื่อยหน่อยนะ" อีกฝ่ายเอ่ยด้วนเสียงอ่อนโยน

แฮรี่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่นอนพักฟังเสียงหัวใจอีกฝ่าย

 

"หึ....ฉันตื่นเต้นใช่ไม๊ล่ะ"

เสียงคมเข้มเอ่ยถามร่างที่นอนหลับตาพริ้ม  หน้าแดงอีกครั้ง

 

"ถือว่าเป็นรางวัลให้ฉันละกันนะเดรก"ที่ทำให้ฉันดีใจ

ยันตัวขึ้นอีกครั้งค่อยๆยกตัวขึ้นจนสุดปลายก่อนจะทิ้งตัวลงมาทีเดียวสุด

 

"อ๊า..เดรก...." สะโพกบางยกขึ้น กดลง...จากช้าๆ ก็ค่อยๆเปลี่ยนจังหวะเร็วขึ้นๆ

 

"อื้ม..แฮรี่.....อา....." มือหนาคอยช่วยส่งสะโพกบางอยู่บ่อยครั้ง

แฮรี่ชักรู้สึกว่าการอยู่บ้านบ่อยๆมันทำให้เค้าอ่อนแอลงก็คราวนี้แหละ

 

"อืม....จะถึงแล้วล่ะเดรก...ช่วยหน่อยนะ"

เมื่อได้รับคำสั่ง ร่างสูงจึงรีบตวัดตัวอีกฝ่ายลงข้างล่างทันที จูบลงบนริมฝีปากบางเบาๆ

 

"รับทราบ...ขอบคุณนะ"

ร่างสูงจุ๊บลงเบาๆที่ขมับร่างบาง ทั้งๆที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ

 

เทียบกับจังหวะของร่างบางแทบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยพลังของกล้ามเนื้อ ความเร็ว และด้วยความเชี่ยวชาญ

แฮรี่แทบไม่แปลกใจว่า ทำไมร่างสูงถึงเต็มไปด้วยเหงื่อทั้งที่ก็ไม่ได้ทำอะไร ที่ไหนได้ นี่เค้าต้องทำให้อีกฝ่ายอดกลั้นไว้เหรอเนี่ย

 

"อ๊า.....ดี....เดรก..โก...."

สะโพกที่ส่ายเสอดข้าออกรับประสานจังหวะกันทำให้ทั้งสองฝ่ายไปถึงฝั่งด้วยกันได้ไม่ยาก

 

"อืม....พร้อมกันนะ.."

ร่างสูงเอ่ยบอกอีกฝ่าย แฮรี่โอบมือรอบคอ นิ้วมือกำไรผมอีกฝ่ายแน่น

 

"อืม....อ๊ะ....อ๊า..................."

 

มัลฟอยดันสะโพกเข้ามาเป็นรอบสุดท้าย

 

 "อื้ม...แฮรี่"

ริมฝีปากทั้งสองประกบกัน ก่อนที่เดรกโกจะดันให้แฮรี่ขึ้นมานอนทับตนเพื่อพักผ่อน

ร่างสูงระดมจูบซับเหงื่ออีกฝ่ายตามใบหน้า ไรผม ซอกหู เปลือกตาอย่างทะนุถนอม

 

"ขอบคุณนะ....แต่รู้ไว้นะ....ไม่ว่าตัดสินใจอะไรไป...ฉันจะยังอยู่ข้างๆนายเสมอ"

 

เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดจบตาโตกลมที่หลับอยู่กลับเบิกกว้างทันที

 

หมอนี่รู้อย่างนั้นเหรอ

 

ดวงตาที่สบกันบอกทุกอย่างกับเค้า และสิ่งๆนั้นทำให้แฮรี่น้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้

 

"ขอบคุณนะเดรก....ขอบคุณที่เชื่อกัน"

 

เดรกโกค่อยๆจรดริมฝีปากตามเก็บน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเบาๆของอีกฝ่าย

 

"ขอแค่นายเรียกหรือบอก นายก็รู้ว่าฉันจะทำ...ใช่ไม๊แฮรี่"

 

"ฮึก...ชะ..ฉันรู้...ฮึก...แต่..."

เค้ารู้ว่าแค่พูดคำเดียวว่ามีงาน เดรกโกก็พร้อมจะส่งลูกน้องไปทำแทนเค้าแน่นอน หรือไม่ก็เจ้าตัวนี่แหละจะไปทำให้ แต่นี่มันงานของเค้า เค้าไม่อยากพึ่งคนๆนี้มากเกินไป

เค้ารู้ว่าเค้าเห็นแก่ตัว เพียงแต่เค้าก็มีศักศรีษ์ในการทำงานเหมือนกัน เค้าก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง จะให้ไปพึ่งอีกฝ่ายทั้งหมดมันก็ไม่ใช่ตัวของเค้า

 

"และถึงนายไม่บอกให้รอ....แต่ฉันก็งี่เง่าและดึงดันพอที่จะรอ..นายก็รู้ใช่ไม๊"

 

และหมอนี่ก็บ้าพอที่จะโทษเอาความเห็นแก่ตัวของเค้าไปทบโทษเป็นของตัวเอง

 

"นายมัน...ฮึก...ตามใจฉันจนฉันจะเคยตัว...ฮึก....รู้ไม๊"สะอื้นไปว่าไป

 

"ก็รู้นี่นาว่าฉันตามใจนาย"

เดรกโกยิ้มขำ

 

"...ขอโทษนะเดรก..."ที่ทำให้ไม่สบายใจ ....ขอโทษที่ทำให้กังวล

น้ำทะเลสีเข้มถ่ายทอดความรู้สึกเสียใจทุกอย่างออกไปให้อย่างไม่ปิดบัง

 

"....ไม่จำเป็นเลยสักนิด...แค่นายคิดถึงฉันบ้าง...รู้ว่าฉันยังอยู่ที่นี่...รออยู่ที่นี่...แค่นั้นก็พอแล้ว"

เมื่อพูดจบร่างก็โถมตัวลงมากอดแรงๆพร้อมกับจูบเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเป็นลึกซึ้ง เพื่อแสดงออกถึงคำขอบคุณทุกคำ

ความรู้สึกทุกอย่างที่คนอย่างเค้าไม่สามารถพูดออกมาได้ ซึ่งร่างสูงก็รับเอาไว้และตอบกลับอย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกัน

........... ..............................

 

.............................. .................... .......................................................

 

....................................................... .............................. .................... .......................................................

เพราะเค้าทำหน้าอย่างนั้นผมถึงต้องพูดออกไป ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักทำหน้าน่าสงสารขนาดนั้นกัน

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยาก แต่ผมก็กลัวนะ อยู่ดีๆมาทำดี....มันกลับเป็นเครื่องยืนยันด้วยซ้ำว่านายตั้งใจจะทำอะไรแน่ๆ

แล้วอย่างนี้ผมยังจะอยากรับความทรมานในอนาคตของตัวเองไว้อีกเหรอ

 

 "ฉันไม่อยากโดนปล้ำทั้งที่อีกฝ่ายทำหน้าอย่างกับจะถูกข่มขืนอยู่มะลอมมะล่อหรอกนะ"

เหมือนเค้าจะเห็นว่าสายตาผมไม่ได้แสดงออกไปอย่างที่พูด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัวอยู่ลึกๆ

ดวงตาคู่สวยจึงเหมือนรื้นน้ำขึ้นมา....

ขอร้อง อย่าทำให้ผมกลัวไปมากกว่านี้เลย....สิ่งที่นายจะทำมันไม่ได้ยากมากขนาดทำให้นายกลับมาหาฉันไม่ได้ใช่ไม๊

และพอผมแกล้งดัดเสียงทำเป็นกัดกลับ แฮรี่กลับว่ากลับมา

 

"เงียบน่า"

ก่อนที่เค้าจะลงมือจัดการประหารผมต่อไป

แค่ร่างบางที่ขึ้นคร่อมผมทำเอาใจผมสั่นไหวจะเป็นบ้าอยู่แล้ว นี่เค้าเล่นมาแกะกระดุม จับโน่นนี่อยู่นั่น

ถ้าเกิดผมอดทนไม่ได้ขึ้นมากดเค้าขึ้นมาจะเกิดอะไร

 

ไม่ได้นะมัลฟอย!นายต้องบังคับตัวเองให้ได้..ขืนนายลองจับอีกฝ่ายกด มีหวังได้ทะเลาะกันพอดี

นายก็รู้อยู่ว่าแฮรี่ศักศรีษ์เยอะแค่ไหน

 

แต่ไม่แน่...ทะเลาะอาจจะดีกว่า...นายจะได้ไม่ต้องมาลูบหลังและตบหัวกัน!

 

อยู่ๆมือบางก็หยุดลง ทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นอย่างอดกลั้นกับภาพตรงหน้า

อย่าบอกนะว่า....นี่เค้าจะทำให้ผมจริงๆเหรอ!

ทั้งที่สีหน้าผมยังอึ้งอยู่ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะตัดสินใจได้เร็วกว่าผม มือบางนั่นจึงค่อยๆรูดซิบกางเกงผมลง

 

ทันทีที่ริมฝีปากบางและลิ้นเล็กค่อยๆแตะลงมาด้วยความกล้าๆกลัวๆ

ภาพตรงหน้าทำเอาผมแทบลืมหายใจ ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะมีวันที่เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น

ใบหน้าของแฮรี่เหยเกทันทีที่เค้าทิ้งสะโพกลงมา

เค้าคงจะเจ็บมากใช่ไม๊ ก็คราวนี้ไม่ได้มีการช่วยก่อนเหมือนทุกที แถมห่างหายไปนานด้วย

"ค่อยๆผ่อนลมหายใจ...อย่างนั้น"

ผมค่อยๆสอนเค้า ทั้งๆที่ตัวเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว

 

แต่ไม่ได้ นายต้องอดทนเดรก แฮรี่กำลังพยายาม

 

และเมื่อร่างบางทำได้สำเร็จ ผมก็ไม่ลืมขอบคุณและจูบให้รางวัลเค้าแน่นอน

"เหนื่อยหน่อยนะ" แต่เห็นไม่ตอบอะไร สงสัยมัวแต่อึ้งกับเสียงหัวใจที่รัวถี่ยังกับกลองของผมอยู่แหงเลย

"หึ....ฉันตื่นเต้นใช่ไม๊ล่ะ" ผมเอ่ยถามกลบความอายไปงั้นแหละ

 

 "ถือว่าเป็นรางวัลให้ฉันละกันนะเดรก"

 

แฮรี่จะรู้ไม๊ว่าการที่เค้าพูดตอบกลับมาอย่างนี้ มันยิ่งทำให้กลองที่รัวอยู่แล้วตีแรงหนักข้อจนผมแทบจะคิดว่าตัวเองจะต้องหัวใจวายตายเอาแน่ๆ และเหมือนอีกฝ่ายจะต้องการให้ผมตายจริงๆ เพราะเค้าดันผละออกจากอกผมจะทิ้งตัวลงอีกรอบ

 

 "อ๊า..เดรก...."

 

"อื้ม..แฮรี่.....อา....."

 

ผมคอยใช้มือช่วยส่งสะโพกทุกครั้งที่เห็นเค้าทำท่าจะไม่ไหว จริงๆผมคิดว่าเค้าจะให้ผมสานต่อตั้งแต่เค้าพักแล้วนะ แต่แฮรี่ก็ยังดึงดันที่จะทำมันต่อ  แต่ผมก็ไม่อยากให้แฮรี่เหนื่อยเกินไปนี่นา เพิ่งฟื้นไข้ไม่นาน ไม่อยากให้ต้องทำอะไรที่เหนื่อยมากหรอก

 

"อืม....จะถึงแล้วล่ะเดรก...ช่วยหน่อยนะ"

 

ดังนั้นเมื่อได้รับผมจึงไม่ช้าที่จะดึงอีกฝ่ายลงข้างล่างทันที

 

"รับทราบ ขอบคุณนะ" สำหรับความพยายามที่ให้กันแฮรี่

 

และเมื่อใกล้จะถึงฝั่ง ผมจึงอยากให้เราไปพร้อมๆกัน

"อืม....พร้อมกันนะ.."

และแฮรี่ก็ให้ความร่วมมือผมอย่างดี เค้าดึงคอผมลงมาทำให้ใบหน้าและตัวเราใกล้กันอย่างที่แม้แต่อากาศก็แทบจะมาแทรกระหว่างเราไมได้

 

"อืม....อ๊ะ....อ๊า..................."

"อื้ม...แฮรี่"

 

เราสองคนจูบกัน และผมก็ได้ตัดสินใจที่จะพูดสิ่งที่คิดมาตลอดออกไป

ขอแค่เค้ารู้ว่าผมจะอยู่กับเค้าเสมอ ไม่ว่าเค้าจะตัดสินใจอะไรก็ตาม แม้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้ผมเจ็บปวด หรือเค้าจะทิ้งผมไป

ไม่ว่ายังไง จะเกิดอะไรขึ้น ผมก็ยังจะรอเค้า จะยังอยู่กับเค้าตลอด

 

 "ขอบคุณนะเดรก....ขอบคุณที่เชื่อกัน"

เมื่อเห็นเค้าร้องไห้อย่างนี้....ใครจะไปใจแข็งได้

ผมบอกแล้ว แม้การตัดสินใจของเค้าจะเป็นการสั่งให้ผมไปตายแทนผมก็ยังจะไป

 "นายมัน...ฮึก...ตามใจฉันจนฉันจะเคยตัว...ฮึก....รู้ไม๊"

หึ....นายก็รู้นี่นา

 

....แต่....

 

ไม่ต้องตามใจฉันเหมือนที่ฉันตามใจนาย

ไม่ต้องดูแลฉันเหมือนที่ฉันทำก็ได้

ไม่ต้องมาคอยพูดจาหวานๆบ่อยๆหรือบอกรักกันบ่อยๆหรอก

 

เพราะถึงมันจะทำให้ฉันดีใจ แต่ถ้าสุดท้ายนายทิ้งฉันไป ก็เท่ากับว่านายฆ่าฉันอยู่ดี

 

สู้ให้นายแค่จำไว้ได้ตลอดเวลาก็พอ....

 

.....ว่าที่ๆนี้ คนๆนี้ยังรอนายอยู่ .....

 

แค่นั้น ฉันก็พอใจแล้วแฮรี่

อย่างอื่นไม่จำเป็นเลย.... แค่นายกลับมาอยู่ด้วยกัน....

 

ผมรับร่างของเค้ามาจูบตอบรับคำสัญญาเบาๆ

 

....ฉันจะเชื่อและรอในคำสัญญาของเรานะ.....

 

 

"อย่าปล้ำฉันแล้วทิ้งนะ..แฮรี่"

ผมกระซิบเสียงแผ่วดักออกไปก่อนจะถูกอีกฝ่ายตีแขนกลับมาเบาๆ พร้อมคำรักหวานหูเบาๆ แต่แก้มเนียนกลับแดงฉ่ำน่าหอมเป็นที่สุด

"ไอ้บ้า.."

 

..............................

.......................................................

....................................................... .......................................................

 

 

รุ่งสาง เวลาแห่งการทำงาน....

จริงๆเค้าอยากจะตื่นสายๆมาอยู่กับร่างบางทั้งวันด้วยซ้ำ

แต่ถ้าทำอย่างนั้น มันก็เท่ากับเค้าไม่เคารพการตัดสินใจของอีกฝ่าย

ใจจริงอยากจะเฝ้าเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตาเชียว

 

...เฮ้อ...นายทำให้ฉันทรมานจนอกจะระเบิดอยู่แล้วรู้ไม๊แฮรี่...มันอึดอัดนะ...

 

"ฉันจะรอนายนะ......อย่าทำให้ฉันหายใจไม่ออกเลย"

 

ร่างสูงจูบเบาๆที่เส้นผมนุ่มของคนที่นอนหลับหนุนแขนตัวเองอยู่

ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนหมอนมารองใต้ศรีษะอีกฝ่ายแทน ก่อนที่ตัวเองจะลุกจากเตียงไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ทั้งที่ใจน่ะ เค้ามั่นใจว่าทิ้งไว้บนเตียงพร้อมกับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

 

เสียงรองน้ำในอ่างดังออกมากเบาๆ....

หากแต่ร่างบนเตียงที่เมื่อกี้อีกคนเห็นว่าหลับอยู่กลับลืมตาแป๋ว จ้องเขม็งไปที่ประตูห้องน้ำ

 

"ฉันขอโทษเดรก....แต่ถือว่าเป็นการเอาแต่ใจของฉันอีกครั้งละกัน....แต่ครั้งนี้ฉันสัญญาจะไม่ทำให้นายผิดหวังแน่นอน"

ร่างบางเอ่ยกับตัวเองคนเดียวเบาๆ แต่กลับหนักแน่น....

 

คิ้วเรียวขมวดชนกัน ริมฝีปากกัดแน่น

ไม่ใช่นายคนเดียวแน่ที่อึดอัด...ฉันก็ไม่แพ้กันเลย....

ดวงตาสวยเต็มไปด้วยน้ำตาที่คลอเอ่อล้นอยู่

 

 

เมื่อร่างสูงแต่งตัวเสร็จก็ไม่ลืมที่จะเดินมาข้างเตียง พร้อมกับจูบลาเบาๆเหมือนทุกๆวันก่อนออกจากบ้าน

ซึ่งปกติอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวและลืมตาปรือๆมาจูบตอบเค้า

แล้วคราวนี้ก็เช่นกัน

"ฉันไปนะแฮรี่"ริมฝีปากสดคลอเคลียอยู่ด้วยนานกว่าปกติ เดรกโกใช้ลิ้นเล็มเลียเก็บความหวานอยู่ไม่ห่าง

 

"...หึ...กะจะไม่ให้ฉันได้หลับต่อเลยเหรอ"ร่างบางเอ่ยกัด

 

".........อย่างที่ฉันพูดนะ........เวลาทำอะไร....นึกถึงฉันบ้างนะ.....ถ้าเกิดเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่นายคนเดียวที่เจ็บ ไม่ใช่นายคนเดียวที่เป็นคนแบกรับปัญหา....นายไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้วนะ....รับฉันไว้เป็นภาระนายอีกคนนะแฮรี่.....อย่าลืมนะ..ฉันขอร้อง"

ร่างสูงขอร้องทั้งๆที่กอดอยู่กับอกของอีกฝ่าย ใบหน้าที่เค้าไม่เห็น มันคงจะเต็มไปด้วยความเศร้าสินะ

 

แฮรี่ยกมือขึ้นลูบเบาๆลงที่หัวอีกฝ่าย

"ฉันไม่เคยไม่คิดถึงนาย....เดรก"

มือเพรียวค่อยๆประคองหน้าอีกฝ่ายที่ดวงตาทั้งสองรื้นไปด้วยน้ำตาเช่นเดียวกับตัวเอง

 

ดวงตาทั้งสองสบกัน

 

"ฉันรักนายนะ"

 

ทันทีที่แฮรี่พูดจบน้ำตาใสกลับไหลลงจากดวงตาของอีกฝ่ายทันที

 

"จะขี้แยแทนฉันหรือไง"

 

ไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกฝ่าย  แต่เป็นจูบอุ่นๆตอบกลับมาแทน

 

"ฉันก็รักนาย....ขอบคุณนะแฮรี่...ขอบคุณ"

มือใหญ่จับมือเล็กขึ้นมาระดมจูบเบาๆไปทั่ว

อยากจะแสดงความรัก ความขอบคุณที่มีอยู่ออกมาให้หมด

 

"ดังนั้น...ฉันก็ไม่คิดจะปล่อยคนที่ฉันรักไปหรอกน่า....เอาล่ะไปทำงานได้แล้ว..."

แฮรี่ใช้มือจัดไทด์อีกฝ่ายให้เรียบร้อย แต่ก็มีแอบปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างลวกๆ พร้อมสะกดเสียงกลั้นสะอื้นของตนเอง

 

"ฮึก..นายน่ะดูแลตัวเองดีๆนะเวลาทำงานน่ะ...ฮึก....รีบๆกลับมากินข้าวบ้านล่ะ"

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่ตอบอะไร แฮรี่เลยดันอีกฝ่ายให้ลุกออกจากเตียงก่อนจะลุกตาม พร้อมเดินมาส่งหน้าห้องนอน

 

"ไปดีมาดีนะ....เดรกโก"

รอยยิ้มหวานละไมถูกส่งออกไป ทั้งที่น้ำตายังคงรื้นอยู่เต็มดวงตา

 

ดวงตาของร่างหนาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เจ็บปวด... คิ้วทั้งคู่ขมวดเป็นปม

เดรกโกยื่นมือมากระตุกคนตรงหน้าเข้าไปในอ้อมกอดเป็นครั้งสุดท้าย

 

"ขอให้รู้ไว้ว่าฉันไม่ได้เต็มใจสักนิดกับการตัดสินใจครั้งนี้ของนาย......แต่ฉันจะไม่กินข้าวคนเดียวนานแน่ๆ"

 

ให้รู้กันไปเลยว่าถ้านายไม่รีบกลับมา คนแถวนี้จะได้อดข้าวตายแน่

 

แฮรี่รู้ว่าร่างสูงไม่ได้ขู่อย่างเดียว ถ้าตนไม่รีบกลับมีหวัง ได้โดนข้อหาทำให้คุณชายของบ้านแห้งตายแน่ๆ

 

"อืม...ฉันสัญญา"จูบเบาๆครั้งสุดท้าย ก่อนที่เดรกโกจะหันหลังกลับและเดินลงบันไดไปโดยไม่หันกลับมามองอีกฝ่ายที่ยืนมองหลังที่ไกลออกไปเรื่อยๆ

 

แฮรี่ปิดประตูห้องลง พร้อมร่างทั้งร่างที่ทรุดลง น้ำตามากมายที่อดกลั้นอยู่ไหลออกมาอย่างหยุดไม่อยู่

"ฮือ.....เดรก......ฉะ...ฉันขอโทษนะ.....เดรก..."

เค้าเหมือนคนที่พึ่งรู้ว่า ความอบอุ่น จากคนๆนึงมันเป็นยังไง

แล้วไม่นานเค้าก็ต้องเสียมันไป....เพราะตัวเค้าเอง เพราะศักศรีษ์บ้าๆของเค้าเอง...

 

"ฮึก...นายไม่น่า..ฮึก...ให้มันกับฉันเลยเดรก"...เพราะแค่นายเดินออกไปจากห้อง...มันก็ทำให้ฉันแทบล้มทั้งยืนเพราะขาดอากาศอบอุ่นที่คอยโอบประคองอยู่รอบตัวแล้ว

 

ทางด้านอีกฝ่ายที่เดินออกไปก็มีอาการไม่ต่างกัน

เพียงแต่ร่างสูงไม่ได้มีน้ำตาไหลออกจากดวงตาก็เท่านั้น แต่ความเจ็บปวด..ความรู้สึกทุกอย่าง ไม่ได้มีน้อยไปกว่าอีกคนนึงเลย

เดรกโกพิงหลังหลับตาทันทีที่อยู่ในตัวรถ

ความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศเทียบไม่ได้แม้เพียงนิดกับความกลัวที่อยู่ในใจเค้า

 

ตั้งแต่มีคนตัวเล็กมาอยู่ด้วย วันนี้คงเป็นวันที่เค้าไม่อยากกลับบ้านเป็นวันแรกมากที่สุด

 

นายจะทำให้ฉันเป็นบ้า...รู้มั้ยแฮรี่....

 

...ฉันจะรอ....

...อย่าลืมสัญญาของเราก็พอนะ....

 

....MY BELOVED...

 

..................

..........................

.............................................

...........................................................

To be continue >.<

 

[Fic DM/HP] Desert Rose : Part X By Killau

posted on 06 Oct 2008 23:03 by redwest
 

Desert Rose : Part 10 ~พระอาทิตย์แห่งฤดูร้อน ~

 

ณ ห้องโถงใหญ่ที่ปูด้วยแกรนิตสีขาวสว่างใสกลางบ้าน บนโต๊ะอาหารน้ำตาลเข้มตัวยาวปรากฏร่างชายหนุ่มตัวเล็กคนหนึ่งมือเรียวค่อยๆระเลียดกินขนมหวาน ขณะที่คิ้วสีดำเข้มขมวดเป็นปมแน่นเหมือนกำลังคิดแก้ปัญหาโลกแตกอยู่

 

จริงๆแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเค้ากับเดรกโกตั้งแต่วาเลนไทน์มาก็ดูเหมือนจะอยู่ในช่วงขาขึ้น ช่องว่างระหว่างพวกเค้าดูจะน้อยลงในความคิดของร่างบาง พวกเค้าพูดคุยกันมากขึ้น ทั้งเรื่องงานของทั้งสองฝ่าย

 

เค้าจำได้ว่ามัลฟอยเคยถามเค้าว่างานอะไรบ้างที่มือปราบอย่างแฮรี่ต้องทำ ซึ่งคำถามนี้ของร่างสูงนั้นดูจะงี่เง่าไม่น้อยในความคิดของแฮรี่ ที่ไม่คิดว่าคนอย่างมัลฟอยจะถามคำถามเหมือนพ่อมดไอคิวต่ำจัดออกมาได้ ด้วยความสงสัยทำให้แฮรี่เงยหน้ามองอีกฝ่าย แต่เมื่อได้จ้องไปในดวงตาสีเทาที่ยังคงนิ่งสงบรอคำตอบ ก็ทำให้แฮรี่ต้องตอบออกมาอย่างกว้างๆ

 

"ก็แค่เมื่อไหร่ที่กระทรวงเรียกให้ไปขยับไม้คทาร่ายเวทย์อะไรก็ต้องไป ให้ไปฆ่าอะไร ไปจับใคร ก็ต้องไปประมาณเนี้ย วันหยุดก็ไม่แน่นอน เวลาการทำงานก็ไม่เหมือนคนปกติที่ต้องเข้างานเก้าโมงเลิกห้าโมง ส่วนสถานที่ทำงานยิ่งแล้วใหญ่ ยิ่งฉันสมัครใจลงชื่ออยู่ในกลุ่มจำพวกทำงานนอกสถานที่ยิ่งแล้วใหญ่นายก็รู้"

 

เมื่อแฮรี่สธายายอย่างกวนๆจนจบ พลางกลอกตามองไปทางคนถาม ก็เห็นมัลฟอยทำสีหน้าเซ็งจิตอยู่ไม่น้อย

 

ไม่ใช่ว่ามัลฟอยไม่รู้เรื่องง่าวๆที่มีแม้แต่พ่อมดสามขวบก็ยังรู้ เพียงแต่ตัวเค้าก็แค่อยากจะรู้ว่าเวลาที่ไม่ได้เจอกัน ร่างบางที่เค้าฝันหามาตลอด ไปทำอะไรที่ไหน กับใคร อย่างไรมาบ้าง แต่ในเมื่อเป็นคุณชายมัลฟอยซะอย่าง การที่จะให้ถามตรงๆมันก็ดูจะเสียฟอร์มไปซะหน่อยละมั้ง ดังนั้นคำถามที่ถามออกไปถึงจะดูงี่เง่า แต่ในเมื่อแฮรี่ก็ทำท่าคิดนิดนึงก่อนตอบเค้า เค้าก็แอบคิดว่าคนไหวพริบจัดอย่างแฮรี่น่าจะเข้าใจ ....แต่ที่ไหนได้

 

....ถ้านายคิดว่าคำถามของฉันงี่เง่าละก็...คำตอบของนายเองก็ไม่ได้บ่งบอกถึงไอคิวที่สูงกว่ากันเท่าไหร่หรอกนะ

 

หน้าตาของมัลฟอยที่แฮรี่อ่านได้มันแปลออกมาเป็นคำนี้ ทำให้ร่างบางฉุนอยู่ไม่น้อย

 

อะไรของหมอนี่ฟ่ะ ก็ดันถามมาแบบกว้างๆแล้วจะให้เค้าตอบว่าอะไร

 

ซึ่งเมื่อเห็นแฮรี่ทำท่าทางไม่พอใจ มัลฟอยจึงรีบพูดแก้สถานการณ์ขึ้นมาก่อน

ก็เค้าอยากรู้จริงๆนี่นา ของอย่างนี้มันต้องง้อกันหน่อย

 

"แล้วอย่างเช่น.....?" เสียงเข้มนุ่นปล่อยหางเสียงทิ้ง รอคำตอบจากอีกฝ่าย คิ้วสีทองโก่งขึ้นเพื่อแสดงความสงสัย

 

แฮรี่จึงตัดสินใจเลือกที่จะเล่าแค่บางเรื่อง บางงานที่ตัวเองไปทำมา ก็ในเมื่อถามซะกว้าง จะให้เล่าหมดก็ดูจะแปลกไปหน่อยล่ะมั้ง เค้าไม่ใช่คนบ้านะที่จะให้มาสาธยายความสามารถ โอ้อวดตัวเองอยู่คนเดียว

 

ดังนั้นเมื่อแฮรี่เล่าจบ จึงไล่จี้ให้อีกฝ่ายตอบบ้าง โดยการตอกกลับไปอย่างกวนๆว่า

 

"แล้วไอ้งานที่พ่อมดชั้นสูงอย่างคุณชายเดรกโกถึงขั้นต้องลดตัวไปโคกับพวกมักเกิ้ลน่ะ มันต้องทำอะไรบ้างเหรอ"

 

ที่เค้าถามก็เพราะอยากรู้ทุกๆเรื่องเกี่ยวกับคนๆนี้ แต่เห็นทีที่แฮรี่ถามคงจะไม่ใช่ซะละมั้ง ก็เล่นทำหน้ากวนขนาดนั้น

 

เมื่อเห็นมัลฟอยยังไม่ตอบ คิ้วสีดำเข้มยิ่งขมวดเข้าหากันเรื่อยๆ

 

"นายอย่ามาขี้โกงให้ฉันเล่าอยู่ฝ่ายเดียว ตานายบ้างสิ"

 

อย่ามาเก๊กน่า รีบๆตอบมาเหอะ แม้ฉันจะอยากรู้จริงๆแต่จะให้ฉันทำท่าง้องอนออดอ้อนแบบผู้หญิงหลายๆคนฉันก็ทำไม่ได้หรอกนะ อย่ามาคิดว่าตัวเองมีฟอร์มได้คนเดียวนะ!

 

ก็เพราะเป็นแบบนี้นะสิ....แม้นายจะไม่พูดแต่หน้านายมันสื่อออกมาได้ชัดเจนจนน่าจับมากอดเชียวล่ะแฮรี่!!

มัลฟอยคิดอยู่ในใจเมื่อแปลความหมายจากใบหน้าของอีกฝ่ายชัดๆ ก่อนจะคิดกวนอีกฝ่ายกลับบ้าง

 

"ก็แค่ลดตัวไป....พูด คุย..นั่งให้พวกมักเกิ้ลประจบพอเป็นพิธี รอให้พวกมักเกิ้ลไปทำงานกันงกๆ แล้วนั่งนับเงินที่พวกนั้นส่งมาให้ล่ะมั้ง อาจจะเสียเวลาบ้างเวลาที่ไปเจอ แล้วก็เสียเอนไซน์ในปาก เวลาต้องพูด ต้องต่อรอง....แต่ ผลตอบแทนก็ไม่ใช่น้อย อยากลองมาทำบ้างไม๊ล่ะ แค่มักเกิ้ล....นายก็รู้คำจำกัดความของสิ่งมีชีวิตจำพวกนี้อยู่แล้วหนิ.... "ง่ายๆและก็..โง่ๆ" ก็เท่านั้น"

พูดจบพร้อมมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นข้างเดียว แถมด้วยแววตาที่กวน....บาทา แฮรี่ที่สุดๆ

 

แฮรี่ก็ไม่ยอมแพ้ จ้องกลับมาด้วยหน้าตานิ่งๆพร้อมริมฝีปากที่เหยียดตรง

อารมณ์ประหนึ่งว่า หัวทองๆของนาย มีปัญญาตอบคำถามฉันได้แค่นี้ใช่มั้ย ถ้าใช่ฉันจะได้รีบไปที่ครัวแล้วสั่งให้แม่ครัวไปหาตาปลาแซลมอนมาต้มให้นายกินสักล้านตา เผื่อสมองนิ่มๆของนายอาจจะผลิตเส้นประสาทแห่งความฉลาดเพิ่มขึ้นได้อีกสักหนึ่งหรือสองแต้มไอคิว

 

ด้วยความที่ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด มัลฟอยจึงเป็นฝ่ายยอมลงให้ก่อน

 

"โอเคๆ ฉันพูดดีๆก็ได้"สองมือโตถูกยกตั้งขึ้นมา ทำท่าประมาณว่านักโทษยอมรับความผิดก็ไม่ปาน

"ก็เรื่อยๆจริงๆ ฉันก็แค่ขายของธรรมดา แล้วก็ดูน้ำมันก็แค่นั้น"

มันก็แค่นั้นจริงๆนี่นา เค้าก็ไม่เห็นว่างานมันจะยากอะไรตรงไหน คุยๆกับคน แล้วก็ขายของ ซื้อของมาขาย ธรรมดาจะตาย

ส่วนไอ้ ศักศรีดิ์ ที่หลายคนคิดว่าคนอย่างเค้าน่าจะเอามันมาค้ำคอไว้มากที่สุด แต่เค้าไม่อยากจะบอกว่าไม่ใช่ว่าเค้าเป็นคนยอมก้มหัวให้คนไปซะทุกคนเมื่อไหร่

 

การมีศักศรีดิ์สำหรับเค้า มันต้องมีอย่างมีสมอง รู้ว่าอะไรเป็นอะไร กับอีแค่มักเกิ้ล....พวกเค้าก็เป็นคนเหมือนกัน ไม่ได้มีอะไรต่างกับเหล่าพ่อมดแม่มดสักเท่าไหร่...โอเค ยอมรับว่าแต่ก่อนอาจจะมีอคติอยู่ไม่น้อย เนื่องจากส่วนหนึ่งเค้าไม่อยากจะโทษว่าเป็นเพราะว่าการเลี้ยงดูจากครอบครัว เพียงแต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับเค้ามันคือ..............การที่เค้าดันไปหลงรักคนที่มีสายเลือดของมักเกิ้ลอยู่ตั้งครึ่ง แล้วอย่างนี้ใครจะไปเกลียดลงล่ะ ยอมกลืนศักศรีดิ์โง่ๆพรรนั้นลงคอดีกว่าการที่ต้องสูญเสียคนที่เค้ารักไป

 

นี่ถ้าตัวเค้าเองไม่เคยถูกเลี้ยงดูในโลกของมักเกิ้ลมาก่อนเค้าก็อยากจะเชื่อไอ้หนุ่มผมทองที่นั่งอยู่ตรงนี้เหมือนกัน

แต่ได้ข่าวว่า ไอ้ขายของธรรมดาของหมอนี่มันออกจะเกินคำพูดไปหน่อย

ไอ้บ้านี่พูดอย่างกับตัวเองเป็นแค่พ่อค้าขายของชำซื้อมาขายไปธรรมดา ได้ข่าวว่าของที่ขายแต่ละอย่าง ชิ้นละไม่ต่ำกว่าเลขหกเจ็ดหลักทั้งนั้น เฮ้อ...แต่ขี้เกียจจะเถียงด้วยเหมือนกัน ก็ในเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าคิดว่างานที่ทำมันธรรมดาซะขนาดนั้น

 

 

ก็สำหรับเค้ามันง่ายๆจริงๆนี่นา ดูสิ แค่เรื่องนี้ร่างบางตรงหน้าก็ทำท่าเชื่อเค้าซะเต็มประดา

ขืนอีกฝ่ายได้รู้ว่า จริงๆแล้วอีกเหตุผลหนึ่งที่เค้าเลือกที่จะมาทำงานทางด้านนี้ก็เป็นเพราะไอ้คนตัวเล็กตาเขียวแป๋วนี่แหละ

...ก็อยากจะลองศึกษาดูนี่นา ว่าสังคมที่คนๆนี้เคยอยู่มันเป็นยังไง อยากดูสิ่งที่หล่อหลอมจนกลายมาเป็นพ่อมดน้อยชื่อดังก้องโลกคนนี้

 

ซึ่งเค้าเชื่อว่าหากอีกฝ่ายได้รู้เหตุผลเหล่านี้ไป เค้ามั่นใจได้พันเปอร์เซ็นว่าหมอนี่ต้องตะโกนออกมาดังๆว่า

 

"โกหก และขอพนันต่อหน้าเมอร์ลินล้านคนได้แน่นอนว่าโกหกพันเปอร์เซ็น!"

 

หึ...ก็เคยเชื่อกันซะที่ไหน เคยมองกันในแง่ดีบ้างรึเปล่ายังไม่รู้เลย.....

ท่านชายรูปงามแห่งสลิเธอลินคิดกับตัวเองด้วยความน้อยใจอยู่ไม่น้อย

 

แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยวันนี้เค้าก็แอบถามหมอนี่ได้หน่อยละกัน ว่าไปทำอะไรมาบ้าง ส่วนที่เหลือว่ากับใคร เมื่อไหร่ ยังไง...เดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง

 

แล้วมัลฟอยก็ได้รู้ว่า การพูดคุยวันนั้นสัมฤทธิ์ผลมากกว่าที่เค้าคิดไว้ก็เมื่อ หลังจากที่คุยกันวันนั้น บางทีถ้าหากมัลฟอยทำหน้ายุ่งกลับบ้านแฮรี่ก็จะถามไถ่พอเป็นพิธี อย่างเช่น

 

"ที่ร้านขายของชำนายมีปัญหาอะไรรึไง"ถ้าไม่กัด มันก็จะเหมือนเป็นห่วงหมอนี่ซะเต็มประดาน่ะสิ ไม่ได้หรอก คนอย่างเรามันต้องมีฟอร์ม!ว่าแต่...นิสัยอย่างนี้มันคุ้นๆนะ นี่เค้าติดนิสัยใครมาฟ่ะเนี่ย

 

ส่วนในเรื่องของคำตอบบางครั้งมัลฟอยก็จะเล่าออกมา แต่บางเรื่องมัลฟอยก็เลือกที่จะเงียบ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมาเครียดเป็นเพื่อน เพราะส่วนใหญ่หากเค้าเล่าไปแล้ว แฮรี่จะพยายามเสนอความคิดช่วยในทุกๆด้าน หรือไม่ก็จะพยายามช่วยพูดจนกว่าจะหายเครียดกันไปข้าง อ่อ แต่ทางเทคนิคนี่ไม่นับนะ บางทีก็มากัดจนหายเครียดไปก็มี

แต่แค่การที่เค้ามีคนๆนี้เคียงข้างในยามทุกข์ใจ....แค่นั้นมันก็พอแล้วสำหรับเค้า

เค้าไม่ได้ต้องการอะไรมากเลย แค่อยากขอให้ช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างนี้มันยืดไปอีกนิดจะได้ไม๊นะ....

 

พระผู้เป็นเจ้า....ผมไม่เคยเอ่ยขอสิ่งใด....

อาจจะเพราะผมไม่เคยเชื่อก็ได้มั้ง

แต่ครั้งนี้....

ผมขอ........

......ขอให้ท่านช่วยต่อเวลาแห่งการให้อากาศหายใจแก่ผมไปอีกสักนิดได้หรือไม่.....

 

...........................

....................................................

ปกติแล้วทุกๆเย็น มัลฟอยแทบจะไม่เคยปล่อยให้แฮรี่ทานข้าวคนเดียว ไม่สิ ไม่นับมื้อเย็น บางทีแค่มื้อเที่ยงหนุ่มผิวขาวก็มักจะมารับคนร่างเล็กนี้ไปกินข้างนอกด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง หรือเวลาไปดูบ่อน้ำมัน ไปเช็คราคาสินค้าตามโรงงาน ถ้าต้องไปไม่เช้ามาก บางทีลูกค้า และลูกน้องบางรายก็มีบุญตาได้เห็นนายใหญ่ของตนหอบติดเอาแขกคนพิเศษไปด้วยเป็นครั้งคราวพอให้ร่างบางหายเบื่อที่ต้องอยู่บ้านหรือแค่เดินช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า

 

แต่จะให้พกไปทุกที่ด้วยมัลฟอยก็ไม่เอาเหมือนกัน

 

ก็ไอ้แขกแถบนี้มันนิสัยดีนักหรือไง หลายคนจะตาย ที่พอเห็นคนของเค้าก็มองตาเป็นมัน จนแทบจะไม่เห็นหัวคนที่มาด้วยกันด้วยซ้ำไป

คนอย่างนี้ ยิ่งเห็นยิ่งอยากสาบให้กลายเป็นแมลงสาบแล้วจับมาดึงหนวดดึงแขนดึงขาให้มองอะไรไม่เห็นนัก!

 

ดังนั้น ขืนให้ไปด้วยกันบ่อยๆ กลัวว่าจะไม่มีใครทำงานหาเงินมาให้ใช้น่ะสิ เค้ายังไม่ต้องการให้ดินแดนแถบนี้กลายเป็นอาณาจักรแมลงสาบสักเท่าไหร่หรอกนะ!

 

เพียงแต่ช่วงนี้สิ่งที่แยกปาท่องโก๋คู่เก่งออกจากกันได้ก็เพราะมัลฟอยมีงานยุ่งแทบทุกวัน

แล้ววันนี้จึงอีกวันหนึ่งที่แฮรี่ต้องมานั่งกินข้าวคนเดียว

เพียงแต่ วันนี้แฮรี่ไม่ได้มีเวลามานั่งเหงาอย่างเดียวเหมือนหลายๆวัน เวลาที่ร่างสูงที่คอยอยู่ด้วยตลอดไม่อยู่

 

ก็วันนี้ที่เค้าแอบไปเจอลูกศิษย์รักมา  มันทำให้เค้าต้องมีเรื่องมานั่งคิดหนักอยู่ไม่น้อย

 

ระหว่างที่คุยถามสารทุกสุกดิบกัน อยู่ๆลามานฟอเรียสก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

 

"อ่อ อาจารย์ครับ ผมมีของอีกอย่างที่ทางกระทรวงฝากมาให้ครับ"

ร่างสูงล้วงมือเข้าไปควักซองกระดาษสีขาวบางๆที่หน้าซองมีการจ่าหน้าด้วยน้ำหมึกสีเขียวเข้มถึงอาจารย์ของเค้า

 

หืม กระทรวงมีอะไรถึงเค้านะ ก็เค้าจำได้ว่าเค้าได้ฝากลามานฟอเรียสไปลางานให้ด้วยนี่นา

ร่างบางครุ่นคิด มือเรียวค่อยๆคลี่แกะซองจม.อ่านทันที ก่อนที่คิ้วโก่งดำจะค่อยๆผูกเป็นปมมากขึ้นเรื่อยๆตามความยาวของเนื้อความของจดหมายที่ได้อ่านไป

 

เมื่ออ่านจบ มือเรียวจึงตวัดไม้กายสิทธิ์เป็นตัวอักษรที่ลามานฟอเรียสอ่านเป็นใจความได้ว่า

 

ตกลง รับทราบและพร้อมที่จะเริ่มงานในทันที

 

....และไม่ลืมที่จะลงท้ายด้วยลายเซ็นของเจ้าตัว ก่อนจะหันมายื่นจม.ที่พับเก็บเรียบร้อยให้กับอีกฝ่าย

 

"งานอีกแล้วเหรอครับ"

ร่างสูงเอ่ยพร้อมยื่นมือไปรับจม.มาเก็บไว้

 

แฮรี่ตอบยิ้มๆ แม้จะดูเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สดใสไปถึงดวงตาสักนิดในความรู้สึกของคนที่เป็นลูกศิษย์

"อื้ม....คราวนี้เป็นงานกะทันหันจริงๆน่ะ แถมคนอื่นๆก็ไม่ว่างมาแถบนี้กันเลย....เค้าคงกะให้เป็นงานใหญ่สุดท้ายก่อนที่จะให้ฉันหยุดหน้าร้อนล่ะมั้ง.......ยังไงฉันก็ฝากจม.ด้วยละกันนะ"

 

งานมาเร็วกว่าที่เค้าคิดจริงๆ...

เวลาที่เค้าเฝ้ารอ....มันใกล้จะมาถึงจริงๆแล้วสินะ....เวลาแห่งอิสรภาพ....

ว่าแต่....เค้าเฝ้าที่จะรอมันจริงๆเหรอ....นายคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ....แฮรี่....

 

ยิ้มที่เศร้าสร้อยและความเจ็บปวดที่ฉายชัดออกมาทันทีที่สมองประมวลผลเสร็จ  ส่งผลให้คนที่ยืนอยู่อดที่จะดึงมืออีกฝ่ายเข้ามาหาด้วยแรงที่ไม่เบานัก ทำให้ตอนนี้ตัวเค้าเองตกอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เป็นลูกศิษย์อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

แฮรี่ตาเบิกโพลงตกใจกับการกระทำของอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย

 

"ถ้าลำบากใจ....ถ้า....เศร้า.....ที่จะต้องจาก........... ‘เค้า'.....ขนาดนั้น ให้ผมไปบอกปฏิเสธทางกระทรวงให้ไม๊ครับว่าผมยังไม่สามารถหาตัวคุณพบ"

บอกด้วยเสียงอ่อนโยน ทั้งที่หัวใจก็เจ็บไม่แตกต่างกัน

 

ถ้าผมจะสามารถช่วยรักษารอยยิ้มของคุณไว้ได้...ผมก็จะทำ

แม้คำพูดและการกระทำของผมเอาหนามมาค่อยๆกรีดใจตัวเองก็ตาม....

 

ถ้าไม่อยากแยกจากเค้าคนนั้นขนาดนั้น...ผมจะช่วย

เพียงแค่คุณอยากได้เวลา....ผมก็จะยืดมันออกให้คุณเอง.....

 

 

ลามานฟอเรียสยอมรับว่าที่กอดไว้...ไม่ใช่เพราะสงสารเพียงอย่างเดียว...

แม้จะเหมือนกอดปลอบ....แต่เค้าก็ถือว่ามันเป็นการปลอบตัวเองไปในตัวด้วยเช่นกัน....

 

ใช่ คนอย่างเค้าก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน

 

....ทั้งฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายกำลังเจ็บปวด...

ทั้งที่ห้ามใจได้....แต่ก็ไม่ทำ....ยังเลือกที่จะหาเศษหาเลยเอากับอีกฝ่ายอย่างนี้....

และที่สำคัญ หากไม่ดึงมาใกล้ขนาดนี้....เค้ามั่นใจว่า อาจารย์คนเก่งของเค้าคนนี้คงจะสังเกตความรู้สึกของเค้าออกแน่ๆ...

แถมตัวเค้าเองก็ไม่มั่นใจว่าจะซ่อนมันไว้ได้มิดเหมือนทุกครั้งรึเปล่าด้วย

 

ไม่.......ในตอนนี้เค้าจะไม่ยอมเสียสถานะที่เฝ้าเก็บรักษาเป็นอย่างดีโดยเด็ดขาด!

เค้ารู้ดี ว่าถ้าหากอาจารย์ของเค้าคนนี้รู้ความรู้สึกเค้าขึ้นมา

อาจารย์ต้องไม่แสดงท่าทีรังเกียจ หรือตีตัวออกห่างจากเค้าอยู่แล้ว

หนำซ้ำอาจารย์ต้องพยายามทำให้เค้าไม่คิดมาก

....ต้องพยายามแม้จะลำบากใจก็ตาม....

เพราะอาจารย์ใจดี.....เป็นคนดี...แคร์คนรอบข้าง...

แต่ในทางกลับกัน...เค้าก็ไม่อยากให้ความใจดีของอาจารย์ย้อนกลับมาทำร้ายเค้าเช่นกัน!

 

......เค้าไม่ต้องการจะเป็นเหมือนคนอื่น....

 

ถ้าจะให้อาจารย์รู้....เค้าก็อยากให้อาจารย์รับรู้มันในฐานะที่เค้าเป็นผู้ชายคนหนึ่ง

ไม่ใช่คนรู้จัก

ไม่ใช่ศิษย์รัก

ไม่ต้องมาแคร์ความรู้สึกเค้า

 

เค้าอยากให้อาจารย์มอง และตัดสินเค้าในฐานะที่เท่าเทียมกับผู้ชายคนนั้น!

 

แม้ว่าตอนจบเค้าอาจจะต้องจากอาจารย์ไปก็ตาม

 

หากเพียงแต่ว่าในวันนี้เค้ายังไม่พร้อม....

ยังไม่พร้อมที่จะยืดหยัดขึ้นใหม่ ถ้าหากต้องอยู่โดยไร้ความรัก...ความเอ็นดูจากคนๆนี้...

แม้จะเป็นเพียงความรักที่มีต่อลูกศิษย์ก็ตาม......

 

ขอเวลาอีกนิด ถ้าเมื่อไหร่เค้าพร้อม...เค้าจะทำอย่างที่ตั้งใจ

จะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องทุกข์ ต้องเศร้าใจ กับคนที่ไม่รู้ว่าจะแคร์ จะรักอาจารย์ ได้มากเท่าเค้ารึเปล่า!

 

เพียงแต่.....ขอเห็นแก่ตัวไปอีกซักนิดนะครับ....อาจารย์.....

.................................................

................................................. .................................................

 

 

เพียงแต่ในทันทีที่แฮรี่พูดขึ้น ร่างสูงรับรู้ได้ในทันทีว่า แค่เวลา...เค้าคงไม่มีอีกต่อไปแล้ว

 

"................ฉันขอบใจนะ...............แต่.... เวลา....มันคงมาถึงแล้วล่ะ ฉันก็คงต้องกลับไปทำหน้าที่ของฉันต่อไป จะหนีต่อไปเรื่อยๆอย่างนี้คงไม่ได้" แฮรี่ๆค่อยผละออกจากอีกฝ่าย พร้อมรอยยิ้มบางๆ แม้จะยังมีความเศร้าปะปน แต่ลามานฟอเรียสก็เห็นความเด็ดเดี่ยวที่สื่อออกมาจากทะเลที่เค้าหลงไหลได้ชัดเจน

 

ชั่วแวบหนึ่ง แฮรี่ยอมรับว่าเค้าคิดที่จะใช้ความรักของอีกคนเป็นเครื่องมือหนีปัญหาอีกครั้ง

ใช่!!....เค้ารู้มาโดยตลอด ว่าเด็กคนนี้รู้สึกอย่างไรกับตัวเอง!

 

ตอนแรกสุด...เค้าเลือกที่จะระบายกับคนๆนี้ในเรื่องของเดรกโก....ทั้งๆที่รู้ว่าเด็กคนนี้คิดยังไง...แต่ก็ยังพูดออกไป

เพียงเพราะแค่ต้องการที่จะระบายให้ใครสักคนฟัง

และยังเรื่องที่เค้าให้ลามานฟอเรียสไปจัดการเรื่องที่กระทรวงแทนตัวเค้าเพราะยังไม่อยากกลับไปให้อีก เค้ารู้ว่าคนๆนี้ต้องทำทุกอย่างที่เค้าต้องการให้แน่ๆ

แต่เค้าก็ยังหลอกใช้ความรู้สึกของเด็กคนนี้....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....

 

แค่เพียงเพราะยังไม่ต้องการออกมาจากความฝัน เค้ายอมที่จะหลอกใช้ความรู้สึกของคนที่เป็นลูกศิษย์ คนที่รักและเทิดทูนเค้า เพียงแค่เพราะตัณหาของตนเอง

 

.....แค่นี้มันก็ทำให้เค้ารู้สึกแย่เกินพอแล้ว.....

 

ดังนั้น ครั้งนี้เค้าจะไม่ทำอีกแล้ว ยิ่งเห็นความรัก ความจริงใจที่ร่างนี้มอบให้อีก

เค้าทนไม่ได้ที่จะมีความสุขทั้งๆที่เท้าเหยียบย่ำลงบนความรู้สึกอันบริสุทธิ์ของคนคนนี้อีกแล้ว

 

ลามานฟอเรียสพยายามจ้องลงไปในแววตาของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เจ็บปวด

 

.....หรือถ้าหากคุณรู้ความรู้สึกของผมแล้ว.............

ผม..............ก็ยอมให้คุณใช้มันได้แม้จะตลอดไป....ก็ตาม

 

แววตาของหนุ่มลูกครึ่งพันธุ์ผสมสื่อออกมาอย่างนั้น

 

"เพราะนายเป็นอย่างนี้ไง ฉันถึงยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ลามานฟอเรียส..............เข้าใจฉันเถอะนะ แค่นี้ฉันก็รู้สึกผิดมามากพอแล้ว อย่าให้ฉันต้องทนทุกข์ทรมานด้วยการแบกความรู้สึกผิดนี้ไปตลอดชีวิตเลยนะ"

แฮรี่พูดพร้อมส่งยิ้มทั้งขอบคุณและเสียใจอย่างสุดซึ้ง

 

"ถือว่าเห็นแก่ฉันนะ......"แฮรี่ค่อยๆก้มลงจูบขอบคุณและขอโทษครั้งสุดท้ายลงบนแกมสากของอีกฝ่ายเบาๆ พร้อมน้ำตาที่หยดลงมาบนมือของอีกฝ่าย

 

 แม้จะผละออกมาแล้ว แฮรี่ยังคงหลับตา ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาอย่างเงียบๆ

 

ลาม%E

edit @ 6 Oct 2008 23:23:35 by KILLAU

[Fic DM/HP] Desert Rose : Part IX By Killau

posted on 06 Oct 2008 23:02 by redwest
 

Desert Rose : Part 9 ~MY LOVELY BLUE SEA~

ท่ามกลางสวนเขียนขจีที่ประดับตกแต่งไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้แถบเขตร้อนจัดเอาซะมาก และหนึ่งในนั้นเห็นจะหนีไม่พ้นต้นอินทผลัม ต้นไม้ซึ่งผลของมันเป็นที่นิยมอย่างยิ่งสำหรับทุกเชื้อชาติ บ้างหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเอาไว้ทานเล่นกับนมหรือชาร้อน หรือสำหรับคนแถบนี้ ความหวานจัดของมันจะเอาไว้ช่วยสำหรับการเดินทางที่แสนยาวไกลในทะเลทรายกว้าง

แฮรี่ชอบจะมานั่งเล่นใต้ต้นนี้เป็นอันดับสองรองจากเปลยวนตัวโปรด แม้จะไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่กลิ่นหอมหวานจางๆก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ไม่น้อย

แต่สำหรับวันนี้มันต่างออกไปจากทุกวัน ร่างบางสมส่วนดูจะลอกแลกกว่าปกติ เท้าสองข้างพากันเยื้องย่างอย่างระแวดระวังไม่ได้เกิดเสียงดังมากนัก ดวงตาสีเขียวสดเหลือบมองซ้ายขวาเพื่อเช็คในแน่ใจว่านอกจากตัวเขาแล้ว บริเวณนี้จะไม่มีคนอื่นอยู่ร่วมดูเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อเช็คทุกอย่างเรียบร้อย  แฮรี่ค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งที่โคนต้นอินทผลัมพร้อมกับริมฝีปากแดงสดนั้นเริ่มขยับขึ้นลง พูดภาษาที่แม้แต่พ่อมดแม่มดด้วยกันก็ไม่สามารถที่จะฟังเข้าใจได้

สักพักเสียงหญ้าแถบนั้นค่อยๆขยับตัว สัตว์เลื้อยคลานลำตัวสำน้ำตาลยาว ค่อยๆเคลื่อนตัวมาทางแฮรี่

"สวัสดีครับท่านแฮรี่" เจ้าลิ้นสองแฉกส่งเสียงฟ่อๆออกมาทักทาย

"สวัสดี..ลามานฟอเรียส รอฉันแป๊ปนะ"เมื่อคู่สนทนามาสำหรับวันนี้มาถึงเรียบร้อย แฮรี่ก็ขยับปากท่องคาถาอะไรนิดหน่อย เท่านั้นระหว่างที่พวกเค้าคุยกัน ถึงคนอื่นจะเดินผ่านมา ก็จะได้ยินเพียงเสียงของสายลมที่ดังหวีดหวิว พร้อมกับกลิ่นของผลไม้หวานหอมต้นนี้ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แม้แฮรี่จะไม่มีไม้กายสิทธิ์ แต่จอมเวทย์ขั้นสูงทุกคน ย่อมสามารถที่จะร่ายคาถาง่ายๆได้ด้วยตัวเอง ยิ่งถ้าเป็นถึงมือปราบมารด้วยแล้ว ยิ่งต้องฝึกร่างกายไว้ให้พร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินเสมอ แต่ที่ตอนถูกจับตัวไปไม่ได้ใช้ เนื่องด้วยตอนนั้นร่างกายและสติไม่ค่อยจะพร้อม ทำให้รวมสมาธิเสกคาถาไม่ได้

ทั้งที่นานๆครั้งถึงจะเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้น แล้วทำไม..จะต้องเป็นเดรกโกมาพบด้วยนะ!

ก่อนที่จะจมอยู่ในความคิดตัวเองนานกว่านี้ คู่นัดพบก็ส่งเสียงเรียกให้ตื่นจากภวังค์

"อ๊ะ โทษที พอดีคิดอะไรนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่...ของที่ขอไป...ได้มารึเปล่า"

ทันใดนั้น ร่างงูหางกระดิ่งก็ค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างเป็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำที่ปิดใบหน้าไว้ทั้งหมด เห็นเพียงแต่ริมฝีปากสีแดงสด ตัดกับผิวสีน้ำตาลอ่อนๆ และเส้นผมหยักศกยาวเงาสีน้ำตาลเข้มโผล่พ้นขอบชายผ้าคลุมออกมา

มือหนาค่อยๆล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมและหยิบกล่องไม้สีเข้มออกมา ยื่นให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ

แฮรี่ค่อยๆเปิดกล่องออกดู ก็พบก้านไม้สักอย่างดีที่มีรอยขูดขีดรอบตัวมันที่บ่งบอกว่ามันได้ผ่านร้อนหนาวต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกมากับเจ้านายของมันนานเพียงใด

ร่างบางพ่นลมหายใจเบาๆ

"ดีนะที่กระทรวงไปหามันเจอ"ยิ้มอ่อนๆเมื่อเพื่อนรักได้กลับมาอยู่ในมืออีกรอบ

"..ครับ..ว่าแต่ผมยังแปลกใจไม่หายเรื่องที่คุณมาอยู่กับ....เอ่อ..."

เมื่อสองสามวันก่อนระหว่างที่มาเดินมานั่งเล่นใต้ต้นไม้ต้นนี้ ร่างบางสังเกตเห็นงูหางกระดิ่งตัวใหญ่ยาว นอนขดตัวหลับอยู่ บนเกล็ดสีดำมันวาวมีร่องรอยของการถูกทำร้ายอยู่ และบางแผลยังแลดูสดๆอยู่ ขณะที่มือทั้งสองกำลังจะเอื้อมมือไปอุ้มมันขึ้นมาดูอาการ ทันใดนั้นดวงตาดำสนิทของสัตว์เลือดเย็นก็เบิกขึ้นทันใด ลำตัวที่ขดอยู่ในตอนแรกแผ่หลาโชว์ความยาวใหญ่แสดงถึงการเตรียมตัวพร้อมสู้เต็มที่ แต่แล้วเมื่อเจ้างูสังเกตใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามดีๆ ดวงตาสีดำรีค่อยๆหรี่ลง ลำตัวยาวค่อยๆเลื้อยสะบัดเข้ามาหาร่างอีกฝ่ายที่นั่งอยู่เฉยๆโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวแต่อย่างใด

"ท่านแฮรี่ใช่มั้ยครับ"ลิ้นสองแฉกนั้นส่งเสียงถามเพื่อความแน่ใจขึ้น

แฮรี่นั่งอึ้งไปนิด พร้อมกับจ้องพิจารณาฝ่ายตรงข้ามอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่ริมฝีปากแดงสดจะเอ่ยชื่อรุ่นน้องคนสนิทออกมา

"....ลามานฟอเรียส.."

ลามานฟอเรียสเป็นลูกครึ่งงูกับคนที่ถูกส่งมาเป็นนักเรียนพิเศษที่ฮอกวอตหลังจากที่พวกแฮรี่เรียนจบออกไปแล้ว

แต่ที่ได้รู้จักกันเนื่องจาก ช่วงนั้นดัมเบิ้ลดอร์ ได้มาขอร้องให้แฮรี่มาช่วยฝึกนักเรียนคนนี้เป็นพิเศษแทนตน เพราะหากจะวานนักเรียนคนอื่นใน ร.ร. ก็ดูจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากลามานฟอเรียสก็ได้สร้างเกราะกั้นระหว่างตัวเองและคนปกติไว้อยู่แล้ว คงเป็นเพราะนักเรียนส่วนหนึ่งเอง เมื่อรู้เรื่องสายพันธ์นั้นก็จะมีปฏิกิริยาที่แปลกไป แต่การที่ดัมเบิ้ลดอร์จะลงมาดูแลนักเรียนคนนี้เองนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องด้วยสถานะเช่นตนหากต้องมาดูแลนักเรียนคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ นักเรียนที่เหลืออาจจะคิดว่าเค้าให้ความลำเอียงได้ อีกทั้งแฮรี่นอกจากจะพูดภาษาพาลาเซลเม้าท์ได้แล้ว ยังเป็นคนที่มีลักษณะพิเศษที่คล้ายๆกัน ดังนั้นก็น่าจะทำให้นักเรียนพิเศษคนนี้เปิดใจได้ไม่น้อย ดังนั้นสัญญาว่าจ้างระยะสั้นแทนการไปทำงานให้กระทรวงจึงเริ่มขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ดัมเบิ้ลดอร์คิด แฮรี่สามารถเข้ากับลามานฟอเรียสได้ แม้จะมีอาการต่อต้านเล็กน้อยในตอนแรก

"คุณไม่เข้าใจหรอก ในเมื่อคุณไม่ได้เป็นเหมือนผมนี่นา แม้คุณจะสื่อสารกับงูได้ แต่ก็ไม่มีใครนึกรังเกียจคุณ เพราะคุณเป็นคนดัง มีชื่อเสียง"

นั่นเป็นคำที่ร่างสูงโปร่งพูดขึ้นระหว่างพักฝึกร่ายคาถาใหม่

แฮรี่ที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ริมสระนั่งเงียบคิดอะไรสักพัก ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา

"ชื่อเสียงไม่ได้เป็นแค่ข้อดีไปหมดทุกอย่างหรอกนะลามานฟอเรียส....

เพราะก็แค่ชื่อเสียงไม่ใช่หรอที่เค้าอยากรู้จักกัน

.......ไม่ใช่ฉันสักหน่อย.....

ฉันว่าเป็นอย่างนายยังดีซะอีก อย่างน้อยนายก็ยังรู้ว่าคนที่เข้ามาหานาย เค้าย่อมทำใจยอมรับความเป็นตัวของนายได้ และอยากทำความรู้จักกับนายอย่างแท้จริง ไม่ใช่ชื่อเสียงอะไรนั่น

แต่ยังไงก็ตาม....ไม่ว่าจะเป็นฉันหรือนาย ฉันมั่นใจนะว่าสิ่งที่เราเป็นมันก็คงจะมีทั้งสองด้าน ซึ่งข้อดีของมันก็คงไม่เหมือนกันอยู่แล้วใช่ม้า ดังนั้นหาข้อดีให้เจอแล้วมีความสุขกับมันจะดีกว่ามานั่งโทษตัวเองหรือโทษใครก็ตามนะ"

 

แฮรี่เคยคิดเรื่องทำนองนี้กับตัวเองอยู่หลายครั้ง หากว่าเค้าไม่มีชื่อเสียงอะไรนั่นชีวิตเค้าคงจะไม่ยุ่งเหยิงสับสนวุ่นวายได้ขนาดนี้ แต่เหมือนว่าจะเป็นเพราะเจ้าของเสียงจอมกวนนั่นพูดไว้กระมัง

"บ่นไป เครียดไป บ้าไปคนเดียวได้อะไรขึ้นมา ถ้าไม่อยากได้ชื่อเสียงอะไรนั่นก็เอามาให้ฉันสิ ในเมื่อมีมันไว้ก็ไม่รู้จักใช้มันดีนัก ....สมองน่ะมีไว้ให้คิดนะ ไม่ได้มีไว้ให้ผมหยิกหยอยเหมือนฝอยขัดหม้อมันขึ้นอย่างเดียว"

.......

...................

........... ...........

แต่บางทีนะมัลฟอย....ถ้านายถามฉันถึงข้อดี.......สำหรับฉัน....มันอาจจะหมายถึงการทำให้นายหันมาสนใจฉันก็ได้นะ

ไม่งั้นสมองที่เอาไว้ให้ผมขึ้นอย่างฉันมันไม่จำคำพูดของนายได้ทุกคำอย่างกับมีเทปอัดไว้ เป๊ะๆทุกพยางค์และน้ำเสียงเชียวแหละ

แถมดันมีออฟชั่นเสริม ไม่ว่าจะไม่ได้นำแผ่นออกมาฟังนานเพียงใด แต่ถ้าอยากฟัง...ไอ้เทปสมองประสาทของเค้ามันจะกรอกลับพร้อมเปิดให้ฟังกี่ครั้งก็ได้เชียวนะ ไม่มีกระตุกหรือยืดเลย ให้ตายเหอะ!!

แล้วทีกับการที่เค้าต้องนั่งท่องคำประจำตัวนักคิดคาถาแต่ละคนนะ ให้ท่องเป็นวัน...ก็จำได้ไม่หมด แถมพอถึงเวลาสอบอย่างกับจะจำได้ ป่านนั้นก็ลืมหมดแล้ว

เฮ้อ...เค้ายังเคยคิดเลยท่าทางเค้าจะเหมาะกับการให้มัลฟอยมาเป็นอาจารย์เล็กเชอร์ซะล่ะมั้ง ป่านั้นเค้าคงจะเก่งสูสีเฮอร์ไมโอนี่เชียวล่ะ!!!

 

.............................

.......

หลังจากนั้นลามานฟอเรียสก็เลิกพูดถึงเรื่องชื่อเสียงคาวหวานอะไรนั่นอีก

และเริ่มที่จะพูดเรื่องของตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องเรียน และรวมไปถึงการนินทาอาจารย์ประจำบ้านต่างๆ

ทั้งสองเลือกที่จะพูดคุยกันในเรื่องที่ช่องว่างของกาลเวลาทำให้เกิด....ความแตกต่างของยุคสมัย.......

ลามานฟอเรียสเคยถามถึงเรื่องราวของอาจารย์ตัวเองสมัยเรียนเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร

ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เล่าถึงวีรกรรมต่างๆจนหมดเปลือก ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องเรียน แผนที่ตัวกวน ทางล้งทางลับต่างๆบางทีแฮรี่ยังแอบพาไปเดินเล่นมาด้วยซ้ำ แถมไม่ลืมย้ำลูกศิษย์ตัวดี

"ชีวิตในวัยเรียนน่ะ เราต้องรู้จักใช้ให้คุ้มนะ เพราะชีวิตไม่กี่ปีที่เหมือนจะยาวน่ะ จริงๆแล้วไม่ได้ยาวอย่างที่คิดหรอก เผลอแป๊ปเดียวเม็ดทรายเม็ดสุดท้ายในนาฬิกาทรายอันเล็กจิ๋วมันก็หล่นมาอย่างไม่รอใครหรอก"

เหมือนอย่างตอนตัวเค้า เรื่องบ้างเรื่องที่อยากจะรู้หรืออยากจะทำ มันก็อาจจะสายไป

แฮรี่เหมือนจะเล่าทุกเรื่องก็จริง แต่เจ้าตัวก็เลือกที่จะเล่าข้ามเรื่องบางเรื่องไปกาลเวลาที่ผ่านไปได้พัดมันให้หายไปพร้อมๆกัน ทั้งที่จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนในรั้วโรงเรียน มันก็สามารถทำให้หัวสมองเค้าผุดภาพของคนๆนึงขึ้นมาได้ตลอดเวลา

จนวันหนึ่ง ขณะที่เค้ากำลังเดินออกจากห้องพักส่วนตัวเพื่อจะยังสนามด้านหลังโรงเรียน เพื่อจะไปฝึกลูกศิษย์ตัวดีดั่งเช่นทุกวัน เสียงเหล่าอาจารย์ที่ดูจะครึกครื้นกว่าทุกวันทำให้แฮรี่หยุดมองและหันไปทางห้องพักครู

แต่เนื่องจากไม่เห็นอะไรนอกจากอาจารย์ที่วิ่งวุ่นเข้าออกทางประตูทางขึ้นห้องพักดัมเบิ้ลดอร์

.....คงมีคนดังสักคนมาละมั้ง .....

ยังแอบขำกับตัวเอง อาจารย์สาวๆวิ่งกันให้ควักในยามที่คนดังในเดลี่พรอเฟร็ตมาเยือนรร.เหมือนสมัยเค้าไม่มีผิด

เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบางจึงหันหน้ากลับมาและกำลังจะเดินเลี้ยวออกไปทางประตูใหญ่

แต่แล้วเสียงของคนๆนึงก็ได้สะกดเค้าไว้ทำให้ขาที่กำลังจะก้าวออกไปหยุดชะงักทันที

 

"วันนี้ผมมารบกวนแค่นี้แหละครับ ยังไงก็ฝากด้วยนะครับเรื่องนักเรียนที่ผมขอไว้"

"อืมได้สิ แล้วฉันจะดูให้ละกันว่าใครเหมาะกับงานที่หาไว้"

"ขอบคุณมากครับ"

ใบหน้าหล่อเหลาของร่างสูงผมทองซอยที่ถูกปัดเรียบไว้ทั้งสองข้างก้มลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณ

.....นายมาทำอะไรที่นี่....

และก่อนที่แฮรี่จะได้คิดอะไรมากกว่านี้ เค้าก็นึกขึ้นได้ว่าอีกไม่นานหมอนั่นต้องเดินมาทางนี้แน่ๆ

ว่าแล้วเจ้าตัวก็รีบกระโดดหลบเข้ามุมตึกและร่ายคาถาอำพรางตัวทันที

ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิด อีกไม่กี่วินาที ตรงที่ๆแฮรี่ยืนอยู่เมื่อกี้ถูกเดินตัดผ่านไปด้วยประมุขหนุ่มแห่งสลิเธอลิน

ทั้งๆที่ผ่านมาไม่นานมาก แต่ทำไมสำหรับเค้าเหมือนกับรู้สึกว่าเราไม่ได้เจอกันนานจังนะ

แฮรี่ลอบมองความเปลี่ยนแปลงของร่างที่เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

............................

...............................................

...นี่นายสูงขึ้นอีกรึเปล่านะ...

......มือที่เคยหอบหิ้วหนังสือเรียน....มันดูใหญ่และแข็งแรงขนาดนี้เมื่อไหร่กันนะ.....

และที่ดูสง่าขึ้นขนาดนี้ คงเป็นเพราะความสูง หัวไหล่ ช่วงตัวก็กว้างขึ้นอีกกระมัง

....เชอะ...ทั้งๆที่นายน่าจะหมดวัยเจริญพันธุ์...เอ้ย...วัยเจริญเติบโตไปแล้วนะ

ร่างเล็กแอบนึกค่อนกับตัวเอง ทีกับตัวเค้าอย่างกับถูกสตาฟไว้ตั้งแต่เรียนจบ...ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนไปซักนิด

ไหล่ก็เล็ก ผิวก็แม้จะคล้ำขึ้นนิดหน่อย แต่ถ้าเมื่อไหร่ลองได้หยุดงานสักเดือน ผิวเจ้ากรรมก็รีบผลัดคืนเป็นสีเดิมทันทีเชียวล่ะ

ว่าแต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยก็คงเป็นใบหน้านั่นละมั้ง....

ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า...เป็นอารมณ์การแสดงออกทางสีหน้าของเจ้าตัวมากกว่า

เพราะเค้าโครงใบหน้าน่ะ ก็เปลี่ยนไปตามร่างกายเหมือนกัน....ทั้งคมขึ้น...เข้มขึ้น...ชวนให้สาวหลงมากกว่าแต่ก่อนอีก

แต่การแสดงออกนี่สิ.....ยังไงก็ยังคงรักษาคอนเซ็ปไว้ได้เหมือนเดิมนะ....

ยังคงรักษารูปปั้นไร้อารมณ์ที่ฉันเกลียดไว้ได้เหมือนเดิม!!!

เพราะมัน...ทำให้ฉันไม่เคยจะเดาใจหรือความคิดของนายออกเลยน่ะสิ

.............................................

.........................................................................

"อาจารย์ยังตัดใจไม่ลงอีกเหรอครับ"

เสียงเข้มพูดขึ้นเมื่อเห็นอาจารย์ของตนยังเอาแต่นั่งเหม่อ

แฮรี่รู้อยู่แล้วว่าลามานฟอเรียสไม่ได้เป็นเพียงเด็กหัวดีมากคนหนึ่ง แต่เรื่องเซนส์ก็ไม่เป็นรองใครเช่นกัน

ใช่สิ เพราะในวันนั้นลูกศิษย์จอมเก่งของเค้าก็เดาใจเค้าออกเหมือนอย่างวันนี้

"ใช่......ฉันยังคงแพ้เค้าเหมือนเดิม ลามานฟอเรียส"

แม้ลามานฟอเรียสจะเคยรู้มาแล้วว่าสีเขียวน้ำทะเลเข้มมันแทนความเศร้าได้จับใจ

แต่เค้าก็ไม่อยากให้รอยยิ้มนั่น มาเป็นอีกหนึ่งคำนิยามแทนความเศร้าเหมือนอย่างสีของดวงตา

.............................

...............................................

เมื่อหลายปีก่อนคนๆนึง ได้ทำให้สีของน้ำทะเลกลายมาเป็นตัวแทนของความเศร้า ที่เค้าจำได้ติดตาเชียว

"อาจารย์ครับ...พักกันเถอะครับ"

ลูกศิษย์คนเก่งเชิญชวนเมื่อเห็นท่าว่าการเสกผู้พิทักษ์ของอาจารย์ดูจะไม่มีทางสำเร็จในวันนี้แน่นอน

 

ลมเย็นๆที่พัดผ่านไม่ได้ช่วยให้ใจของคนๆนึงเย็นลงได้เหมือนทุกที

"ฉัน...ขอโทษ...."

แฮรี่รู้สึกผิดที่เค้าไม่สามารถแยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงานได้

ทั้งๆที่อีกฝ่ายท่าทางยังแข็งแรง และยืนได้มั่นคง

แต่กับตัวเค้าที่พึ่งจะมาตระหนักเอาวันนี้ว่าวันเวลาไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรเลย

เค้ายังคงโหยหาคนๆนึงเหมือนเดิม

แม้จะเก็บไว้ลึกแค่ไหน...แต่เรื่องวันนี้ก็ทำให้เค้าปฏิเสธการมีตัวตนของคนๆนึงไม่ลงจริงๆ

 

"คุณเจอเค้าคนนั้นเหรอครับ"

แฮรี่หันควับทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูด

 

"........ผมก็แค่เห็นคุณชอบเหม่อ เวลาที่ว่าง หรือเวลาที่พาไปที่ต่างๆ.....ความทรงจำสินะครับ"

 

ปากแดงจัดถูกงับเบาๆเพื่อสะกดความรู้สึกอัดอั้นที่พากันตีตื้นขึ้นมา แถมยังส่งผลให้แววตาคู่สวยสั่นระริกอย่างหยุดไม่อยู่

" .............‘ความทรงจำ'.......งั้นเหรอ ถ้าเป็นได้แค่นั้นก็ดีสิ"

 

ตลอดมาตัวเค้าเพียงแต่สงสัย แต่ก็ไม่เคยคิดจะเอ่ยถามผู้ที่เป็นอาจารย์

เรื่องที่คิดจะลืม ก็อยากจะช่วยให้ลืม

เพียงแต่วันนี้ คนที่เค้าคิดว่าเป็นเพียงความทรงจำแสนหวาน กลับย้อนมาทวงเจ้าของแล้วสินะ

ว่าตน....ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่แค่ควรค่าแก่การรำลึกถึง......อย่างที่เค้าคิด

เพียงแต่มันฝังอยู่ในสิ่งที่อยากรำลึกของร่างบางนี่ต่างหาก!

 

และจิ๊กซอร์รูปคู่แข่งชิ้นสุดท้ายที่เค้าหามาตลอดพึ่งจะวางลงประกอบออกมาเป็นชายหนุ่มมาดเพลย์บอยที่เค้าคาดไม่ถึงเชียวล่ะ

ก็ใครจะคิดกันล่ะ ว่าความทรงจำที่เค้าแข่งด้วย.....กับคนที่ทำให้ ‘ทะเล' ของเค้าเปลี่ยนเป็นสีหม่นจะอยู่ใกล้แค่นี้

แน่นอน เค้าสืบได้อย่างง่ายดาย ว่าตอนเป็นนักเรียน อาจารย์ของเค้าไม่ค่อยจะถูกโรคกับเด็กหนุ่มเจ้าสำอางท่าทางขี้โรคคนนึง แต่ทำไมเค้าถึงไม่สังเกตนะ ว่าเวลาอาจารย์พูดถึงเจ้าหัวทองลีบของอาจารย์ทีไร ทะเลลึกคู่นั้นมันไม่เคยเก็บร่องรอยของความสุขได้หมด แม้บางครั้งจะเจือไปด้วยความทุกข์บ้าง

เพียงแต่กว่าเค้าจะต่อจิ๊กซอร์เสร็จมันก็ไม่ทันเวลาเสียแล้ว

แฮรี่ถูกเรียกตัวด่วนจากทางกระทรวง เนื่องจากทางกระทรวงต้องการรวมมือปราบมารฝีมือเยี่ยมเพื่อตามจับนักโทษแหกคุกกลุ่มหนึ่งให้หมดภายในเวลาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ดังนั้นแฮรี่จึงจำต้องหยุดการเรียนการสอนลงอย่างไม่เต็มใจนัก

แต่ส่วนหนึ่งแฮรี่ก็เบาใจไปได้เยอะ เนื่องจากลามานฟอเรียสสามารถเข้ากับเพื่อนๆได้มากแล้ว

ส่วนเรื่องบทเรียนที่ต้องสอนก็เหลือไม่มากเท่าไหร่นัก และเค้าก็มั่นใจว่าอาจารย์ท่านอื่นก็สามารถสอนแทนเค้าได้

แฮรี่ให้สร้อยคอนกฟีนิกที่เค้าพกเป็นเหมือนเครื่องรางตั้งแต่สมัยที่เค้าเริ่มเป็นมือปราบมารใหม่ๆแก่ลูกศิษย์คนแรกและคนเดียว เพื่อเป็นของขวัญแห่งการจากลา

ส่วนของขวัญจากอีกฝ่าย...กลับกลายเป็นจูบแผ่วเบาบนกลางกระหม่อมของผู้ที่เป็นอาจารย์

.....จูบแรกและจูบเดียว......

สำหรับเค้า การได้จูบเบาๆลงบนผิวน้ำทะเลที่เค้ารัก แม้จะแค่เพียงครั้งเดียว มันกลับเต็มตื้นทั้งหัวใจ

แต่กลับน้ำทะเลผืนนั้นคงไม่ใช่ เพราะแม้จะแผ่วเบา แต่ก็ก่อให้เกิดกระแสคลื่นแห่งความงงงวยสงสัยและหวาดระแวงขึ้นได้

"หึ....แค่การร่ำลาของเผ่าผมน่ะครับ...อาจารย์"

แม้อยากจะกล่าวคำอื่น...แต่ก็ไม่กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น

ขอให้รอยยิ้มนั่นคงอยู่ตลอดไปในความทรงจำจะดีกว่า

"ขอผมเป็น ‘ความทรงจำใหม่' .....ที่น่าจำของอาจารย์บ้างนะครับ แม้จะแทนกันไม่ได้ดีนัก แต่ก็ดีกว่านึกถึงแต่เรื่องเศร้าจริงไม๊ครับ"ยิ้มจริงใจประดับบนใบหน้าทั้งสองฝ่าย

ก่อนที่แต่ละคนจะต้องแยกย้ายเดินตามเส้นทางที่เรียกว่าหน้าที่ของตนเองต่อไป

................................ลาก่อนครับ.................................................นิยามหนึ่งเดียวของผม

.................................ลาก่อน..................MY LOVELY BLUE SEA

.............................................

...............................................

.......OH........MY DEEP BLUE SEA

.......OH.......PLEASE.....BE WITH ME.........

.................................

................................................

......I DON'T WANT TO BE YOURS....

......BUT I WANT US TO USE.... ‘WE'.....

.................................

................................................

....PLEASE MY DEEP BLUE SEA......

......LET'S HE GO AWAY......

.....CAUSE....I WANT YOU TO HAPPY......

......SO LET'S YOUR MEMORY...GO AWAY....

.................................

................................................

.......OH........MY DEEP BLUE SEA

.....YOU ARE REALLY DEEP IN ME.........

.................................

................................................

.......SO.....COULD YOU BE............

........... MY ONLY LOVELY........... BLUE SEA.........

.................................

................................................

 

To be continue....

edit @ 7 Oct 2008 00:12:07 by KILLAU